ข่าว

ยี่สิบปีรักมั่นคง'สุวรรณ์-คีธ มิดเดลตัน'

ยี่สิบปีรักมั่นคง'สุวรรณ์-คีธ มิดเดลตัน'

22 มี.ค. 2555

ยี่สิบปีรักมั่นคง'สุวรรณ์-คีธ มิดเดลตัน' : คอลัมน์ เขยฝรั่ง สะใภ้อินเตอร์ : โดย...เสาวลักษ์ คงภัคพูน // ประสิทธิ์ ตั้งประเสริฐ

                 ชีวิตของคู่รักต่างเชื้อชาติ "สุวรรณ์-คีธ มิดเดลตัน" ที่ครองรักกันมานานกว่า 20 ปี และทำงานอุทิศเพื่อเด็กๆ ในบ้านเกิด หมู่บ้านประโดก อ.เมือง จ.นครราชสีมา ด้วยการสอนภาษาให้แก่เยาวชนที่ได้เรียนจากเจ้าของภาษาอย่างแท้จริง ทำให้เด็กๆ ที่นี่มีพัฒนาการด้านภาษาอังกฤษดีขึ้นอย่างมาก

                 ปัจจุบัน สุวรรณ์ มิดเดลตัน อายุ 55 ปี ขณะที่ คีธ มิดเดลตัน อายุ 78 ปี อดีตทหารอากาศสัญชาติอังกฤษ ชีวิตรักเหมือนฟ้าลิขิต เมื่อฝ่ายชายเลือกเดินทางท่องเที่ยวแถบเอเชีย เพื่อพักผ่อนหลังเกษียณอายุการรับราชการทหาร ได้เดินทางไปยังประเทศ สิงค์โปร มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และกัมพูชา

                 บ่ายวันหนึ่งในปี พ.ศ.2532 "คีธ" เลือกมาพักผ่อนอยู่หาดบางแสน จ.ชลบุรี ขณะนั้น "สุวรรณ์" ทำงานเป็นแม่บ้านของอพาร์ตเมนต์แห่งที่คีธเข้าพัก

                 เขาได้สอบถามสุวรรณ์เกี่ยวกับสถานที่ต่างๆ ซึ่งลูกย่าโมคนนี้ก็อธิบายบอกเส้นทางและแนะนำสิ่งต่างๆ ได้อย่างฉาดฉาน หลังจากนั้นเมื่อคีธอยากไปที่ไหนก็จะมาสอบถาม และที่สุดก็ให้เป็นไกด์พากินพาเที่ยว เมื่อต้องเดินทางกลับประเทศ คีธได้ขอเบอร์โทรศัพท์ ซึ่งฝ่ายหญิงก็ไม่ปฏิเสธ

                 เมื่อได้เดินทางมาเมืองไทยคราใด "คีธ" ก็จะตรงดิ่งไปที่บางแสน เพื่อไปพบสุวรรณ์ตามที่หัวใจเรียกร้อง และเมื่อความรักสุกงอม เขาก็เอ่ยปากขอแต่งงาน

                "ได้ฟังตอนแรกตกใจและไม่เชื่อหูตัวเอง ในใจมีแต่คำถามว่า เขารักเราจริงหรือ หน้าตารูปร่างเราก็ไม่ได้สวยเลิศเลอ แถมยังเจ้าเนื้ออีก จึงถามเขาไปว่าชอบฉันตรงไหน เขาอกว่าชอบนิสัย ที่ไม่ถือตัว พูดภาษาอังกฤษเก่ง และมั่นใจว่าจะฝากชีวิตไว้ได้ ในครั้งแรกยังไม่ตอบตกลง"

                 จนกระทั่งฝ่ายชายเดินทางกลับประเทศอังกฤษ จิตใจของสุวรรณ์ ว้าวุ่น คิดถึงแต่เรื่องที่เขาขอแต่งงาน เขาจะรักเราจริงไหม จะหลอกให้เจ็บช้ำน้ำใจกันหรือเปล่า

                การกลับมาพบสุวรรณ์เป็นครั้งที่ 3 คราวนี้อคีธได้พาเพื่อนๆ จากประเทศอังกฤษมาทำความรู้จัก และมาร่วมเป็นสักขีพยานในการมาขอคำตอบว่าจะรับรักหรือไม่ สุวรรณ์จึงใจอ่อนยินยอมแต่งงานด้วย

                "ส่วนลึกในใจตามประสาของผู้หญิงคนหนึ่งก็ต้องการอยากจะขึ้นเครื่องบิน อยากเห็นหิมะ อยากเห็นความเป็นอยู่ของชาวต่างชาติ และอยากไปเที่ยวต่างประเทศจึงตัดสินใจแต่งานกัน เมื่อปี 2535 รวมระยะเวลาที่ศึกษาดูใจกันมาทั้งสิ้น 3 ปี"

                 กว่า 1 ปี ที่สุวรรณ์ต้องเดินเรื่องในการทำเอกสารสำหรับใช้เดินทางตามสามีไปอยู่ที่ประเทศอังกฤษนาน ถึงแม้ว่าจะใช้เวลานาน แต่สุวรรณ์บอกว่า คุ้มค่ากับการรอคอยที่สาวบ้านนาจะได้ขึ้นเครื่องบิน แล้วบินลัดฟ้าไปไกลถึงประเทศอังกฤษ

