
'ภัยน้ำ'...
'ภัยน้ำ'...: กระจกเงา โดยอัศศิริ ธรรมโชติ
“จะมีหนึ่งนารีขี่ม้าขาว ควงคทามุ่งสู่ดาวสร้างความหวัง
ผู้ปกครองจะเป็นหญิงพึงระวัง สายน้ำหลั่งกรากเชี่ยวหวาดเสียวใจ”...
ผู้ใหญ่ 3 คน ชาย 2 หญิง 1 วัยกว่า 40 ปี กับเด็ก 2 คนวัย 14 ปีกับ 2 ขวบ 9 เดือน พากันลงเรือลำเดียวกันหนีน้ำท่วมเข้าตัวอำเภอ ประสบอุบัติเหตุเรือล่มจมน้ำตายกลางทุ่งนาที่สูงกว่า 2 เมตร
ผู้ใหญ่ตายหมด ในขณะที่เด็กทั้งสองมีผู้ช่วยชีวิตไว้ได้ เหตุเกิดที่ อ.บ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี
พบศพชายอายุกว่า 30 ปี ใช้เชือกไนลอนผูกคอตายห้อยกับกิ่งมะขาม สภาพศพไม่สวมเสื้อ นุ่งกางเกงขาสั้น ตั้งแต่เอวลงมาแช่น้ำอยู่ในสวนหลังบ้านชุมชนศาลากลาง อ.เมือง จ.ปทุมธานี ญาติสนิทบอกว่าความเครียดส่วนหนึ่งน่าจะมาจากน้ำท่วมบ้าน และมีชีวิตอยู่อย่างยากลำบาก
เรือโดยสารลำหนึ่งบรรทุกคนมาเต็มลำเกิดล่มลงกลางทุ่ง ที่มีน้ำท่วมสูงจนกลายเป็นทะเลสาบ หน่วยกู้ภัยสามารถช่วยเหลือไว้ได้ทัน แต่มี 1 คนที่จมไปกับกระแสน้ำเชี่ยว เหตุเกิดที่ อ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี
หน้าตลาดมโนรมย์ ต.คุ้งสำเภา อ.มโนรมย์ จ.ชัยนาท พบศพชายวัย 76 ปีลอยขึ้นอืด ได้ทราบภายหลังจากผู้เป็นภรรยาว่า สามีหายออกจากบ้านมา 5 วันแล้ว คาดว่าประสบเหตุน้ำพัดพาไป ตนเองได้ลุยน้ำตามหามาตลอดหลายวันแล้ว
ที่ อ.เมือง จ.อุทัยธานี ล่าสุดมีชายวัย 57 ปี จมน้ำเสียชีวิตขณะเดินลุยน้ำออกจากบ้านเพื่อจะไปดูแลพ่อชราวัย 90 ปีที่บ้านอยู่ห่างกันประมาณ 150 เมตร แต่ในระหว่างทางถูกน้ำที่ท่วมสูงและมีกระแสไหลเชี่ยวพัดจมหายไป ว่านับเป็นศพที่ 5 ของจังหวัดนี้แล้วตั้งแต่น้ำท่วมมา
หญิงวัย 58 ปี ที่ อ.ชุมแสง จ.นครสวรรค์ พายเรืออีโปงพาหลาน 3 คนออกจากบ้านที่น้ำท่วมไปซื้อของที่ตลาด เรือถึงบริเวณทางโค้งที่พื้นน้ำลึก กระแสน้ำเชี่ยวกรากทำให้เรือล่มลง และเด็ก 3 คนซึ่งเป็นพี่น้องกันจมน้ำตาย 2 คน วัย 12 ขวบกับ 4 ขวบ ส่วนอีกคนวัย 9 ขวบช่วยขึ้นมาได้ทัน
ที่ ต.เขาสมอคอน อ.ท่าวุ้ง จ.ลพบุรี หญิงวัย 76 ปี ชาวบ้านคนหนึ่งซึ่งหนีน้ำท่วมไปอยู่บนเขา เกิดอาการเครียดจัดช็อกกะทันหัน ญาติและเพื่อนบ้านช่วยกันนำลงเรือไปส่งโรงพยาบาล ต้องใช้เวลานานเกือบ 2 ชั่วโมงกว่าเรือจะถึงฝั่ง ทำให้สิ้นใจก่อนที่จะถึงมือหมอ
หนุ่ม อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง คนหนึ่ง หนีน้ำซึ่งท่วมบ้านสูงกว่า 2 เมตร ขึ้นไปนอนบนหลังคา ต่อมาพบเป็นศพจมคว่ำอยู่ในน้ำ สันนิษฐานว่าถูกงูเห่าที่หนีน้ำขึ้นมาอยู่บนหลังคาบ้านเช่นกัน กัดเสียชีวิต
ที่บ้านเมืองก๋าย อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ กลางดึกตีหนึ่ง หลังจากฝนตกหนักมาตลอด มีน้ำป่าไหลหลากจากลำห้วยทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนหลายหลัง มีชาวบ้านถูกกระแสน้ำพัดไปทั้งครอบครัวรวม 5 คน มีเด็กผู้หญิงวัย 9 ขวบ 1 คน
ต่อมาพบศพส่วนใหญ่ถูกดินโคลนถล่มทับ มีเพียงแขนและขาที่โผล่ออกมาเท่านั้น
หลังฝนตกหนักนานต่อเนื่อง 8 ชั่วโมง น้ำป่าได้ไหลหลากพาดินโคลนถล่มทับหมู่บ้านใน ต.น้ำไผ่ อ.น้ำปาด จ.อุตรดิตถ์ พบศพหญิงชาวบ้านวัย 46 ปี ถูกผนังบ้านปูนซีเมนต์ทับร่างไว้อยู่ใต้สายน้ำไหลเชี่ยว ต้องใช้เหล็กงัดและเอาเชือกรัดร่างดึงศพออกมา...
ทั้งหมดนี้เป็นแต่ตัวอย่างของผู้ที่ต้องจบชีวิตลงอย่างน่าอเนจอนาถจากน้ำท่วมใหญ่ในปี พ.ศ.2554 ที่ผ่านมา ยังมีที่เดินไต่สะพานไปรับของบริจาคแล้วตกน้ำตายและที่ถูกไฟดูดตายอีกมาก
ในกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่คนตายระหว่างน้ำท่วมมักถูกไฟช็อตตาย มีทั้งที่ตายภายในบ้านและตายกลางซอย กลางถนน ผู้คนเหล่านี้ในบรรดาผู้เสียชีวิตทั่วประเทศรวมกัน 744 ราย และสูญหายไป 3 รายนี้ จะได้รับการเยียวยาจากรัฐบาลมากน้อยอย่างไรก็ไม่มีใครทราบได้
“นารีขี่ม้าขาว” ก็แทบจะไม่กล่าวถึงเลย
บทกลอนข้างบนนั้นว่าเป็นคำทำนายเก่าแก่ของ “หลวงพ่อฤาษีลิงดำ” ที่ได้มีผู้นำมาร้อยเป็นคำกลอนไว้ มีความหมายว่า “นารีขี่ม้าขาว” จะมาพร้อมกับ “สายน้ำเชี่ยว” หรือว่า “ภัยน้ำ”
ก็อยากจะนำมาลงไว้เพื่อเตือนความทรงจำก่อนที่น้ำจะมาอีก



