ข่าว

BTSเต้นสอบรปภ.ทำร้ายฝรั่ง

BTSเต้นสอบรปภ.ทำร้ายฝรั่ง

22 มี.ค. 2555

กก.บริหารบีทีเอส สั่งสอบพนักงานรักษาความปลอดภัยสถานีพร้อมพงษ์ ทะเลาะวิวาทกับชายชาวต่างชาติ พร้อมเยียวยา หากทำให้ผู้โดยสารสบายใจขึ้น แต่ไม่เกี่ยวกับคดี ขณะที่ตร.เตรียมเรียกคู่กรณีสอบพร้อมกัน

          วันที่ 22 มี.ค.55  ดร.อาณัติ อาภาภิรม กรรมการบริหารบริษัทระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ บีทีเอส กล่าวถึงกรณีเหตุทะเลาะวิวาท ระหว่าง พนักงานรักษาความปลอดภัยของรถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีพร้อมพงษ์ และครอบครัวชายชาวต่างชาติว่า จากการตรวจสอบในเบื้องต้น ทราบว่า ครอบครัวของชายชาวต่างชาติ ไปฉลองลูกสาวจบการศึกษา ชั้นอนุบาล 3 และในมือถือช่อตุ๊กตาและลูกโป่ง 5 ใบ ขึ้นมาจากสถานีสุรศักดิ์ และมาเปลี่ยนรถที่ สถานีสยาม เพื่อไปสายสุขุมวิท ไปลงที่ สถานีพร้อมพงษ์ เพื่อไปรับประทานอาหาร จากนั้นก็ได้ขึ้นมาอีกรอบ เมื่อพนักงานรักษาความปลอดภัย เห็นว่ามีการถือลูกโป่งเข้ามา เกรงว่าจะเป็นอันตรายกับผู้โดยสารท่านอื่น จึงเข้าไปห้ามปราม แต่ก็มีการทะเลาะวิวาทกันตามที่ปรากฏในคลิป 

          จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น  ทางบีทีเอส จะดำเนินการ ใน 3 ด้าน คือ ทางด้านคดี ก็เป็นหน้าที่ของตำรวจ เพราะทั้ง 2 ฝ่าย มีสิทธิ์ที่จะแจ้งความดำเนินคดี เนื่องจากเป็นผู้เสียหายทั้งคู่  ส่วนที่ 2 คือ การตรวจสอบทางวินัยของพนักงานว่า มีความบกพร่องในหน้าที่หรือไม่ ซึ่งขณะนี้ยังตอบไม่ได้ว่า พนักงานที่เกี่ยวข้องจะถูกลงโทษหรือไม่อย่างไร ต้องตรวจสอบก่อน และส่วนสุดท้าย คือ บีทีเอส พร้อมที่จะเยียวยา เพื่อให้ฝ่ายผู้โดยสารเกิดความสบายใจขึ้น แต่ไม่เกี่ยวกับรูปคดี

 

ตร.เตรียมเชิญต่างชาติ-รปภ.BTSพร้อมพงษ์สอบพร้อมกัน

          พ.ต.อ.รัฐศักดิ์ รักสลาม ผกก.สน.ทองหล่อ เปิดเผยถึงความคืบหน้าคดีดังกล่าวว่า สำหรับคดีที่เกิดขึ้นนั้นน่าจะเกิดจากความไม่เข้าใจกันของทั้งสองฝ่ายมากกว่า เพราะโดยส่วนตัวแล้ว เข้าใจว่าต่างฝ่ายต่างต้องการทำหน้าที่ของตัวเอง โดยนายจอห์น บีฮัน ก็ต้องการทำหน้าที่ของผู้เป็นพ่อที่จะต้องนำลูกโป่งซึ่งเป็นของขวัญวันศึกษาจบชั้นอนุบาล 3 กลับไปให้ลูกเล่นที่บ้านให้ได้ ส่วนนายประสาน ถาวงษ์กลาง รปภ.ของสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสพร้อมพงษ์ ที่อยู่ในคลิปเหตุการณ์ ก็ต้องการทำหน้าที่ของตัวเองตามกฎระเบียบที่จะต้องกันไม่ให้นายจอห์นนำลูกโป่งเข้าไปในสถานี เนื่องจากภายในลูกโป่งสวรรค์นั้นมีแก๊สอยู่ ถ้าเกิดปล่อยให้นำเข้าไปในรถไฟฟ้าแล้วก็อาจจะเบียดกับผู้โดยสารคนอื่นจนแตกส่งเสียงดัง และอาจจะทำให้ผู้โดยสารคนอื่นๆ ตกใจกลัวคิดว่าเกิดเหตุระเบิด อาจจะทำให้เกิดความชุลมุนขึ้นภายในขบวนรถไฟฟ้าซึ่งอาจเป็นอันตรายแก่ผู้โดยสารคนอื่นได้

