ข่าว

มะนาวตลาดรถไฟสงขลาลูกละ10บ.

มะนาวตลาดรถไฟสงขลาลูกละ10บ.

21 มี.ค. 2555

มะนาวตลาดรถไฟสงขลาราคาพุ่งเท่าตัวขนาดจัมโบ้เบอร์ 5 ลูกละ 10 บาท เบอร์เล็กสุดลูกละ 4 บาท ผลมาจากภาวะภัยแล้ง ชาวพม่าขนมะนาวข้ามฟากขายแม่ค้าระนองลูกละบาท ชาวบางระกำปลูกถั่วฝักยาวสู้ภัยแล้ง สร้างรายได้แทนการทำนา

           เมื่อวันที่ 21 มี.ค. ราคามะนาวในตลาดรถไฟสงขลา ซึ่งเป็นแหล่งค้าส่งมะนาวที่สั่งมาจากจังหวัดราชบุรี ขณะนี้ราคาปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยราคาถุง 200 ลูก เบอร์ 5 ราคาส่ง ถุงละ 1,400 บาท ตกราคาลูกละ 7 บาท มาขายปลีกลูกละ 10 บาท เบอร์ 6 ราคาส่ง ถุงละ 1,300 บาท ตกราคาลูกละ 6.50 บาท มาขายปลีกลูกละ 8 - 9 บาท และเบอร์7 ราคาส่ง ถุงละ 850 บาท ตกราคาลูกละ 4.25 บาท มาขายปลีกลูกละ 5-6 บาท และยังมีแนวโน้มที่จะสูงขึ้นอีกเป็นรายวัน เนื่องจากเข้าสู่หน้าแล้งซึ่งเป็นช่วงที่มะนาวมีราคาแพงทุกปี เนื่องจากมะนาวผลผลิตออกมาน้อยไม่เพียงพอกับความต้องการของตลาดและประชาชน ที่มีความจำเป็นต้องใช้ในการปรุงอาหารประจำวัน

             ขณะเดียวกันก็มีมะนาวจากจังหวัดยะลา ซึ่งเป็นมะนาวพื้นบ้านลูกใหญ่มีน้ำมากเข้ามาตีตลาด ในราคากิโลกรัมละ 100 บาท ประมาณ 10 - 12 ลูก โดยลูกใหญ่ซึ่งได้ชั่งน้ำหนักดู1 ลูกน้ำหนัก 100 กรัมหรือ 1 ขีด ซึ่งได้รับความสนใจจากพ่อค้าแม่ค้าขายข้าวแกงและขายส้มตำที่นำไปปรุงอาหารขาย เนื่องจากต้องการมะนาวที่ใช้น้ำมาก ลูกใหญ่ถึงแม้ว่าจะมีราคาแพงก็ต้องซื้อ

             สาเหตุจากมะนาวแพง เนื่องจากภาวะภัยแล้งทำให้มะนาวขาดแคลน ขณะที่พื้นที่ปลูกมะนาวในหลายจังหวัดทางภาคกลางถูกน้ำท่วมทำให้ต้นมะนาวเสียหายซึ่งจะส่งผลมะนาวในตลาดลดลงและราคาปรับตัวสูงขึ้น ทั้งนี้หากเป็นไปได้ต้องการให้ภาครัฐเร่งหาทางควบคุมราคามะนาวไม่ให้สูงเกินจริงเพราะจะส่งกระทบทั้งในส่วนของผู้ค้าและผู้ซื้อ รวมถึงผู้บริโภคซึ่งจะทำให้ราคาอาหารที่จำเป็นต้องใช้มะนาวเป็นส่วนประกอบหลักเพิ่มขึ้นตามไปด้วย


