ข่าว

'ไม่รู้จะทำอะไร'ขี้คุกล่าเหยื่อ'จี้-ข่มขืน'

'ไม่รู้จะทำอะไร'ขี้คุกล่าเหยื่อ'จี้-ข่มขืน'

22 มี.ค. 2555

'ไม่รู้จะทำอะไร'ขี้คุกล่าเหยื่อ'จี้-ข่มขืน' : ตะลุยข่าวโดยโต๊ะรายงานพิเศษ

           ผู้ที่เคยผ่านคุกผ่านตะรางมาก่อน บางคนตั้งมั่นกลับตัวกลับใจเป็นคนดี แต่ก็มีไม่น้อยยังประพฤติเลวๆ ซ้ำซาก จนเป็นที่หวาดผวาของสังคม บางทีภัยร้ายจากคนประเภทนี้ อาจคืบคลานอยู่ใกล้ๆ ตัวคุณ!!
 
             อย่างที่เกิดขึ้นกับ "นักศึกษาสาว" วัย 18 ปี ต้องตกเป็นเหยื่อของ "คนขี้คุก" ความโชคร้ายมาดักรออยู่หน้าประตูบ้าน ขณะที่เธอหอบข้าวของพะรุงพะรังลงจากรถแท็กซี่ในตอนรุ่งสาง กำลังควานหากุญแจเพื่อเปิดประตูบ้าน ก็ถูกมือชายลึกลับมาล็อกคอ ใช้มีดจี้บังคับให้เข้าไปในรถเก๋ง แล้วข่มขืนและชิงทรัพย์สินของมีค่าไป ก่อนไล่เธอลงจากรถด้วยสภาพเกือบเปลือยเปล่า มีเพียงกางเกงในตัวเดียว แต่ยังทันคว้าเสื้อผ้าที่ถูกทึ้งทิ้งไว้ในรถได้สวมใส่กลับบ้านในสภาพที่ขวัญกระเจิง
 
             หัวอกพ่อแม่แทบสลายเมื่อรู้ข่าวร้าย จึงรีบเดินทางไปร้องทุกข์ขอความช่วยเหลือจาก พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผบช.ก. โดยหญิงสาวผู้เสียหายให้ปากคำต่อ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ต่อหน้าผู้ปกครองว่า ราวตี 4 ของวันที่ 5 มีนาคม เพิ่งเดินทางกลับมาจากต่างจังหวัด มาลงรถที่สถานีขนส่งหมอชิต แล้วเรียกรถแท็กซี่มาส่งที่บ้านพักย่านพหลโยธิน แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพฯ หลังลงจากรถแท็กซี่ก็สะพายกระเป๋าเสื้อผ้า มือทั้งสองข้างถือกระเป๋าคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก และกระเป๋าใส่กีตาร์อูคูเลเล่ กำลังหยิบกุญแจเพื่อไขประตูรั้วหน้าบ้าน ถูกชายคนร้ายล็อกคอจากด้านหลังแล้วใช้มีดพก ฉุดกระชากให้เดินตามไปที่รถยนต์จอดห่างประมาณ 50-60 เมตร แล้วบังคับให้ขึ้นไปบนรถยนต์นั่งเบาะหน้าฝั่งคนขับ
 
             ระหว่างนั้นคนร้ายใช้มีดพกจี้บังคับอยู่ตลอดเวลา และพูดจาลักษณะลวนลาม จนกระทั่งคนร้ายขับรถยนต์เข้า ซ.พหลโยธิน 52 และจอดในสถานที่ค่อนข้างเปลี่ยว บังคับให้ไปนั่งเบาะหลังแล้วพยายามข่มขืน เมื่อต่อสู้ขัดขืนก็ถูกชกท้องน้อยและถูกล่วงละเมิดทางเพศ หลังจากนั้นคนร้ายก็ขับรถยนต์เข้าไปใน ซ.ประชาร่วมใจ 21 เขตมีนบุรี แล้วไล่ให้ลงจากรถ ส่วนทรัพย์สินทั้งหมด รวมถึงเงินสดเกือบ 1 หมื่นบาท และโทรศัพท์มือถือคนร้ายนำไปด้วย
 
             พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ รีบสั่งการให้ พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ผบก.ป. และ พ.ต.อ.ปิยะ เจริญสุข ผกก.1 บก.ป. จัดชุดสืบสวนของ กก.1 บก.ป. นำโดย พ.ต.ท.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รองผกก.1 บก.ป., พ.ต.ท.นิคม ชัยเจริญ สว.กก.1 บก.ป., พ.ต.ต.ศานุวงษ์ คงคาอินทร์ สว.กก.1 บก.ป. และ ร.ต.อ.อุรัมพร ขุนเดชสัมฤทธิ์ รอง สว.กก.1 บก.ป.เร่งสืบสวนสอบสวน
 
