ข่าว

คลิปว่อนเน็ตโต้เดือดรปภ.BTSซัดฝรั่ง

คลิปว่อนเน็ตโต้เดือดรปภ.BTSซัดฝรั่ง

21 มี.ค. 2555

สะพัด! รปภ.BTSซัดฝรั่งเลือดอาบ คลิปว่อนเน็ต ชุมชนออนไลน์ความเห็นแตก แบ่งข้างสนับสนุนโต้เดือด

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีผู้ที่ใช้ชื่อว่า "โจ้" ตั้่งกระทู้ ผ่านเวบบอร์ด ของเวบไซต์บีทีเอส (www.bts.co.th) โดยตั้งหัวข้อเรื่องว่า "เกิดอะไรขึ้นที่ BTS พร้อมพงษ์เวลาประมาณ 2 ทุ่มครึ่ง" ตั้งแต่วันที่ 16มี.ค.55 เวลา 22.09 น. โดยมีเนื้อหาระบุว่า "พอดีเห็นฝรั่งโดนตีเลือดเต็มไปหมด ตรง BTS พร้อมพงษ์ ใกล้ทางเชื่อมห้างเอ็มโพรเรี่ยม สอบถามคนแถวนั้น เห็นบอกว่า รปภ. ห้ามฝรั่งไม่ให้เอาลูกโป่งขึ้นรถไฟฟ้า มันเป็นกฏ แต่ฝรั่งไม่ยอมแล้วเอามือแบบคอ รปภ. ดังนั้น รปภ. จึงใส่ซะเลือดอาบเลย ไม่ทราบเรื่องราวทั้งหมด แต่ว่าต้องทำกับต่างชาติขนาดนั้นเลยหรือ แล้ว รปภ. G4S ทำไมทำยังงั้น น่ากลัวจัง"

 

จนท.บีทีเอส แจง เพื่อความปลอดภัย

 

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทู้ดังกล่าว มีผู้ที่ใช้ชื่อว่า "หนูด่วน" ซึ่งน่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ของบีทีเอส มาเขียนข้อความชี้แจง วันที่ 17มี.ค.55 เวลา 23:06 น. ว่า "เนื่องจากในช่วงเวลาดังกล่าว มีผู้โดยสารชาวต่างชาติถือลูกโป่งหลายใบ ต้องการเข้าระบบและไม่จ่ายเงินซื้อตั๋วโดยสาร โดยลักลอบเดินเข้าไปข้างในระบบ เนื่องจากเป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อห้ามที่ไม่อนุญาตให้ผู้โดยสารนำลูกโป่งทุกชนิดเข้าสู่ระบบได้ ไม่เกินท่านละ 1 ใบ และต้องเป็นลูกโป่งที่ไม่มีขนาดใหญ่ จนกีดขวางหรือเป็นอุปสรรคต่อการเดินทางของผู้โดยสารท่านอื่น

          ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยและไม่กีดขวาง หรือเป็นอุปสรรค ต่อการเดินทางของผู้โดยสารท่านอื่น ดังนั้น เจ้าหน้าที่จึงตัองเข้าไปชี้แจงและตักเตือน แต่ผู้โดยสารชาวต่างชาติไม่ยอมรับฟัง และทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ เพื่อเป็นการควบคุมสถาณการณ์ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะมา ดังนั้น รปภ.จึงจำเป็นจะต้องรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่และป้องกันตนเองครับ"

          สำหรับกระทู้ดังกล่าว มีผู้มาแสดงความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง โดยมีทั้งที่เห็นด้วยกับฝ่าย รปภ. และมีทั้งฝ่ายที่เห็นด้วยกับฝ่ายของชาวต่างชาติ ซึ่งก็มีการแสดงความคิดเห็นทั้งเรื่องของการบังคับใช้ตามกฎอย่างเคร่งครัด และพฤติกรรมการใช้ความรุนแรงเกินความเหมาะสม

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีดังกล่าว ได้มีการแบ่งผันข้อความและข้อมูลในเรื่องนี้ ไปยังเครือข่ายของชุมชนออนไลน์หลายแห่ง ทั้งเวบไซต์ชื่อดังหลายแห่ง รวมถึงเวบบอร์ด และเครือข่ายโซเชียลเน็ตเวิร์คต่าง ๆ อย่างกว้างขวาง ซึ่งก็มีผู้มาแสดงความคิดเห็นอย่างกว้างขวางเช่นกัน

 

