
กทม.ยิงเรดาร์ตรวจถนนทรุดไม่พบโพรง
กทม.ยิงเรดาร์ ตรวจ ถ.พระราม 4 ไม่พบโพรงใต้ดิน แต่พบจุดเกิดเหตุไร้โครงเหล็ก สั่งสอบเอกชนซ่อมถนนชุ่ย ไม่ได้มาตรฐาน เล็งขึ้นบัญชีดำ พร้อมเชิญ 'วิศวกรรมสถาน' ถกหาสาเหตุถนนยุบ เตรียมชงซื้อเครื่องตรวจสภาพใต้พื้นดินไว้ใช้เอง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 21 มี.ค. 55 นายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) พร้อมด้วย นายวินัย ลิ่มสกุล ผู้อำนวยการสำนักการโยธา (สนย.) และเจ้าหน้าที่จากสนย. นำเครื่องตรวจสภาพใต้พื้นดิน หรือ Ground Penetrating Radar (GPR) เพื่อตรวจสอบสภาพใต้พื้นดินในระดับไม่เกิน 2.5 เมตร และตรวจสอบโครงสร้างคอนกรีตใต้ผิวถนน โดยใช้คลื่นเรดาร์ในการสำรวจก่อนประมวลผล ตั้งแต่บริเวณถนนพระราม 4 หน้าอาคารลุมพินี ทาวเวอร์ ถึงแยกวิทยุ รวมระยะทาง 400 เมตร
จากนั้นนายธีระชน ให้สัมภาษณ์ภายหลังการสำรวจว่า การสำรวจวันนี้ไม่พบสิ่งผิดปกติหรือโพรงใต้พื้นถนนพระราม 4 ซึ่งใต้ผิวถนนก็มีคอนกรีตเสริมโครงเหล็กตลอดเส้นทางที่สำรวจ ยกเว้นจุดเกิดเหตุที่พบว่าไม่มีเหล็กเสริม ดังนั้นตนได้สั่งการให้สนย.และสำนักงานเขตปทุมวัน ตรวจสอบว่าผู้รับเหมารายล่าสุดที่ซ่อมแซมตรงจุดเกิดเหตุเมื่อปี 2546 เป็นใครที่ทำให้การซ่อมแซมถนนจุดนั้นไม่มีคอนกรีตเสริมโครงเหล็กตามมาตรฐาน หากพบก็จะขึ้นบัญชีดำทันที และไม่ให้มีสิทธิร่วมงานกับกทม.
นายธีระชน กล่าวต่อว่า นอกจากนี้จะประสานยังสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) ซึ่งเป็นหน่วยงานกลางมีนักวิชาการที่เชี่ยวชาญ ร่วมตรวจสอบหาสาเหตุถนนยุบ เนื่องจากเบื้องต้นการตรวจสอบของสำนักการระบายน้ำ (สนน.) เมื่อวันที่ 20 มี.ค. ไม่พบว่าท่อระบบน้ำเสียของ กทม.เสียหาย ส่วนระบบของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ก็ปรกติ และท่อน้ำของการประปานครหลวง (กปน.) ไม่มีปัญหา จึงต้องขอให้ วศท. ช่วยหาสาเหตุที่แท้จริง ซึ่งตนได้ตั้งโจทย์ไว้ว่าน่าจะเกิดจากการที่ชั้นดินถูกรบกวนหรือไม่ จนทำให้ความหนาแน่นของดินน้อยลง โดยคาดว่าใน 2 สัปดาห์จะทราบผล
"กรุงเทพฯ เหมือนคนแก่ ต้องตรวจสุขภาพ เราเคยตรวจทางแยกต่าง ๆ และสะพานเมื่อ 2 ปีที่แล้ว แต่ยังต้องตรวจอวัยวะอื่นต่อทั้ง ถนน ท่อระบายน้ำ เพื่อให้เกิดความปลอดภัย สิ่งที่เกิดเป็นสัญญาณเตือนที่ต้องดูแล และผมได้แจ้งทั้ง 50 เขต แล้วให้สำรวจถนนที่มีการปรับปรุง เพื่อสาธารณูปโภค ว่าเป็นไปตามมาตรฐานที่กทม. กำหนดไว้ในปี 2544 และ 2550 หรือไม่"
ด้านนายธเนศ วีระศิริ เลขาธิการ วสท. กล่าวว่า เบื้องต้น วสท. ยินดีเข้ามาตรวจสอบ แต่จะรอการประสานอย่างเป็นทางการจาก กทม.อีกครั้ง จากนั้นจะมีการประชุมภายในเพื่อกำหนดเวลาในการเข้าไปตรวจสอบ ว่าจะเป็นเมื่อไหร่ ทั้งนี้การตรวจสอบใต้ดินนั้น จะใช้คลื่นปล่อยสัญญานอุลตร้าซาวน์เข้าไป เพื่อตรวจสอบว่าชั้นใต้ดินเป็นอย่างไรเช่นกัน
รายงานข่าวแจ้งว่า จากนี้หากกทม.ตรวจพบว่าเอกชนรายใด ได้ดำเนินการซ่อมแซมถนนตรงจุดเกิดเหตุ ก็จะตรวจสอบต่อไปว่าเอกชนรายดังกล่าวได้ซ่อมแซมถนนสายอื่นใดบ้าง เนื่องจากเกรงว่าจะไม่มีมาตรฐานเช่นเดียวกับถนนพระราม 4 ที่ทรุดตัว เพื่อรีบแก้ไขก่อนจะเกิดเหตุซ้ำรอยอีกครั้ง นอกจากนี้ ที่ผ่านมา กทม.ไม่เคยใช้เครื่องมือดังกล่าวในการตรวจสอบความผิดปกติของถนนทั้ง 50 เขต เพียงการสำรวจตรวจสอบด้วยสายตาและการสังเกตตามพื้นที่ที่เป็นจุดเสี่ยงเท่านั้น