             จากเบาะแสทะเบียนรถที่หญิงสาวจำได้คร่าวๆ เป็นหมวดอักษร "ฐ" และหมายเลข "956" ตลอดจนเส้นทางคร่าวๆ ที่ถูกข่มขืนที่และจุดที่ถูกปล่อยทิ้ง ทำให้ชุดสืบสวนพบรถต้องสงสัยยี่ห้อโรเวอร์ สีเขียว แต่ไม่เห็นป้ายทะเบียนรถยนต์ จนกระทั่งผ่านไปกว่า 10 วัน จึงทราบทะเบียนรถต้องสงสัย คือ หมายเลขทะเบียน "ฐย 9561" แต่ผู้เสียหายยืนยันว่า ผู้ครอบครองรถคันดังกล่าวไม่ใช่คนร้าย แต่เมื่อสอบข้อมูลภายในบ้านของผู้ครอบครองรถยนต์ พบชื่อของ "อลงกรณ์ เปรมปรีชา" อายุ 32 ปี ทั้งนี้ ผู้เสียหายยังจดดจำ "ใบหน้าและรอยสัก" ที่หน้าอกของคนร้ายได้ จึงยืนยันว่า "คนร้าย" แน่นอน!!
 
             ชุดสืบสวนจึงตรวจสอบประวัติของคนร้ายคนนี้ พบว่าเคยมีประวัติถูกต้องโทษมาแล้ว 2 ครั้ง ครั้งแรกเมื่อปี 2547 ถูกจับกุมในข้อหาจำหน่ายยาบ้า 47 เม็ดในพื้นที่ สน.ดอนเมือง ต้องโทษจำคุก 3 ปี 2 เดือน ต่อมาปี 2552 ถูกตำรวจ สน.ดอนเมือง จับกุมในข้อหาลักทรัพย์รถจักรยานยนต์ ต้องโทษจำคุก 2 ปี
 
             หลังจากทราบเบาะแสของนายอลงกรณ์ ซึ่งมักมั่วสุมเสพยาเสพติดในพื้นที่ สน.ดอนเมือง ชุดสืบสวนจึงดักซุ่มรอจนพบตัว ขณะกำลังขี่รถจักรยานยนต์ แต่เมื่อ ด.ต.พหล สดแสงจันทร์  ผบ.หมู่ กก.1 บก.ป.แสดงตัวเป็นเจ้าพนักงาน กลับถูกคนร้ายขี่รถจักรยานยนต์พุ่งชนได้รับบาดเจ็บและหลบหนีไป
 
             ชุดสืบสวนพยายามแกะรอยหานายอลงกรณ์อีกครั้ง พร้อมประสานงานพนักงานสอบสวน สน.มีนบุรี ขออนุมัติศาลจังหวัดมีนบุรี พิจารณาอนุมัติหมายจับที่ 230/2555 ลงวันที่ 16 มีนาคม จนกระทั่งจับกุมนายอลงกรณ์ได้ที่หน้าบ้านเลขที่ 77/4 หมู่ 1 ซ.29 แยกศรีสง่า 2 ถ.ลำลูกกา ต.คูคต อ.ลำลุกกา จ.ปทุมธานี พร้อมทั้งขยายผลยึดของกลางในคดีได้แก่ รถยนต์ยี่ห้อโรเวอร์ สีเขียว ทะเบียน ฐย 9561 กางเกงขาสั้นที่ใส่ในวันที่ก่อเหตุ มีดพับ 1 เล่ม และทรัพย์สินผู้เสียหายอีกหลายรายการ
 
             "พ้นโทษออกมาไม่รู้จะทำงานอะไร จึงเอารถยนต์ของพ่อมาขับ ตระเวนหาเหยื่อเพื่อชิงทรัพย์หาเงินเสพยาและเที่ยวเตร่ โดยจะจอดรถในซอยเปลี่ยวย่านพหลโยธินเพื่อเลือกเหยื่อ วันเกิดเหตุเห็นรถแท็กซี่วิ่งเข้ามาและหยุดรถให้ผู้โดยสารลง เห็นหญิงสาวหน้าตาดีเดินถือของพะรุงพะรัง จึงเดินตามไปใช้มีดจี้ล็อกคอ บังคับให้ขึ้นรถ ก่อนขับไปหาที่เปลี่ยวแล้วข่มขืนผู้เสียหาย แล้วนำไปปล่อยทิ้งข้างทาง" นายอลงกรณ์ รับสารภาพ

...........

(หมายเหตุ : ไม่รู้จะทำอะไรขี้คุกล่าเหยื่อ'จี้-ข่มขืน' : ตะลุยข่าวโดยโต๊ะรายงานพิเศษ ส่วนภาพประกอบเป็นเหตุการณ์จำลองขณะทำแผนของตำรวจ)