ข่าว

เอ็ม16ถล่ม'เหมี้ยบ พรหมโลก'ค้ายาดับ

เอ็ม16ถล่ม'เหมี้ยบ พรหมโลก'ค้ายาดับ

21 มี.ค. 2555

มือปืนประกบใช้เอ็ม 16 ถล่ม “เหมี้ยบ พรหมโลก”นักค้ายารายสำคัญดับสยอง ผบก.นครศรีธรรมราชเผยเป็น 1 ใน 5 ที่เจ้าหน้าที่กำลังสืบสวนติดตามพฤติกรรม ค้นบ้านเสี่ยเต็นท์รถพบยาบ้ากว่า1ล้านเม็ดยาไอซ์ 20 กก.

            เหตุการณ์คนร้ายใช้อาวุธปืนถล่มหนุ่มใหญ่ประวัติยาวเสียชีวิตคารถยนต์ปิ๊คอัพรายนี้เกิดขึ้นเมื่อเวลา 18.00 น.ของวันที่ 21 มีนาคม 2555 ร.ต.ท.พีระพงศ์ หนูชนะ พนักงานสอบสวนเวร สภ.ย่อยมหาชัย อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช รับแจ้งเหตุยิงถล่มกันด้วยอาวุธปืนสงครามที่บริเวณหน้าที่ทำการ อบต.นาทราย ม.6 ต.นาทราย ริมถนนสายเบญจมะ-ท่าอากาศยาน มีผู้เสียชีวิตอยู่ในที่เกิดเหตุ

            หลังจากนั้นจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ จากนึ้นจึงพร้อมด้วย พล.ต.ต.รณพงศ์ ทรายแก้ว ผบก.ภ.นครศรีธรรมราช พ.ต.อ.ธรรมนูญ ไฝจู ผกก. พ.ต.ท.บุญมี ศิริปาละกะ รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.วินัย คงประพันธ์ สว.สส. กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน แพทย์เวร เข้าทำการตรวจสอบที่เกิดเหตุทันที

            ในที่เกิดเหตุพบว่ามีร่องรอยรถแฉลบไปจากถนนสายหลักลงไปข้างทางต้นไม้หักโค่น่าบ ห่างไปจากถนนราว 100 เมตร มีรถยนต์กระบะอีซูซุตอนครึ่งสีดำทะเบียน นก-8219 นครศรีธรรมราช สภาพเสียหลักพุ่งเข้าชนร้านค้าของชำเลขที่ 78/1 ม.ต.นาทราย อ.เมือง สภาพพังยับเยิน ข้าวของในร้านเสียหายจำนวนมาก ส่วนภายในรถตรงที่นั่งผู้ขับขี่พบผู้เสียชีวิตสภาพถูกยิงด้วยอาวุธปืนเอ็ม 16 หลายนัด เข้าที่ศีรษะ ขมับ ลำตัวด้านขวาหลายนัด ประตูด้านผู้ขับขี่มีรอยกระสุนนับสิบรู ทราบชื่อต่อมาคือนายสมศักดิ์ คันธิก อายุ 42 ปี หรือที่รู้จักในนาม “เหมี้ยบ พรหมโลก” อยู่ 196/2 ม.2 ต.พรหมโลก อ.พรหมคีรี จ.นครศรีธรรมราช ในตัวมีสร้อยคอทองคำ เลสข้อมือ น้ำหนักประมาณ 10 บาท

            หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ค้นภายในรถมีการติดตั้งเครื่องเสียงหรูหราทั้งคันมีลำโพงนับ 10 ตัว และพบเงินสดประมาณ 3 แสนบาท จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน โดยมี น.ส.เรวดี วิเวกรักษ์ อายุ 25 ปี อยู่ 45/3 ม.1 ต.นาทราย อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช มาขอรับทรัพย์สินดังกล่าวโดยระบุว่าเป็นภรรยาของผู้ตาย

            เจ้าหน้าที่รวบรวมข้อมูลก่อนเกิดเหตุได้ความว่านายสมศักดิ์ไม่มีงานทำเป็นหลักแหล่งแต่มีฐานะร่ำรวย ก่อนเกิดเหตุไม่นานได้ขับรถยนต์คันที่เกิดเหตุออกมาจาก อ.พรหมคีรี มุ่งหน้าไปหาภรรยาที่อยู่ไม่ห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 2 กม.เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ ได้มีคนร้ายใช้รถยนต์กระบะสีขาวไม่ทราบแผ่นป้ายทะเบียนตามประกบแล้วใช้อาวุธปืนเอ็ม 16 ยิงเข้าใส่หลายนัดซ้อนอย่างหูดับตับไหม้ ส่งผลให้นายสมศักดิ์ เสียชีวิตทันทีโดยที่เท้าของผู้ตายยังเหยียบอยู่ที่คันเร่งแฉลบพุ่งลงไปข้างทางก่อนที่จะไปชนกับร้านค้าของชำพังยับเยินดังกล่าว

            พล.ต.ต.รณพงศ์ ทรายแก้ว ผบก.ภ.นครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า เมื่อตรวจสอบประวัติของผู้ตายพบว่าเคยถูกจับกุมในคดียาเสพติดมาแล้วเมื่อหลายปีก่อน และหลังจากที่พ้นโทษออกมานั้นยังมีส่วนพัวพันกับยาเสพติดและอาวุธสงคราม เป็น 1 ใน 5 รายของจังหวัดนครศรีธรรมราชที่เจ้าหน้าที่พยายามติดตามพฤติการณ์อย่างใกล้ชิด และผู้ตายยังเคยประกาศตั้งค่าหัวจำนวน 2 ล้านประกาศเด็ดชีพ พ.ต.ท.ลพชน หรือ กษิยิ์เดช ชาญกัน สวป.สภ.พรหมคีรี จ.นครศรีธรรมราช มาแล้ว