          พ.ต.อ.รัฐศักดิ์ กล่าวต่ออีกว่า ตอนนี้ทางพนักงานสอบสวนได้รับภาพจากกล้องวงจรปิดของสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสพร้อมพงษ์เรียบร้อยแล้ว และจากการตรวจสอบอย่างละเอียดก็พบว่า ยังมีเจ้าหน้าที่คนอื่นๆ ของสถานีรถไฟฟ้าที่เกิดเหตุเข้าไปอยู่ในเหตุการณ์ด้วย ซึ่งในส่วนนี้จะให้พนักงานสอบสวนเรียกผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ทั้งหมดเข้ามาสอบปากคำว่าใครทำหน้าที่อะไร ทำไมถึงเข้าไปรุมล้อมนายจอห์นจำนวนหลายคน และได้ลงมือทำร้ายร่างกายนายจอห์นด้วยหรือไม่ ซึ่งที่จริงแล้วอาจจะเป็นพนักงานที่เป็นล่ามที่เข้าไปช่วยแปลแปลภาษา หรือเจ้าหน้าที่คนอื่นๆ ที่เข้าช่วยห้ามก็ได้ นอกจากนี้ก็อาจจะต้องประสานไปยังกระทรวงเทคโนโลยีและสารสนเทศ ทำการตรวจสอบว่า ใครเป็นผู้โพสคลิปเหตุการณ์ลงในเว็บไซด์ยูทูปในตอนแรก จากนั้นก็อาจจะเรียกมาสอบในฐานะพยานที่อยู่ในเหตุการณ์ที่อาจจะได้ยินเสียงคู่กรณีทั้งสองฝ่ายว่ามีการโต้เถียงกันอย่างไรบ้าง เนื่องภาพจากกล้องวงจรปิดที่ทางบีทีเอสส่งมานั้นไม่มีเสียงแต่อย่างใด

          พ.ต.อ.รัฐศักดิ์ กล่าวด้วยว่า ตอนแรกทางพนักงานสอบสวนได้นัดให้นายประสานเข้ามาสอบปากคำเพิ่มเติมในวันนี้ แต่ตนได้สั่งให้พนักงานสอบสวนนัดหมายคู่กรณีทั้งสองฝ่ายมาพบพนักงานสอบสวนพร้อมกันเพื่อมาเจรจาทำความเข้าใจกันที่ สน.ทองหล่อ อีกครั้ง โดยตนจะเป็นคนกลางให้ แต่ในส่วนของคดีก็ต้องดำเนินการต่อไป โดยทางพนักงานสอบสวนจะรอผลการตรวจร่างกายจากแพทย์โรงพยาบาลตำรวจเป็นผู้ยืนยันว่า นายจอห์นได้รับบาดเจ็บมากน้อยแค่ไหน ก่อนจะดำเนินการแจ้งข้อหากับทางนายประสานต่อไป ทั้งนี้คดีทำร้ายร่างกายนั้น แบ่งออกเป็น 3 ระดับด้วยกัน ระดับแรก ตามมาตรา 391 คือทำร้ายร่างกายผู้อื่นโดยไม่ถึงกับเป็นเหตุให้ถึงอันตรายแก่กาย มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ระดับที่ 2 ตามมาตรา 295 ทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กาย มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 4,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และระดับที่ 3 ตามมาตรา 297 ทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายสาหัส เช่นถึงขั้นตาบอด สูญเสียอวัยวะ หรือต้องรักษาตัวนานเกิน 20 วัน ก็มีโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือน-10 ปี ด้วยกัน