น้องภริยาของชาวต่างชาติ ตั้งกระทู้ ฟ้องผ่านเวบไซต์ดัง

          ทั้งนี้ มีผู้ที่ใช้ชื่อว่า "Zvezdy" ได้ตั้งกระทู้ในห้องสยามสแควร์ ของเวบไซต์พันทิพ เมื่อวันที่ 20 มี.ค.55 โดยอ้างว่า มาโพสแทนพี่สาวเจ้าของเรื่อง เพราะอยากให้ทุกคนรับทราบ และแจ้งว่า ถ้าใครมีรูปถ่ายที่เห็นหรืออยู่ในเหตุการณ์ หรือรู้จักผู้อยู่ในเหตุการณ์ ขอความกรุณาท่านติดต่อมา เผื่อขอรูปถ่ายเหล่านั้นไว้เป็นหลักฐานด้วย

          สำหรับ เนื้อหาที่มีการตั้งกระทู้ไว้ในเวบไซต์พันทิพ ใช้หัวข้อเรื่องว่า "จากใจภรรยาและแม่. ที่สามีถูกรปภ.BTS รุมทำร้ายต่อหน้าลูก!" มีดังนี้

          "ด้วยดิฉัน พัชรมาศ ภู่ศรี เป็นภรรยาของนาย จอห์น บีฮัน (Mr. John Behan) สัญชาติไอร์แลนด์ และมารดาของเด็กหญิง เขตมณี บีฮัน อายุ 7 ปี ซึ่งเป็นผู้โดยสารรถไฟฟ้า BTS ในวันที่ 16 มีนาคม 2555 และได้เห็นเหตุการณ์ที่สถานีพร้อมพงษ์ ขณะไปที่เกิดเหตุหลังจากได้รับโทรศัพท์แจ้ง

          -สามีในสภาพเลือดไหลโชกที่ศรีษะ หัว และเสื้อเชิ้ต แต่มือยังถือช่อตุ๊กตาหมีสีชมพู และลูกโป่งจำนวน 4 ลูก กระเป๋านักเรียนของลูกสาวและกระเป๋าตัวเอง พื้นของสถานีเลอะไปด้วยเลือด

          -ลูกสาวในชุดนักเรียนอนุบาลที่เปื้อนเลือด ร้องไห้ สีน้าตกใจและเสียขวัญอย่างที่สุด

          -เพื่อนของสามีซึ่งเป็นอาจารย์สอนที่โรงเรียนเดียวกัน (และได้อุ้มลูกสาวของดิฉันไว้ในขณะที่สามีถูกรุมทำร้าย)

          -ชายชาวต่างชาติได้มายืนอยู่เป็นเพื่อนสามี โดยที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน แต่ได้เห็นเหตุการณ์โดยตลอด (ให้ E-mail ไว้และยังติดต่อมาถามถึงอาการบาดเจ็บด้วยความห่วงใย) ได้ช่วยเรียกรถแท็กซี่เพื่อไปโรงพยาบาลสมิติเวชให้

          -รอบตัวรายล้อมด้วยเจ้าหน้าที่และรปภ.ของ BTS พร้อมพงษ์ จำนวน 8-10 คนมีผู้โดยสารที่อยู่ในบริเวณรถไฟฟ้าบางท่านเห็นเหตุการณ์และถ่ายรูปไว้ เมื่อไปถึงได้สอบถามว่าเกิดอะไรขึ้น พนักงานของรถไฟฟ้าผู้หนึ่งแจ้งว่าชายชาวต่างชาติคนนี้อาละวาด ทำลายข้าวของ ทำร้ายพนักงานรปภ. และได้แจ้งตำรวจแล้ว ตำรวจก็มาแล้ว บอกให้กลับไปก็ไม่ไป ถ้าไม่ไปจะแจ้งตำรวจมาจับ ติดคุกนะ ตำรวจก็บอกให้กลับไปเห็นมั้ย! มีคนมุงดูกันใหญ่

          -สามีจะพูดอธิบาย แต่ดิฉันได้ขอร้องให้เขาไปโรงพยาบาลก่อนเพื่อห้ามเลือด ซึ่งมองเห็นรอยแตกชัดเจน รอยแตกบวมจนเป่งปิดนัยตา แทบมองไม่เห็น ฉันช่วยเขาถือกระเป๋านักเรียนของลูก ช่อตุ๊กตาหมี ลูกโป่ง แต่เขายังยืนยันจะถือกระเป๋าตนเอง และเมื่อไปถึงโรงพยาบาล เขาอุ้มลูกและปลอบใจลูกสาวว่าไม่เป็นไร พ่อไม่เป็นไร ลูกสาวได้พูดบอกเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลว่า ‘พ่อถูกรุมทำร้าย พ่อสู้ไม่ได้ ตั้งหลายคนรุมตีพ่อ หนูตกใจมาก ร้องไห้ ร้องบอกให้หยุด หยุดตีพ่อ ช่วยด้วย ช่วยพ่อด้วย เรียก daddy ซ้ำๆ.. ‘ เลือดสามีไหลมากๆ ลูกสาวจะไม่ยอมห่างพ่อเลย แม้นางพยาบาลจะไม่อยากให้เข้าห้องปฐมพยาบาล แต่ก็ใจด่อนให้เข้าไปส่งพ่อได้และให้ออกมารออยู่ด้านนอก