            "เจ้าหน้าที่ได้พยายามส่งสายเข้าทำการล่อซื้อหลายครั้งแต่ผู้ตายระวังตัวมาก ทุกอย่างจะไม่ผ่านมือของนายสมศักดิ์เลย แต่มีเครือข่ายทำการแทนทั้งหมดแต่ถูกจับไปแล้วหลายราย อย่างไรก็ตามขณะนี้ขบวนการค้ายาเสพติดมีการติดอาวุธสงครามร้ายแรงเพิ่มมากขึ้นคาดว่าน่าจะเกิดการขัดแย้งกันขึ้นบางอย่างนายสมศักดิ์จึงถูกตามมาสังหารปิดบัญชีก็เป็นได้"  พล.ต.ต.รณพงศ์ กล่าวและว่า

            นอกจากนี้ยังมีรายงานเพิ่มเติมว่านายสมศักดิ์ยังประกาศเป็นศัตรูกับ นายเฉลิม กาญจนพิทักษ์ ผู้ใหญ่บ้าน ม.2 ต.ทอนหงส์ อ.พรหมคีรี จ.นครศรีธรรมราช ในฐานะที่นายเฉลิมได้ตั้งหมู่บ้านปลอดยาเสพติด และประกาศต่อสู้กับขบวนการค้ายาเสพติดทุกรูปแบบ โดยมีการตั้งค่าหัวนายเฉลิมสูงถึง 4 แสนบาท

 

ค้นบ้านเสี่ยเต็นท์รถพบยาบ้ากว่า1ล้านเม็ดยาไอซ์ 20 กก.

             เมื่อเวลา 15.00 น. พล.ต.ต.พิสิษฐ์ พิสุทธิวงศ์ รอง.ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.สมิทธิ มุกดาสนิท ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี และกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนทั้งของนครบาลและของตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี ได้เข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 29/409-410 หมู่บ้านศุภลักษณ์(คลอง7) ม.14 ต.ลำลูกกา อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี เนื่องจากการขยายผลการจับกุมผู้ต้องหาค้ายาบ้าทำให้ทราบว่าบ้านหลังดังกล่าวนั้นเป็นที่ซุกซ่อนยาบ้าจำนวนมาก

             เมื่อกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจมาถึงพบว่าบ้านหลังดังกล่าวนั้นเป็นบ้านทาวส์เฮ้า 2 ชั้น ติดกัน 2 คูหา แต่ไม่พบเจ้าของบ้านหรือผู้ดูแลบ้าน เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าไปด้านในบ้านพบว่ามีกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่จำนวน 6-7 ใบซุกซ่อนอยู่ที่ชั้นบนของบ้าน เมื่อเปิดกระเป๋าทั้งหมดออกดูก็พบว่ามียาบ้าจำนวน 1,020,000 เม็ด และยาไอซ์จำนวน 20 กก.อยู่ด้านในเจ้าหน้าที่จึงยึดไว้เป็นของกกลาง และนำตำรวจจากศูนย์พิสูจน์หลักฐาน เขต 1 จ.ปทุมธานี เข้ามาทำการเก็บรายนิ้วมือแฝง ทั้งนี้ในการเข้าตรวจค้นดังกล่าวนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ยินยอมให้ผู้สื่อข่าวเข้าไปบันทึกภาพการตรวจค้นหรือให้รายละเอียดใดๆกับผู้สื่อข่าว โดยแจ้งเพียงว่ากำลังอยู่ในระหว่างการขยายผล

             ชาวบ้านกล่าวว่า บ้านหลังดังกล่าวนั้นเป็นบ้านของเสี่ยเซฟ และไม่ทราบชื่อหรือนามสกุลจริง ทราบเพียงว่าเป็นเสี่ยเต็นท์รถมือสอง มีเต็นท์จำหน่ายรถอยู่ 2-3 แห่ง โดยมาซื้อบ้านหลังดังกล่าวนี้มาประมาณ 1 ปี โดยซื้อด้วยเงินสด และยังพบว่ามีฐานะร่ำรวย มีการเปลี่ยนหรูๆขับมาอยู่เป็นประจำ แต่ตนเองไม่ได้สงสัยเพราะทราบว่าเขาขายรถอยู่แล้ว และก่อนหน้านี้ก็มักจะมีคนแปลกหน้าเดินทางมาที่บ้านหลังนี้อยู่เป็นประจำ จนมาวันนี้เห็นตำรวจมากันเต็มบ้านจึงรู้ว่าเขาค้ายาบ้า

             ด้าน พล.ต.ต.พิสิษฐ์ พิสุทธวงศ์ รอง.ผบช.น. กล่าวว่า การขยายผลจับกุมในวันนี้สืบเนื่องมาจากการที่ตำรวจได้จับกุมคนเดินยาได้ของกลางยาบ้า 20เม็ดและสอบสวนขยายผลจนมาถึงการจับกุดังกล่าวนี้ ซึ่งรายละเอียดนั้นยังไม่สามารถปิดเผยได้ เพราะยังอยู่ในระหว่างการขยายผล ซึ่งในวันที่ 22 มี.ค.เวลา 10.00 น.จะทำการแถลงข่าวที่ บช.น.ต่อไป