ข่าว

"น้องเก๋"พลาดแชมป์ 
ศึกยกเหล็กชิงชนะเลิศเอเชีย

"น้องเก๋"พลาดแชมป์ ศึกยกเหล็กชิงชนะเลิศเอเชีย

12 พ.ค. 2552

"น้องเก๋" ประภาวดี เจริญรัตนธารากูล จอมพลังสาวเหรียญทองโอลิมปิกเกมส์ รุ่น 53 กก. ทำได้เพียง 1 เหรียญเงิน 2 เหรียญทองแดง ในศึกยกเหล็กชิงชนะเลิศแห่งเอเชีย ที่คาซัคสถาน ด้าน "น้องเอ" เพ็ญศิริ เหล่าศิริกุล ที่ยกในรุ่น 48 กก. ก็คว้ามา 1 เหรียญเงิน 2 เหรียญทอง

การแข่งขันยกน้ำหนักชิงชนะเลิศแห่งเอเชีย 2009 ที่เมืองทัลดี คูร์แกน ประเทศคาซัคสถาน เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม ที่ผ่านมา จอมพลังสาวไทยลงแข่งขันเป็นวันแรก "น้องเอ" เพ็ญศิริ เหล่าศิริกุล ประเดิมยกในรุ่น 48 กก.หญิง โดยมี เฉิน ซี เซียะ ของจีน เหรียญทองโอลิมปิกเกมส์ 2008 เป็นตัวเต็ง พร้อมด้วย เฉิน เหว่ย หลิง เหรียญทองแดงโอลิมปิกเกมส์ชาวไต้หวันลงขับเคี่ยวอีกคน
 ท่าสแนทช์ "น้องเอ" ยกผ่านครั้งแรกที่น้ำหนัก 80 กก. ขณะที่ เฉิน ซี เซียะ เรียก 80 กก.เท่ากัน แต่เกิดพลิกล็อกยกไม่ขึ้น ขณะที่ เฉิน เหว่ย หลิง ยกขึ้นที่ 82 กก. ครั้งที่สอง เพ็ญศิริ ยกผ่านที่ 83 กก. ส่วน เฉิน ซี เซียะ ยกผ่านที่ 80 กก. และ เฉิน เหว่ย หลิง ยกผ่านที่ 85 กก. และครั้งสุดท้าย เพ็ญศิริ เรียกเหล็กที่ 85 กก.แต่ยกไม่ขึ้น ก่อนที่ เฉิน ซี เซียะ จะยกขึ้นที่ 83 กก. ปิดท้ายด้วย เฉิน เหว่ย หลิง ยกขึ้นที่ 87 กก. ทำให้สาวไต้หวันคว้าเหรียญทองไปครอง ส่วนเหรียญเงินเป็นของ เพ็ญศิริ ที่ได้เท่า เฉิน ซี เซียะ แต่น้ำหนักตัวน้อยกว่า


 ท่าคลีนแอนด์เจิร์ก เพ็ญศิริ ยกครั้งแรกได้ 100 กก. เฉิน ซี เซียะ ยกได้103 กก. เฉิน เหว่ย หลิง ยกได้ 107 กก. จากนั้นครั้งที่สอง เพ็ญศิริ ยกได้ 103 กก. เฉิน ซี เซียะ ยกได้ 108 กก. และเฉิน เหว่ย หลิง ยกได้ 109 กก. ครั้งสุดท้าย เพ็ญศิริ เรียกเหล็กที่ 107 กก. แต่ยกไม่ผ่าน เช่นเดียวกับ เฉิน ซี เซียะ ที่เรียกเหล็ก 112 กก. ขณะที่ เฉิน เหว่ย หลิง ไม่พลาดยกผ่านที่ 113 กก. คว้าเหรียญทองไปครองอีกเหรียญ ส่วนเหรียญเงินเป็นของ เฉิน ซี เซียะ จากจีน และเหรียญทองแดง เพ็ญศิริ เหล่าศิริกุล
 ส่วนน้ำหนักรวมเหรียญทอง เฉิน เหว่ย หลิง จากไต้หวัน 200 กก. เหรียญเงิน เฉิน ซี เซียะ จากจีน 191 กก. และเหรียญทองแดง เพ็ญศิริ เหล่าศิริกุล ของไทย 186 กก. สรุป เพ็ญศิริ คว้าไปทั้งหมด 1 เหรียญเงิน และ 2 เหรียญทองแดง


 ด้าน "น้องเก๋" ประภาวดี เจริญรัตนธารากูล เหรียญทองโอลิมปิกเกมส์ 2008 ลงแข่งขันเป็นคนที่สองของไทย ในรุ่น 53 กก. ประเดิมท่าสแนทช์ ประภาวดี เรียกน้ำหนักครั้งแรกที่ 90 กก. เฉิน เซี่ยว ติง ของจีน เรียกที่ 93 กก. และ หลี่ จุน ฟาง ของไต้หวัน เรียก 85 กก. รอบนี้ยกผ่านทั้ง 3 คน ครั้งที่สอง ประภาวดี เรียกที่ 93 กก. ส่วนจีนเรียกที่ 95 กก. ด้าน หลี่ จุน ฟาง เรียกสู้ที่ 90 กก. ซึ่งทั้งสามคนยกผ่านเช่นเดียวกัน มาถึงครั้งสุดท้าย ประภาวดี ยกผ่านที่ 94 กก. แต่ เฉิน เซี่ยว ติง มาทำลายสถิติโลกยกผ่านที่น้ำหนัก 98 กก. คว้าเหรียญทองไปครองทันที ทำให้ ประภาวดี ได้แค่เหรียญเงิน ขณะที่ หลี่ ชุน ฟาง ยกได้ 93 กก.ได้เหรียญทองแดง
 ในท่าคลีนแอนด์เจิร์ก น้องเก๋ ยกครั้งแรก 116 กก.ผ่านฉลุย ครั้งที่ 2 ยกได้ 120 กก. ส่วนครั้งสุดท้ายเรียกที่ 122 กก.แต่ยกไม่ผ่าน ขณะที่จีน เฉินเซี่ยวติง ยกผ่าน 3 ครั้ง จบด้วยน้ำหนัก 123 กก. ส่วน หลี่จุนฟาง ยกครั้งแรก 110 กก. และขยับมาที่ 115 กก.แต่ยกไม่ผ่านในครั้งที่สอง อย่างไรก็ตาม หนสุดท้ายเรียกที่ 121 กก.ปรากฏว่า ยกผ่าน จึงคว้าเหรียญเงินในท่านี้ และน้องเก๋ ได้เหรียญทองแดง ขณะที่เหรียญทองเป็นของจีน


 ส่วนน้ำหนักรวม ปรากฏว่า จีนคว้าเหรียญทองไป 223 กก., เหรียญเงิน หลี่จุนฟาง ไต้หวัน 214 กก.เท่ากับ น้องเก๋ แต่สาวไทยน้ำหนักตัวมากกว่า 52.70 กก. ส่วนสาวไต้หวันน้ำหนักเพียง 52.45 กก. สรุปผลงาน ประภาวดี ทำได้ 1 เหรียญเงิน และ 2 ทองแดง ทำให้ผลงานของทีมยกน้ำหนักไทยในวันแรก ทำได้ทั้งหมด 2 เหรียญเงิน และ 4 เหรียญทองแดง
 หลังการแข่งขัน น้องเก๋ กล่าวว่า ได้พยายามเต็มที่แล้ว จากสถิติที่ทำได้ครั้งนี้ก็เท่ากับที่ซ้อมมา หลังจากกลับไปแล้วจะต้องซ้อมให้หนักกว่าเดิม เนื่องจากคู่แข่งขันมีการพัฒนามาก ขณะที่จีนกับไต้หวันนั้นมีการซ้อมอย่างต่อเนื่องทำให้แข็งแกร่งขึ้นมามาก ต่อจากนี้จะเป็นรายการชิงแชมป์โลกที่เกาหลีใต้ ในเดือนพฤศจิกายน จะพยายามทำให้เต็มที่