          -จากนั้นทำเรื่องย้ายจากโรงพยาบาลสมิติเวช มาโรงพยาบาลตำรวจ วันที่ 17 มีนาคม 2555 จึงได้มาลงบันทึกประจำวันที่สถานีตำรวจนครบาลทองหล่อ และได้ทราบว่ารปภ.ของรถไฟฟ้า BTS ได้มาแจ้งความว่าถูกชาวต่างชาติทำร้ายร่างกายไว้แล้วเมื่อ 16 มีนาคม 2555 เวลา 19.30 น.

          -ดิฉันจึงขอแจ้งความเพื่อขอดู CCTV ที่บก.สยาม

          -ไปดู CCTV ที่บก.สยาม กับสามี (Mr. John Behan) ลูกสาว (เด็กหญิง เขตมณี บีฮัน) คุณแม่ดิฉันและเพื่อนรวม 5 คน ซึ่งได้ดูการขึ้นลง-เข้าออก BTSของสามีกับลูกสาว ตั้งแต่สามีไปรับลูกสาวที่โรงเรียน พามาขึ้นรถไฟฟ้าที่สถานีสุรศักดิ์ – เปลี่ยนเส้นทางที่สถานีสยาม ขึ้นรถที่สถานีสยาม มาลงที่สถานีพร้อมพงษ์ ออกไปร้านอาหารเพื่อแสดงความยินดีกับลูกสาวในวันจบการศึกษา ชั้นอนุบาลสาม โดยทานอาหารกับลูกสาวและเพื่อนของสามีซึ่งเป็นครูชาวต่างประเทศที่สอนอยู่ในโรงเรียนเดียวกันกับสามี 

          จากนั้นพาลูกมาขึ้นรถที่สถานีพร้อมพงษ์ เพื่อกลับบ้านที่สถานีอารีย์ แต่รปภ.บอกว่าเอาลูกโป่งไปไม่ได้ ห้ามเอาลูกโป่งขึ้นรถไฟฟ้าเกิน 1 ใบ สามีได้พยายามอธิบายว่าวันนี้เป็นวันจบการศึกษาชั้นอนุบาล 3 ของลูกสาว เป็นของขวัญ ของแสดงความยินดีที่คุณครูและผู้ปกครองของเพื่อนให้ลูกสาวมา มีความสำคัญมากต่อจิตใจของลูก ขอความกรุญาให้นำไปด้วย แต่รปภ.ไม่ยินยอม ไม่เข้าใจถึงความสำคัญของลูกโป่ง ถึงอย่างไรก็ให้ผ่านไปไม่ได้

          สามีพยายามอธิบายว่าผ่านขึ้นลงมาตั้งหลายสถานีไม่เห็นมีอะไร ก็ผ่านมาได้ จนจะเดินทางกลับบ้านแล้ว ทำไมจึงจะเอาลูกโป่งไปไม่ได้? พนักงานสถานีออกมาบอกว่าจะผ่านไปต้องเอาลูกโป่งทิ้งถังขยะ สามีไม่ทิ้งและพยายามจะผ่านเข้าทางพิเศษสำหรับผู้พิการ แต่เจ้าหน้าที่ก็ไม่ยอม มีการฉุดดึง เสียงดัง และสามีเหวี่ยงลูกโป่งลงถังขยะ และเตะถังขยะสีดำล้มคว่ำ ลูกโป่งลอยเข้าไปในสถานี แม่บ้านโยนออกมา ผ่านเข้ามาได้ และขึ้นบันได

          ตอนกำลังจะเข้าไปในตัวรถไฟฟ้า ถูกกระชากออกมาจากตัวรถไฟฟ้า มีลูกสาวยืนอยู่ติดกัน เห็นรปภ.และเจ้าหน้าที่รถ BTS พร้อมพงษ์ รุมทำร้ายร่างกาย กระหน่ำตี!!

