
ปปส.จ่อจับเภสัชฯเอี่ยวลักยาแก้หวัดเพิ่ม
ปปส.เตรียมขออนุมัติหมายจับเภสัชกรอุดร-อุตรดิตถ์เอี่ยวลักยาแก้หวัด พร้อมลุยข้อมูล 'ยาซูโดอีเฟดรีน'อุดรธานี ขณะที่'สสจ.'ตั้งรองแพทย์รักษาการ'ผอ.รพ.กมลาไสย'
21 มี.ค.55 คณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด สภาผู้แทนราษฎร ตรวจเยี่ยมการดำเนินการและภาพรวมการใช้จ่ายงบประมาณ ของสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ปปส.) โดย พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว เลขาธิการ ปปส. ได้รายงานสถานการณ์ยาเสพติดล่าสุดกรณีการตรวจยึดยาแก้หวัด ซูโดอีเฟรดีน ได้ที่ อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ ซึ่ง ปปส. เตรียมใช้ พรบ.มาตรการป้องกันปราบปรามผู้กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 ขออนุมัติหมายจับกุมเภสัชกรเพิ่มเติมใน จังหวัดอุดรธานี และอุตรดิตถ์
นอกจากนี้ สำนักงาน ปปส.ภาค 5 ดูแลพื้นที่จังหวัดภาคเหนือ ได้รายงานผลการจับกุมยาบ้า 400,000 เม็ด ในพื้นที่จ.เชียงราย และยังพบธนบัตรปลอม ชนิดใบละ 1,000 บาท จำนวน 200,000 บาท ถูกนำมาใช้ในการซื้อยาเสพติดระหว่างกัน
สำหรับผลการปราบปรามจับกุมผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดในปีงบประมาณ 2555 ถึงเดือนมีนาคมนี้ จับได้ 180,679 คดี ผู้ต้องหา 174,246 ราย จับกุมยาบ้า มากกว่า 23 ล้านเม็ด เฮโรอีน 200 กก. ไอซ์ กว่า 600 ก.ก. กัญชา 4,133 ก.ก. ยาแก้หวัด ซึ่งมีส่วนผสมซูโดอีเฟดรีน 4 ล้านเม็ด บำบัดผู้เสพได้รวม 113,998 ราย คิดเป็นร้อยละ 28.50 ของเป้าหมาย
ตร.ปส.ลุยข้อมูล “ยาซูโดอีเฟดรีน”อุดรธานี
ความคืบหน้าคดี “ยาซูโดอีเฟดรีน” สารตั้งต้นผลิตยาเสพติด หายจากโรงพยาบาลอุดรธานี เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรอุดรธานี ยังคงติดตามจับกุม นายสมชาย แซ่โค้ว อายุ 41 ปี เภสัชกรชำนาญการ รพ.อุดรธานี ช่วยราชการ สนง.สาธารณสุข จ.อุดรธานี ตามหมายจับของศาล จ.อุดรธานี ข้อหายักยอกทรัพย์ และเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่ ละเว้นปฏิบัติหน้าที่ไม่ชอบ จากการที่โรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี แจ้งความดำเนินคดียักยอกยา 65,000 เม็ด ขณะที่ยาหายไปมากกว่า 140,000 เม็ด และจากการตรวจสอบของโรงพยาบาลฯย้อนหลัง 3 ปี พบว่ายาได้หายไปกว่า 4 ล้านเม็ด
ล่าสุด เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 21 มี.ค. พ.ต.ท.ชาติชาย พูนผล พงส.สบ.2 กลุ่มงานสอบสวน กองบัญชาการปราบปรามยาเสพติด พร้อมเจ้าหน้าที่ ปปส. เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.โกวิท เจริญวัฒนศักดิ์ ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี พ.ต.ท.มนัส อัดโดดดอน พงส.สบ.2 สภ.เมืองอุดรธานี เจ้าของคดี “เภสัชกรยักยอกยาซูโดอีเฟดรีน” ยาแก้ไข้หวัด และสารตั้งต้นผลิตยาเสพติด จาก รพ.ศูนย์อุดรธานี เพื่อรับทราบข้อมูลต่าง ๆ โดยใช้เวลาประมาณ 40 นาที จึงเดินทางต่อไปยังโรงพยาบาลกมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ โดยไม่ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าว
พ.ต.อ.โกวิท ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี กล่าวว่า พนักงานสอบสวนของ ปปส. เดินทางมาเพื่อรับทราบความคืบหน้าคดี ประสานให้ความช่วยเหลือ รวมทั้งมาร่วมสอบสวน เพราะมีประสบการณ์และคล่องตัวมากกว่า เพราะคดีนี้มีเครือข่ายไปเกี่ยวข้องหลายพื้นที่ ซึ่งที่ผ่านมาก็มีการประสานกับ ปปส.ในระดับพื้นที่อยู่แล้ว โดยยอมรับว่า ยังขาดความร่วมมือในพื้นที่ ทำให้หัวใจไปอยู่ที่นายสมชาย แซ่โง้ว เภสัชกรที่หลบหนีหมายจับอยู่ในขณะนี้
“ขณะที่รอให้ ดีเอสไอ.เข้ามาดูแลคดีนี้ ได้มีคำสั่งตั้งคณะพนักงานสอบสวนคดีนี้ มี พ.ต.ท.คมสันต์ เสืออินทร์ พงส.สบ.3สภ.เมืองอุดรธานี เป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวน ร่วมกับพนักงานสอบสวนเดิม ซึ่งก่อนหน้านี้ก็มีคำสั่งให้ พ.ต.ท.มนัสฯ พักการปฏิบัติหน้าที่ร้อยเวร มาทำคดีนี้โดยเฉพาะไปแล้ว เพื่อให้คดีเดินหน้าไปไม่สะดุด”พ.ต.อ.โกวิท กล่าว
สสจ.ตั้งรองแพทย์รักษาการผอ.รพ.กมลาไสย