                 ช่วงฤดูใบไม้ผลิที่ประเทศอังกฤษเป็นบรรยากาศที่สวยงาม บ้านทุกหลังจะมีทั้งดอกไม้ และต้นไม้ที่ปลูกไว้หน้าบ้านกำลังออกดอก สภาพบ้านเรือนที่ปลูกสร้างบนพื้นที่ที่เป็นเนินเขา ยิ่งทำให้มองเห็นความสวยงามของธรรมชาติยิ่งสร้างความประทับใจให้สาวจากที่ราบสูงคนนี้ไม่น้อย

                 "บ้านเรือนเขาสวยงาม เป็นระเบียบเรียบร้อย รถไม่ติด ถนนโล่งสะอาด สงบเงียบ บรรยากาศอึมครึม แต่ก็น่าอยู่ เป็นครั้งแรกที่เคยไปอยู่ต่างบ้านต่างเมือง ก็รู้สึกตื่นเต้นเหมือนได้เปิดโลกใหม่ๆ ได้เห็นสังคม วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อมใหม่ๆ ทำให้ตลอด 9 ปี ที่ใช้ชีวิตอยู่ที่โน่นเป็นการใช้ชีวิตที่คุ้มค่ามาก"

                  จากที่เป็นคนชอบทำงาน ไม่เคยอยู่เฉยๆ ใช้ชีวิตเป็นแม่บ้านไม่นาน จึงตัดสินใจขออนุญาตสามีไปทำงานนอกบ้าน สุวรรณ์มองว่า ต้องการรู้จักบ้านเมือง ผู้คนให้มากกว่าที่จะอยู่บ้านเฉยๆ งานแรกที่ทำคืองานดูแลผู้สูงอายุ

                  "ไม่ชอบอยู่บ้านเฉยๆ อยากทำงาน อยากไปโน่นมานี่บ้าง พอบอกสามี เขาก็อนุญาตให้ไป เพราะเขาเองก็กลัวว่าเราจะเบื่อ งานที่ทำก็เริ่มจากดูแลคนชรา จะทำงานเฉพาะเสาร์-อาทิตย์ ไม่นานก็สมัครทำงานที่โรงงานเบเกอรี่ ช่วงนั้นสนุกมาก เพื่อนที่ทำงานรู้จักหมดทุกคน นอกจากจะเป็นคนไทยคนเดียวแล้ว เราเป็นคนขยันสู้งาน เรามาก่อน กลับทีหลัง ทั้งเพื่อนและเจ้านายก็รัก ทำงานได้สักพักก็ได้เป็นพนักงานดีเด่น เจ้านายให้ตั๋วดูฟุตบอล ช่วงนั้นได้ไปดูคู่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แข่งกับเซาแธมป์ตัน"

                    หากมีเวลาว่างสุวรรณ์และสามีมักจะหาโอกาสไปรับประทานอาหารไทยและไปทำบุญที่วัดไทยอยู่เสมอ

                   นอกจากนี้ยังชักชวนเพื่อนชาวต่างชาติไปทำบุญด้วย ทำให้ตลอด 9 ปีสุวรรณ์มีเพื่อนชาวต่างชาติมากมาย ส่วนใหญ่จะคอยช่วยเหลือและดูแลกันตลอด

                  "ตอนแรกคิดว่าจะปักหลักอยู่ที่อังกฤษแล้ว เพราะอยู่จนชิน เพื่อนบ้านดี เจ้านายก็ดีคอยดูแลตลอด แต่พอสามีอยากกลับมาอยู่เมืองไทย ก็เลยตัดสินใจกลับมาอยู่บ้านที่โคราช อยู่ที่อังกฤษถึงจะสบาย ทำงานได้เงินเยอะ แต่ก็ไม่เหมือนบ้านเราทั้งเรื่องอาหารการกิน ญาติพี่น้อง บ้านเรายังอบอุ่นกว่า สบายใจกว่า 8-9 ปีที่ไปอยู่ได้ทำงานหลายอย่าง ได้ไปเที่ยว ได้เห็นบ้านเมืองของเขา รู้ว่าผู้ดีอังกฤษเป็นอย่างไร ก็คุ้มค่าแล้ว"

                  เมื่อได้กลับมาอยู่ที่บ้านประโดก อ.เมือง จ.นครราชสีมา ทั้งคู่คิดว่าจะนำความรู้ทางด้านภาษานำกลับมาสอนเด็กๆ ภายในชุมชนให้สามารถอ่านออกเขียนได้ มีเด็กภายในชุมชนที่จะไปสอบสัมภาษณ์ภาษาอังกฤษเข้ามาให้ช่วยสอน จนสอบสัมภาษณ์ผ่าน ตั้งแต่นั้นมาก็มีเด็กๆ เข้ามาให้สอนเรื่อยๆ จึงตัดสินใจเปิดโรงเรียนสอนภาษาสวัสดีเนิร์สเซอรี่ขึ้นภายในหมู่บ้านประโดก

ทุกวันนี้ทั้งสองมีความสุขกับชีวิตที่มีเด็กๆ รายล้อมรอบตัวอยู่ทุกวัน...


..........................................
(หมายเหตุ : ยี่สิบปีรักมั่นคง'สุวรรณ์-คีธ มิดเดลตัน' : คอลัมน์ เขยฝรั่ง สะใภ้อินเตอร์ : โดย...เสาวลักษ์ คงภัคพูน // ประสิทธิ์ ตั้งประเสริฐ)