          ขอถามว่า :

          1.มาตรฐานการรักษาความปลอดภัยของคุณ (รถไฟฟ้า BTS) มีอย่างไร? ทำไมแต่ละสถานีไม่เหมือนกัน ทำไมถ้าลูกโป่งเอาขึ้นรถไฟฟ้าเกิน 1 ลูกไม่ได้ แต่สถานีสุรศักดิ์ เดินสวนกับรปภ. ก็ไม่เห็นมาอธิบายหรือห้ามแต่อย่างใด จนมาถึงสถานีสยาม และขาออกสถานีพร้อมพงษ์ ก็ไม่ถูกห้าม สามารถออกได้เหมือนผู้โดยสารปกติ

          2.มาตรฐานการระงับเหตุในแต่ละระดับความร้ายแรง

          2.1สามีไม่มีอาวุธใดๆ ไม่ได้เมาสุรา มากับลูกสาวในวันแห่งความยินดี

          2.2การระงับเหตุหากคุณเพียงล๊อคตัว หรือถ้าอาละวาดไม่หยุด คุณใส่กุญแจมือ แล้วเรียกตำรวจมาเพื่อแจ้งข้อกล่าวหา ถ้าทำลายข้าวของหรือทรัพย์สินของ BTS ก็จะสมควรแก่เหตุ แต่ทำไมต้อง

          -ทุบตีด้วยเครื่องตรวจอาวุธที่เป็นโลหะ มิใช่กระบองที่เป็นอุปกรณ์ประจำตัวของรปภ.ในการรักษาความปลอดภัย

          -ทุบตีเกินสมควรแก่เหตุ ต่อหน้าต่อตาลูกสาว ซึ่งเป็นการกระทำที่รุนแรงต่อจิตใจของลูกสาวอย่างที่สุด ถ้าคุณเห็นใครรุมตีบุพการรีของคุณ คุณจะรู้สึกอย่างไร?

          (โปรดอธิบาย ขอคำอธิบายถึงสภาพจิตใจของคุณด้วยอย่างละเอียด เพื่อคุณจะได้เข้าใจถึงจิตใจลูกสาวของดิฉันที่เห็นพ่อถูกรุมทุบตีจากรปภ.และเจ้าหน้าที่ของคุณว่าเจ็บปวด ทรมาน เพียงใด ร้องไห้ขอให้คนช่วยพ่อ ห้ามให้หยุดตีพ่อ พ่อที่ทำหน้าที่พ่อถือดอกไม้แสดงความยินดี ช่อลูกหมี ลูกโป่งให้ลูก แล้วพ่อผิดมากมายถึงขั้นต้องทุบตีขนาดนี้เลยหรือ? (ช่วยตอบคำถามของเด็กหญิงอนุบาล 3 อายุ 7 ปีด้วยค่ะ ว่าพ่อหนูทำผิดมากขนาดนั้นเลยหรือ?)

          หนูรู้สึกเสียใจและรู้สึกผิดมากๆที่ให้พ่อช่วยถือให้ ทำให้พ่อถูกรุมตี หนูกลัวพ่อเจ็บ กลัวพ่อตาย และคิดว่าถ้าหนูถือเองเขาจะรุมตีหนูไหม? Daddy จะช่วยเขตมณีสู้ได้มั้ย เขาจะตีหนูแบบที่ตีพ่อไหม?! หรือว่าพ่อหนูผิดยิ่งกว่าผู้ก่อการร้ายที่แม้แต่ตำรวจยังป้องกันในการทำแผนไม่ให้โดนประชาชนรุมทำร้าย แล้วพ่อหนูทำอะไร? มีวาวุธอะไร? ทำไมถึงทำกับ daddy แบบนี้?

          บาดเจ็บร่างกายรักษาแล้วหายได้ บาดเจ็บจากจิตใจจะทำอย่างไร? และถ้าการตีหรือเครื่องตรวจโลหะนั้นพลาดมาตีโดนลูกสาวดิฉัน คุณจะทำอย่างไร? ใครจะรับผิดชอบ?

          2.3หากสามีของดิฉันต้องพิการหรือตายเพราะการรักษาความปลอดภัยของคุณ ใครคือคนที่จะต้องรับผิดชอบ เพราะสามีของดิฉันเป็นผู้นำของครอบครัว คำพูดที่เจ้าหน้าที่พูดว่าสามีทำร้ายร่างกายรปภ.ก็เป็นการโกหกต่อหน้าเด็ก และยังรายงานเท็จต่อผู้บริหาร แจ้งความเท็จต่อสถานีตำรวจ เช่น

          -ผู้โดยสารอาละวาด ทำลายข้าวของ

          -ผู้โดยสารทำร้ายรปภ. บีบคอ รปภ.

