ข่าว

'รัฐ'เร่งเยียวยา4ศพปัตตานี

'รัฐ'เร่งเยียวยา4ศพปัตตานี

21 มี.ค. 2555

รัฐเร่งทำความเข้าใจพร้อมมอบเงินเยียวยาคดียิงชาวบ้าน 4 ศพรายละ 5 แสนบาท ด้านครอบครัวเหยื่อเผยต้องดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ก่อเหตุตามกระบวนการยุติธรรม ขณะที่พ่อผู้บาดเจ็บพ้อรัฐช่วยลูกชายเหตุต้องเปลี่ยนสถานะเป็นผู้พิการ

                  21 มี.ค.55 คดีคืบหน้าเหตุการณ์ทหารพรานกองร้อย 4302 ต.น้ำดำ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ใช้อาวุธปืนสงครามอาก้าและเอ็ม 16 ยิงใส่ระยนต์กระบะของชาวบ้าน ซึ่งเข้าใจว่าเป็นคนร้าย ริมทางขึ้นถนนสาย 418 ม.1 บ้านกาหยี ตำบลปุโล๊ะปุโย อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี ทำให้มีชาวบ้านที่นั่งอยู่ในรถเสียชีวิต 4 คน และ บาดเจ็บ4คน ขณะกำลังเดินทางไปทำบุญละหมาดงานศพชาวบ้านอีกหมู่บ้านหนึ่ง เหตุเกิดเมื่อวันที่ 29 มค.ที่ผ่านมา

                 ทั้งนี้ หลังจากนั้นกองทัพภาคที่ 4 ได้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงจำนวน 14 คน เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องดังกล่าว โดยมี นายแวดือราแม มะมิงจิ เป็นประธาน,นายเสรี ศรีหะไตร รองผู้ว่าปัตตานี เป็นรองประธาน, นายกิตติ สุระคำแหง ผู้อำนวยการสำนักบริหารงานยุติธรรม ศอ.บต เป็นเลขาฯ และนายอนุกูล อาแวปูเต๊ะ เป็นผู้ช่วยเลขาฯ และมีตัวแทนชาวบ้าน ทนายความ ผู้นำศาสนาและอื่นๆ มีการดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงตั้งแต่วันที่ 10 ก.พ.จนถึงวันที่ 20 มี.ค.ที่ผ่านมา รวมทั้งสิ้น 40 วัน ได้ผลสรุปการตรวจสอบ โดยระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดจากการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งอยู่ระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ กระทำต่อประชาชนผู้บริสุทธิ์ น่าจะเกิดจากสำคัญผิด เนื่องจากวันเวลาใกล้เคียงกันมีเหตุยิงฐานทหารด้วยเช่นกัน เกิดความหวาดระแวง ส่วนอาวุธปืนที่พบในรถ ไม่ใช่ของประชาชนที่โดยสารมากับรถตามที่รายงานข่าวไปแล้วนั้น

                   ล่าสุด เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 21 มีนาคม นายกิตติ สุระคำแหง ผู้อำนวยการสำนักบริหารงานยุติธรรม ศอ.บต เป็นเลขาคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมด้วย นายลือชัย เจริญทรัพย์ นายอำเภอหนองจิก จ.ปัตตานี และปลัดอำเภอ คณะกรรมการเยียวยา ได้เดินทางไปพบปะกับประชาชนผู้ที่ได้รับผลกระทบ ที่มัสยิดบ้านตันหยงปูโล๊ะ ม.4 ต.ปูโล๊ะปูโย อ.หนองจิก พร้อมทั้งได้ชี้แจงให้กับทุกคนทราบว่าทุกฝ่ายมีความห่วงใยทุกคน และพยายามทำหน้าที่ให้เกิดความเป็นธรรม เพื่อให้ประชาชนมีความสุข และเพื่อให้บ้านเมืองเกิดความสันติสุข หลังจากที่คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว และสรุปข้อเท็จจริงแล้ว ทำให้ประชาชนที่ร่วมรับฟังต่างแสดงสีหน้าพอใจ ที่ทางราชการ ได้ทำให้ความจริงปรากฏว่าประชาชนบริสุทธิ์จริง จากนั้นนายกิตติ สุระคำแหง ผู้อำนวยการสำนักบริหารงานยุติธรรม ศอ.บต และเลขาคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมด้วย นายลือชัย เจริญทรัพย์ นายอำเภอหนองจิก ได้มอบเงินสดจำนวน 4 แสนบาท ให้กับครอบครัวผู้สูญเสีย จำนวน 4 คน รวม 1 ล้าน 6 แสนบาท