ชาวพม่าขนมะนาวข้ามฟากขายแม่ค้าระนองลูกละบาท 

             ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากราคาสินค้าเกษตรโดยเฉพาะมะนาวที่ราคาในประเทศขยับสูงถึงลูกละกว่า 10 บาทก่อนหน้านี้ ได้ส่งผลให้มะนาวจากประเทศพม่า โดยเฉพาะจากทางพื้นที่ทางตอนใต้ของประเทศที่มีการปลูกจำนวนมาก ได้ทะลักเข้ามายังจังหวัดระนอง โดยชาวบ้านได้เก็บมาขายให้พ่อค้าแม่ค้าคนไทยที่ตั้งจุดรอรับซื้อตามตลาดสดตามแนวชายแดนในหลายจุด เพื่อผ่านสู่ยังตลาดในพื้นที่ต่างๆ  โดยราคามะนาวจากประเทศพม่ามีราคาถูกเพียงผลละ 1 บาท  ส่วนราคาจำหน่ายมะนาวที่จำหน่ายปลีกใน จ.ระนองอยู่ที่ลูกละ 5-7 บาท 

             นายโย แล ชาวพม่าจาก จ.เกาะสอง ซึ่งนำมะนาวเข้ามาจำหน่ายให้กับพ่อค้าในฝั่งไทย กล่าวว่า ได้รับการติดต่อจากพ่อค้าใน จ.ระนอง ให้ช่วยกว้านซื้อมะนาวจากชาวบ้านที่ปลูกตามบ้านเรือนต่างๆ สนนราคาลูกละ 50 สตางค์ ก่อนที่จะขนข้ามฟากเข้ามาจำหน่ายให้กับพ่อค้าคนไทยลูกละ 1 บาท  ซึ่งแต่ละครั้งจะนำมะนาวเข้ามาไม่ต่ำกว่า 2,000-3,000 ลูก               

             แหล่งข่าวจากสำนักงานเกษตรจังหวัดระนอง เปิดเผยว่า สินค้าเกษตรจากประเทศพม่าได้ทะลักผ่านเข้ามายังจังหวัดระนองมานานแล้ว เนื่องจากฝั่งไทยมีราคาซื้อขายที่ดีกว่าฝั่งพม่า ในเขตพื้นที่อ.กระบุรี ซึ่งเป็นแนวเขตพื้นที่รอยต่อแนวพรมแดนไทย-พม่า ที่มีลำน้ำกระบุรี กั้นระหว่างพรมแดนของทั้ง 2 ประเทศ 2 จังหวัดคือ จ.ระนอง กับ จ.เกาะสอง เป็นแนวยาวกว่า 60 กม. กลับกลายเป็นช่องทางที่ทำให้สินค้าเกษตรจากประเทศพม่าทะลักเข้ามายังฝั่งไทยด้านจ.ระนอง   โดยสินค้าส่วนหนึ่งจะจำหน่ายในเขตพื้นที่จ.ระนอง  อีกส่วนจะกระจายไปยังจังหวัดใกล้เคียง โดยเฉพาะโรงงานต่างๆ ที่ต้องการวัตถุดิบทางการเกษตรราคาถูก

             สินค้าเกษตรจากพม่าที่ทะลักเข้ามา  นอกจากมะนาว รวมถึงมะพร้าวที่เข้ามาเป็นจำนวนมากก่อนหน้านี้ แล้วยังพบมีสินค้าเกษตรอีกหลายรายการ ประกอบด้วยข้าวเปลือก,ใบจาก,เม็ดมะม่วงหิมพานต์,ข้าวโพด,กาแฟ,ปอ ,ยางพารา ก็เป็นสินค้าเกษตรอีกตัวที่เริ่มมีเข้ามาจากพม่า หลังจากที่ก่อนหน้านี้พม่าได้ส่งเสริมให้เกษตรกรของตนเองขยายพื้นที่ปลูกยางพารา โดยเฉพาะในเขตพื้นที่ทางตอนใต้ของ