          -ผู้โดยสารไม่ชำระค่าโดยสาร

          ฯลฯ ที่แจ้งเท็จเพื่อให้สถานีพร้อมพงษ์เป็นฝ่ายถูก ผู้โดยสารเป็นฝ่ายผิด และยังไร้มนุษยธรรมไม่เรียกหน่วยปฐมพยาบาลมาช่วยห้ามเลือด ทำแผลให้ในระหว่างรอภรรยามาที่สถานี (ถ้าดิฉันไม่ได้อยู่ในกทม. สามีคงเลือดไหลไม่หยุด และอาจเป็นอันตรายถึงเสียชีวิต) ดิฉันเห็นแล้วสงสารสามี สงสารลูกสาวมาก สงสารสุดใจ ไม่คิดว่าการตัดสินใจพาครอบครัวเดินทางกลับมาอยู่ประเทศไทย (บ้านเกิด) จะทำให้สามีต้องมาเจอกับเหตุการณ์แบบนี้ แบบที่ไม่คิดว่าจะเกิดได้กับการเดินทางด้วยรถไฟฟ้าบีทีเอส ที่เป็นผู้โดยสารแบบซื้อตั๋วโดยสารรายเดือน

          เป็นผู้โดยสารมาตั้งแต่มาอยุ่ประเทศไทย มีใบอณูญาติทำงาน เป็นอาจารย์สอนที่โรงเรียนนานาชาติแห่งหนึ่งที่ต้องเดินทางไปกลับด้วยรถไฟฟ้าประจำจากบ้าน ที่สถานีอารีย์ สถานีสุรศักดิ์ ฯลฯ แต่กลับมาถูกกล่าวหาจากสถานพร้อมพงษ์ว่าผ่านโดยไม่ชำระค่าโดยสาร ซึ่งนอกจะถูกทำร้ายร่างกายแล้ว ยังมาหมิ่นประมาทดูถูกว่าค่าโดยสารก้ไม่จ่าย ซึ่งขอชี้แจงว่า ขอให้ทำการตรวจสอบตั๋วเดือน และตั๋วโดยสารของลูกสาวที่ซื้อผ่านเข้าสถานีพร้อมพงษ์ก็ยังไม่ได้ผ่านออก (ตอนนี้ก็ยังเก็บไว้เป็นที่ระลึก 16 มีนาคม 2555 รถไฟฟ้ามหาโหด)

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทู้ดังกล่าว ในเวบไซต์พันทิพ มีผู้มาแสดงความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง ทั้งที่เห็นด้วยกับฝ่ายรปภ. และเห็นด้วยกับฝ่ายของชาวต่างชาติ ทั้งนี้ การชี้แจงในลักษณะเดียวกัน ที่มีการโพสกระทู้ในเวบไซต์พันทิพ ได้มีการนำไปโพสไว้ในกระทู้ที่ตั้งไว้ในเวบบอร์ดของเวบไซต์บีทีเอส ด้วยเช่นกัน

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีดังกล่าว มีผู้ที่ใช้ชื่อว่า "DrummondinBangkok" ได้อัพคลิปวีดีโอเหตุการณ์ในวันดังกล่าว ขึ้นบนเวบไซต์ยูทูป โดยได้อัพขึ้น เมื่อวันที่ 18 มี.ค.55 และตั้งชื่อหัวข้อเรื่องว่า "Bloodied foreigner at BTS" ซึ่งในคลิปวีดีโอดังกล่าว ก็มีการแสดงความคิดเห็นทั้ง 2 ทางอย่างกว้างขวาง พร้อมทั้งมีการแบ่งปันคลิปวีดีโอดังกล่าว ในเครือข่ายโซเชียลเน็ตเวิร์คอย่างกว้างขวางเช่นกัน

 

......................

(หมายเหตุ : ขอขอบคุณ

1.กระทู้ในเวบบอร์ด ของเวบไซต์บีทีเอส http://www.bts.co.th/customer/th/07-webboard-detail.aspx?id=503881

2.กระทู้ ในเวบไซต์พันทิพ "จากใจภรรยาและแม่. ที่สามีถูกรปภ.BTS รุมทำร้ายต่อหน้าลูก!" http://www.pantip.com/cafe/siam/topic/F11858694/F11858694.html

3.คลิปวีดีโอ "Bloodied foreigner at BTS" จาก "DrummondinBangkok" : http://youtu.be/gPrur8x7ktI)