จากกรณียายี่ห้อแอคติเฟด สูตรผสม “ซูโดอีเฟดรีน” หายจากโรงพยาบาลกมลาไสย อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ จำนวน 3 แสน 5 หมื่นเม็ด ซึ่ง กระทรวงสาธารณสุข ได้ตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัยกับ 7 เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลโดยรวมผู้อำนวยการโรงพยาบาลกมลาไสย และมีคำสั่งให้ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกมลาไสยและเภสัชกร 2 คน ช่วยราชการกระทรวงสาธารณสุข เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมในการสอบสวนขณะที่ตำรวจภูธรจังหวัด - ดีเอสไอ ยังคงทำการสืบหายาที่หายไปซึ่งเชื่อว่ามีความเชื่อมโยงกับกระบวนการค้ายาบ้าในหลายพื้นที่
ล่าสุดสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ได้จัดงาน พิธีลงนามพันธะสัญญา เพื่อขับเคลื่อนโครงการกาฬสินธุ์คนดี สุขภาพดี รายได้ดี โดยมี นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผวจ.กาฬสินธุ์ เป็นประธาน และมี นพ.พิสิทธิ์ เอื้อวงศ์กูล สาธารณสุขจังหวัดกาฬสินธุ์ พร้อมผู้อำนวยการโรงพยาบาลทั้งจังหวัด เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ผู้นำชุมชนจาก 135 ตำบล 18 อำเภอ กว่า 500 คน โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความเคร่งเครียดเนื่องจากปัญหายาหายที่โรงพยาบาลกมลาไสย ซึ่งในระหว่างที่ผู้ว่าราชการจังหวัดได้ให้โอวาท ยังได้เน้นย้ำให้ทุกโรงพยาบาลทำการตรวจสอบปริมาณยาที่มีสูตรผสมของสาร “ซูโดอีเฟดรีน”
นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผวจ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ปัญหายาแก้หวัดสูตร “ซูโดอีเฟดรีน” หายทุกโรงพยาบาลจะต้องช่วยกันป้องกันปัญหาเพราะปัญหายาเสพติดเป็นนโยบายของชาติ ซึ่งรัฐบาลกำลังทำสงครามกับยาเสพติดที่ทุกฝ่ายจะต้องร่วมมือกันป้องกัน ในส่วนของปัญหาที่เกิดขึ้นแล้วขณะนี้ กระทรวงสาธารณสุข ปปท. คงจะมีการทำการสอบสวนในส่วนที่เกี่ยวข้อง และเรื่องทั้งหมดจะเป็นการรับผิดชอบในการสอบสวนของทางส่วนกลาง จึงขอให้ข้าราชการทุกคนให้ความร่วมมือด้วย
“เหตุการณ์นี้จึงถือเป็นบทเรียนที่ทุกฝ่ายจะต้องร่วมกันป้องกัน จึงขอให้ทุกโรงพยาบาลทำการตรวจสอบยาที่มีส่วนผสมของสารตั้งต้น และขอให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขดูแลร้านขายยาที่จะต้องทำการสรุปผลในทุกสัปดาห์ด้วย” ผวจ.กาฬสินธุ์กล่าว
ด้าน นพ.พิสิทธิ์ เอื้อวงศ์กูล สาธารณสุขจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า ขณะนี้ได้รับทราบเรื่องจากกระทรวงสาธารณสุขแล้วว่า มีคำสั่งให้ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกมลาไสยและเภสัชกร เข้าไปช่วยราชการที่กระทรวงฯ ซึ่งตนจะมีคำสั่งให้ นพ.สมยศ ศรีจารนัย รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดกาฬสินธุ์ เข้าไปรักษาราชการแทนในระหว่างสอบสวนจนกว่าผลสอบจะสิ้นสุด ในส่วนร้านขายยาก็จะส่งเจ้าหน้าที่ออกตรวจสอบอย่างละเอียด ซึ่งทั้งหมดสำนักงานสาธารณสุขพร้อมที่จะทำตามนโยบายของกระทรวงฯอย่างเต็มที่
ส่วนความคืบหน้าทางคดีวันนี้ ตามกำหนดจะมีผู้ต้องสงสัยซึ่งเป็นผู้รับซื้อยาจากเภสัชกรโรงพยาบาลกมลาไสย เดินทางไปให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแต่ปรากฏว่า ไม่มาตามนัด แต่ได้ติดต่อเพื่อเข้าให้ปากคำใหม่กับ พ.ต.อ.วิเชียร พินดวง รองผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ ในวันที่ 22 มี.ค.นี้
พล.ต.ต.คณิสร น้อยนารถ ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ในด้านสำนวนการสอบสวนเบื้องต้นจะสามารถส่งให้ ปปท. ดำเนินการเอาผิดกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้ในวันพรุ่งนี้ ในส่วนของคดีซึ่งพนักงานสอบสวนจะต้องรอสอบปากคำผู้ต้องสงสัยที่ซื้อยาจากเภสัชกรโรงพยาบาลกมลาไสย ได้รับคำยืนยันว่าจะเดินทางมาให้ปากคำในวันพรุ่งนี้เช่นกัน ซึ่งก็ยังคงอยู่ที่ขั้นตอนการสอบปากคำเพิ่มเติมเมื่อเสร็จเรียบร้อยก็จะส่งเรื่องรายงานไปยัง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่จะมีการดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป



