ข่าว

ขืนใจปรองดอง

ขืนใจปรองดอง

22 มี.ค. 2555

ขืนใจปรองดอง : เสรีภาพและความรับผิดชอบ โดยนายประชา ช้ำชอก

             รายงานผลวิจัยเรื่องการสร้างความปรองดองแห่งชาติ ที่สถาบันพระปกเกล้า ทำเสนอต่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางสร้างความปรองดองแห่งชาติ สภาผู้แทนราษฎร กำลังเป็นประเด็นร้อนแรง ที่นำมาซึ่งความแตกต่างทางความคิดอย่างกว้างขวาง
 
             มีความคิดเห็นที่แตกต่าง ไม่ลงรอยกันในกระบวนทำวิจัย ตั้งแต่การค้นหาที่มา ต้นตอ หรือสาเหตุของปัญหา ความขัดแย้งซึ่งก่อให้เกิดการเผชิญหน้า ความรุนแรงขึ้นมาในประเทศชาติ ไปจนกระทั่งถึง บทสรุป ข้อเสนอ หรือแนวทางการสร้างความสมานฉันท์ ปรองดองในบ้านเมือง
 
             อันที่จริง ความไม่ลงรอย แตกต่างทางความคิดเกิดขึ้นมาแต่ชั้นของการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาทำการพิจารณาศึกษาหาแนวทางการสร้างความปรองดองแล้ว ด้วยเหตุของความเคลือบแคลงสงสัยถึงเบื้องหลัง เจตนาและเป้าหมายแท้จริงของการจัดตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ชุดดังกล่าวขึ้นมา ท่ามกลางข่าวความพยายามผลักดันการนิรโทษกรรมความผิดเพื่อประโยชน์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นตัวตั้ง
 
             ที่ถือเป็นตลกร้าย หัวร่อไม่ได้ ร้องไห้ไม่ออก ก็คือ การเลือก พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อดีตผู้นำการรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 ขึ้นมาเป็นประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ พิจารณาศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดองแห่งชาติ ทั้งๆ ที่เป็นต้นตอ ตัวการสำคัญคนหนึ่ง ที่สร้างปัญหาให้ประเทศชาติ เป็นผู้ก่อให้เกิดความไม่ปรองดองขึ้นมา
 
             ข่าวคราวความเคลื่อนไหวของคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ เต็มไปด้วยเงื่อนงำชวนให้สงสัย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กับพฤติกรรมอาการ ความพยายามที่จะหาทางรวบรัดสรุปความ นำไปสู่การนิรโทษกรรมความผิดผู้เกี่ยวข้องให้จงได้ ไม่ผิดแปลกแตกต่างไปจากกรณีของการเร่งรัด เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมือง ซึ่งเกือบทั้งหมดเป็นคนเสื้อแดง แต่อย่างใด
 
             เพราะความรีบร้อน ลุกลี้ลุกลน ในขณะที่คณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ หรือคอป. ซึ่งประกอบไปด้วย ผู้ทรงคุณวุฒิที่สังคมยอมรับ ใช้เวลาร่วม 20 เดือน แล้ว ยังไม่สามารถจัดทำข้อสรุป แนวทางการสร้างความปรองดองที่สมบูรณ์ออกมาได้
 
             ทีมวิจัยสถาบันพระปกเกล้า ซึ่งล้วนหน้าใหม่โนเนมเสียทั้งสิ้น กลับดูเหมือนจะเก่งกล้าสามารถเป็นพิเศษ ใช้เวลาเพียงไม่กี่เดือน ศึกษาพิจารณาหาแนวทางการสร้างความปรองดอง ได้ข้อสรุปเสร็จสรรพ เสนอต่อคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ สภาผู้แทนราษฎรเป็นที่เรียบร้อย
 
             แต่อภินิหารไม่มีจริง
 
             จึงไม่แปลกอะไรเลยที่รายงานผลวิจัยของสถาบันพระปกเกล้า จะเต็มไปด้วยจุดอ่อน ข้อโต้แย้งทักท้วงมากมาย จากความไม่รอบด้าน ไม่สมบูรณ์ครบถ้วน ตลอดจนความผิดพลาด คลาดเคลื่อนเกี่ยวด้วยข้อมูล ข้อเท็จจริง ซึ่งไม่น่าจะเห็นเป็นเรื่องเล็กน้อย สำหรับสิ่งที่เรียกว่า เป็นงานวิจัย
 
             น่าสนใจว่า ถึงตอนนี้เมื่องานวิจัยการสร้างความปรองดองแห่งชาติไม่ได้มีความสมบูรณ์ มิได้เป็นที่ยอมรับจากทุกฝ่ายเสียแล้ว และด้วยเพราะเหตุที่การยินยอมพร้อมใจ ต้องถือเป็นหลักการที่สำคัญประการหนึ่งในกระบวนการสร้างความปรองดอง กรรมาธิการวิสามัญฯ และสภาผู้แทนราษฎร จะเดินหน้าต่อไปอย่างไร
 
             จะบังคับขืนใจปรองดองกันกระนั้นหรือ