                 นายกิตติ เปิดเผยว่า สำหรับการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ครั้งนี้ คือ 1. ผู้เสียชีวิต ได้รับเงิน 4 แสนบาท รวม 4 คนจำนวน  1.6 ล้านบาท จากเดิมให้ไปแล้วคนละ 1 แสนบาท เมื่อวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา 2.ผู้บาดเจ็บ ให้รักษาจนกว่าจะหายเป็นปกติโดย จ่ายตามความเป็นจริง และระหว่างที่ไม่ได้ทำงาน ให้จ่ายเงินชดเชยวันละ 400 บาท ไม่เกิน 3 แสนบาท 3. ด้านทรัพย์สิน รถยนต์ที่เสียหายที่ถูกเจ้าหน้าที่ยิงนั้นเห็นควรให้ขายซากรถยนต์ดังกล่าว และจัดหารถยนต์คันใหม่แทน  นอกจากนั้นจะมีการเยียวยาอย่างต่อเนื่อง โดยพิจารณาด้านความยั่งยืน การพัฒนาคุณภาพชีวิตการอยู่ในสังคมอย่างมีศักดิ์มีศรี มีความสุขอย่างต่อเนื่อง รวมถึงอาชีพและทุนการศึกษา และใครเดือดร้อนจริงก็สามารถแจ้งผ่านนายอำเภอหนองจิกเพิ่มเติม

                  "การช่วยเหลือเยียวยากรณี 7 ล้านบาทนั้น ให้เสนอคณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ว่าด้วยการเยียวยานั้นที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ต้องพิจารณาอีกครั้ง ส่วนการเยียวยาจะเป็นตัวเงินหรือไม่ใช่ตัวเงินไม่ใช่ประเด็นสำคัญ แต่เน้นเรื่องรวดเร็วยั่งยืนและมองคุณภาพชีวิตในระยะยาว เงินไม่ได้เป็นคำตอบสุดท้าย แต่การพัฒนาคุณภาพชีวิตแบบยั่งยืน หรือให้การศึกษาให้มีคุณภาพอย่างถึงที่สุด" นายกิตติ กล่าว

                  ด้านนางอาอีด๊ะ บือราเฮง ที่สูญเสียน้องชาย นายรอปา บือราเฮง อายุ 18 ปี ที่กำลังศึกษา กล่าวว่า การมอบเงินเยียวยาเทียบไม่ได้กับค่าของคนที่เสียชีวิตไปแล้ว แต่การเยียวยาผู้ที่บาดเจ็บขอเพียงให้รัฐเป็นกลางและเป็นธรรมมากที่สุด เพราะชาวบ้านยังมีความรู้สึกหวาดระแวงและกลัวอยู่  ทั้งนี้ในส่วนของครอบครัวนั้นการได้เงินไม่ได้ทำให้ดีใจเพียงแค่ช่วยทำให้สบายใจขึ้นมาได้บ้าง

                 ส่วนกรณีที่สรุปว่าประชาชนบริสุทธิ์นั้น นางอาอีด๊ะ ระบุว่า  เรื่องนี้ยังไม่สิ้นสุดเพียงแค่บอกว่าชาวบ้านบริสุทธิ์ แต่อยากให้ดำเนินคดีตามกระบวนการกฎหมายที่เจ้าหน้าที่ได้ทำกับประชาชน โดยอยากให้กระบวนการยุติธรรมเป็นผู้ตัดสิน

                 นายอามะ บือราเฮง พ่อของนายซอบบรี บือราเฮง ที่บาดเจ็บสาหัส และพิการ กล่าวว่า ขณะนี้ลูกรักษาที่โรงพยาบาลปัตตานี หลังจากที่ไปรักษาที่หาดใหญ่ โดยแพทย์ระบุว่ารักษาให้หายไม่ได้แล้วทำให้อาจต้องพิการตลอดชีวิต ขณะนี้ลูกชายกลายเป็นคนพิการ ตาข้างขวาบอด ส่วนขาที่หักทั้งสองข้างกระดูกยังไม่เข้าที่ทำให้ยังเดินไม่ได้  อีกทั้งต้องหยุดเรียนไปโดยปริยาย ซึ่งเงินจำนวนดังกล่าวไม่ได้คุ้มค่าเลยกับต้องพบกับความสูญเสียดังกล่าว

                 ด้านนายยา ดือราแม เจ้าของรถและเป็นคนขับรถคันเกิดเหตุซึ่งหนีรอดชีวิตมาได้ กล่าวว่า ดีใจที่รัฐให้รถคันใหม่ทำให้สามารถไปประกอบอาชีพได้ เพราะหยุดงานมานานแล้ว ส่วนรถคันเก่าสภาพถูกยิงเสียหายหนักกลายเป็นซากรถปัจจุบันถูกเก็บไว้ที่จุดตรวจยุทธศาสตร์ที่ดอนยาง อ.หนองจิก ซึ่งรถคันดังกล่าวยังคงผ่อนจ่ายอยู่ โดยมีการทวงถามมา 2 เดือนแล้วเพราะไม่ได้จ่ายค่างวดรถ ซึ่งหากรัฐมอบรถคันใหม่ให้จะได้แจ้งให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทราบต่อไป

                 สำหรับบรรยากาศภาพรวมในหมู่บ้านตันหยงปูโล๊ะ พบว่า เป็นไปด้วยความเงียบเหงา เนื่องจากผู้คนส่วนใหญ่ โดยเฉพาะวัยหนุ่มสาว ออกไปทำงานในตัวเมืองและขายแรงงานที่ประเทศมาเลเซีย จึงมีเพียงคนชราอยู่ประจำบ้านเท่านั้น