รายงานข่าวระบุด้วยว่า ขณะที่เครื่อง GPR สำหรับตรวจสอบสภาพใต้พื้นดิน ปัจุบันกทม.ยังไม่มีเป็นของตัวเองแม้แต่เครื่องเดียว และเครื่องที่กทม.นำมาใช้ตรวจในครั้งนี้ก็เป็นของเอกชนราคาประมาณ 6 ล้านบาท ซึ่งยังถือว่าเป็นเครื่องระดับมาตรฐานทั่วไป โดยจากนี้กทม.จะเร่งนำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาว่าจะจัดซื้อเครื่องใช้เองหรือจะว่าจ้างเช่าจากเอกชนต่อ แต่เบื้องต้นขณะนี้กทม.จำเป็นต้องเช่าเอกชนใช้ไปก่อนจนกว่าจะได้ข้อสรุป
พบรอยเจาะอุโมงค์ระบายน้ำพระราม4 กว้าง 3 นิ้ว
เมื่อเวลา 15.15 น. นายอดิศักดิ์ ขันตี รองผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร(กทม.) กล่าวถึงการตรวจสอบอุโมงค์ระบายน้ำพระราม 4 ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 2.7 เมตร ที่อยู่ลึกใต้ถนนพระราม 4 ลงไปจากผิวดิน 6 เมตร บริเวณแยกถนนสาทร-วิทยุตัดกับถนนพระรามที่ 4 ตรวจพบสัญญาณภาพจากหุ่นยนต์ที่เข้าไปสำรวจ พบมีรอยรั่วเป็นวงกลมขนาดประมาณ 2 - 3 นิ้วจากด้านบนอุโมงค์ โดยมีน้ำไหลลงมาตลอดเวลาที่มีแรงดันสม่ำเสมอ และเป็นน้ำที่ค่อนข้างมีคุณภาพดีไม่มีดินหรือทรายเจือปน ซึ่งเป็นเรื่องผิดปกติ เพราะอุโมงค์ระบายน้ำของกทม.อยู่ในระดับที่ลึกมาก หากหน่วยงานอื่นจะมาเชื่อมหรือบรรจบท่อใดๆ จะต้องแจ้งขออนุญาตจากกทม.ก่อน
นายอดิศักดิ์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ ลักษณะการเจาะดังกล่าวก็เป็นแบบผิดปกติเนื่องจากเป็นการเจาะจากอุโมงค์ด้านบน ต่างจากการเจาะเพื่อเชื่อมท่อจะต้องเจาะจากด้านข้าง ขณะนี้ได้รายงานเหตุการณ์ดังกล่าวให้ผู้บังคับบัญชารับทราบแล้ว โดยทางสนน.จะรอนโยบายจากผู้บริหารฯว่าจะให้ดำเนินการต่ออย่างไร อย่างไรก็ตาม ส่วนของการตรวจสำรวจอุโมงค์และท่อระบายน้ำที่มีอายุการใช้งานมานาน อาจจะต้องว่าจ้างจากทางมหาวิทยาลัยหรือหน่วยงานเอกชนมาสำรวจทั้งระบบ
ขณะที่นายสัญญา ชีนิมิตร ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ กล่าวว่า ยังสันนิษฐานไม่ได้ว่ากรณีน้ำรั่วเข้ามาในอุโมงค์ระบายน้ำในจุดนี้จะเชื่อมโยงเป็นสาเหตุให้เกิดโพรงใต้ถนน จนทำให้ถนนทรุดตัวหรือไม่ โดยจะรายงานให้ทางผู้บริหารกทม.ทราบ เพื่อกำหนดแนวทางในการเข้าไปตรวจสอบสาเหตุที่ชัดเจนอีกครั้ง ซึ่งอาจจะต้องทำการขุดเปิดหน้าดิน เข้าไปในตำแหน่งที่มีรอยรั่วบนอุโมงค์ ซึ่งค่อนข้างเป็นเรื่องอันตราย เพราะภายในอุโมงค์มีแก๊สที่มีแรงดันมาก นอกจากนี้จะต้องหารือกับหน่วยงานสาธารณูปโภคอื่นที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบว่ามีหน่วยงานใด เข้ามาขุดหรือดำเนินการเกี่ยวกับสาธารณูปโภคในบริเวณนี้
ด้านนายวัลลภ สุวรรณดี รองผู้ว่าฯกทม. กล่าวว่า ได้หารือกับนายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าฯกทม. กำกับดูแลสำนักการโยธา เบื้องต้นจะให้ วสท.เข้ามาตรวจสอบในบริเวณร่วมกัน รวมทั้งจะเชิญหน่วยงานสาธารณูปโภคมาหารือภายในสัปดาห์นี้ เพราะเกรงว่าหากมีน้ำจากที่อื่นไหลเข้ามาในอุโมงค์ก็แสดงว่าน้ำที่อยู่ด้านบนอาจจะทำให้ทรายที่บดอัดอยู่ใต้ถนนหายไปได้ ซึ่งต้องให้ผู้เชี่ยวชาญเข้ามาตรวจสอบโดยเร็ว