พิษณุโลกปลูกถั่วฝักยาวสู้ภัยแล้งขายก่อนน้ำท่วม

             นายเกษม  แช่มดี  อายุ 62 ปี เกษตรกร หมู่ 2 บ้านวังเป็ด ต.บางระกำ อำเภอบางระกำ จ.พิษณุโลก กล่าวว่า ในช่วงที่สภาพอากาศร้อนจัดส่งผลให้เกิดความแห้งแล้ง ดังนั้นจึงได้ตัดสินใจหันมาปลูกถั่วฝักยาวสร้างรายได้แทนการทำนา เนื่องจากเป็นพืชที่ทนแล้งใช้น้ำน้อย โดยได้แบ่งพื้นที่นา 3 ไร่ มาปลูกถั่ว ซึ่งการปลูกจะใช้เวลาในการปลูกประมาณ 45 วันก็สามารถเก็บถั่วได้นานถึง 3 เดือน ซึ่งที่ผ่านมาสามารถเก็บถั่วฝักยาวส่งขายได้วันละ 60-100 กิโลกรัม และส่งขายให้กับพ่อค้าคนกลางที่ตลาดท่าโพธิ์ ซึ่งช่วงนี้ได้กิโลกรัมละ 12 บาท แต่ก่อนหน้านี้ราคาจะสูงถึงกิโลกรัมละ 15-16 บาท ทำให้มีรายได้เลี้ยงครอบครัวในช่วงแล้งนี้

             นายเกษม กล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องของปัญหาการปลูกถั่วฝักยาวก็จะพบเรื่องหนอนดำ ซึ่งจะใช้ยาฉีดฆ่า ส่วนปัญหาเรื่องน้ำในการปลูกก็จะดึงจากบ่อบาดาลแต่เนื่องจากถั่วใช้น้ำน้อยโดยรดน้ำวันเว้นวัน จึงไม่เป็นปัญหามากนักในช่วงแล้งนี้  ส่วนในพื้นที่อำเภอบางระกำ พบว่ามีเกษตรกรที่หันมาปลูกถั่วในช่วงแล้งประมาณ 1,200 ไร่ แทนการทำนา เนื่องจากในหลายพื้นที่เกรงว่าจะปลูกข้าวไม่ทันต่อน้ำท่วม จึงหันมาปลูกพืชอายุสั้นแทน


ระดับน้ำ"แม่น้ำทา"ลดจนเห็นทรายบริเวณกว้าง

              ว่าที่ ณรงค์ โรจนโสทร นายอำเภอป่าซาง เปิดเผยว่า สภาพน้ำในแม่น้ำสายหลัก 3 สายในจังหวัดลำพูน ทั้งแม่น้ำลี้ แม่น้ำทา และแม่น้ำกวง ขณะนี้โดยเฉพาะแม่น้ำทาได้ลดลงอย่างรวดเร็ว จนเห็นทรายเป็นบริเวณกว้าง หวั่นว่าในปี 2555 จังหวัดลำพูนจะประสบปัญหาภัยแล้งหนักกว่าทุกปิ ก่อนหน้านี้สภาพของแม่น้ำทาในช่วงฤดูฝนของปี 2554 ที่ผ่านมายังมีปริมาณล้นตลิ่งจนไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนชาวบ้าน และพืชผลการเกษตรเสียหายเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ ไม่มีใครคาดคิดว่าแม่น้ำทา จะแห้งลงอย่างรวดเร็วจนสามารถมองเห็นผืนทรายได้อย่างชัดเจนตลอดสายจากบริเวณถนนเลียบแม่น้ำทาหลังตลาดสดป่าซาง หมู่ที่ 1 ตำบลป่าซาง อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน ระยะทางกว่า 1 กิโลเมตรสิ้นสุดสุสานตำบลป่าซาง ที่บ้านทาปลากดุก อำเภอแม่ทา ก็แห้งลงเช่นเดียวกัน จนทำให้หลายฝ่ายหวั่นวิฤตกว่าปีนี้น้ำจะแห้ง และเกิดปัญหาแล้งจัดมากกว่าทุกปี