ข่าว

2นร.ไทยติดเชื้อหวัดมรณะสธ.แถลงหายแล้ว

2นร.ไทยติดเชื้อหวัดมรณะสธ.แถลงหายแล้ว

13 พ.ค. 2552

"หวัด 2009" ลามถึงไทยแล้ว สธ.ยัน 2 คนไทยติดเชื้อหวัดมรณะ ยันหายป่วยเป็นปกติไม่แพร่เชื้อ ไม่เปิดชื่อ-ที่อยู่อ้างสิทธิผู้ป่วย แฉเป็น นร.กลับจากเม็กซิโกนั่งเบาะติดกัน นายกฯ เชื่อสกัดได้ "ฮู" ระบุไทยติดเชื้ออันดับ 31 โลก เป็นชาติแรกในอาเซียน ขณะที่ยอดผู้เสีย

 สถานการณ์ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ชนิดเอ เอช 1 เอ็น 1 หรือไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 จนถึงวันที่ 12 พฤษภาคม ยังมีรายงานพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ในประเทศต่างๆ เพิ่มจำนวนขึ้นตามลำดับ รวมทั้งในประเทศไทยที่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการว่าพบผู้ติดเชื้อดังกล่าวแล้ว

 เมื่อเวลา 12.15 น. วันเดียวกัน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ยอมรับว่า ได้รับรายงานจาก พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการอำนวยการเตรียมความพร้อมป้องกันและควบคุมแก้ไขสถานการณ์ระบาดใหญ่ของไข้หวัดใหญ่ ระบุว่ามีคนไทยติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ 2009 จริง

 "เข้าใจว่าทางการสหรัฐอเมริกายืนยันกลับมาว่ามีการติดเชื้อตามที่ พล.ต.สนั่นให้ข่าวไปแล้ว ส่วนรายละเอียดทั้งหมด ขอให้กระทรวงสาธารณสุขเป็นคนชี้แจง ผมไม่อยากยุ่งอะไร เพราะเกรงว่าข้อมูลจะไม่ตรงกัน” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

 ผู้สื่อข่าวถามว่า จำเป็นต้องมีการกักตัวไว้หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “ตอนนี้เขาหายแล้ว เท่าที่ผมทราบ” ส่วนความจำเป็นที่จะต้องเพิ่มมาตรการในการป้องกัน นายอภิสิทธิ์ กล่าวยืนยันว่า "บอกไปแล้ว"

 เมื่อถามย้ำว่าเมื่อมีคนไข้รายที่ 1 แล้ว อาจจะมีรายที่ 2 และ 3 ตามมา จะมีมาตรการป้องกันอย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่จำเป็นว่าเมื่อมีรายที่ 1 แล้วจะต้องมีรายที่ 2 และ 3 ตามมา เพราะที่อื่นก็มีแค่เพียงรายที่ 1

วอนอย่าตื่น-เชื่อรัฐรับมือได้

 นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงการดูแลนักกีฬาที่เดินทางมาจากประเทศที่มีการแพร่ระบาดเพื่อร่วมแข่งขันยกน้ำหนักเยาวชนชิงแชมป์โลก ที่ จ.เชียงใหม่ กลางเดือนนี้ ว่า มีมาตรการที่เราปฏิบัติและดูแลผู้ที่เดินทางมาจากประเทศที่มีคนติดเชื้อจำนวนมากอยู่แล้ว

 “เราอย่าไปตื่นตระหนก เพราะในส่วนองค์การอนามัยโลกที่เขาติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดก็ไม่ได้แนะนำให้มีการยกเลิกหรือจำกัดการเดินทาง และสิ่งสำคัญคือมีการเฝ้าระวังติดตามอย่างใกล้ชิด และถ้าพบว่าใครที่มีอาการติดเชื้อถ้าดูแลตั้งแต่ต้นก็ไม่มีปัญหา และภาวะขณะนี้กระทรวงสาธารณสุขและรัฐบาลรับมือและดูแลได้ และเป็นไปตามมาตรฐานสากล” นายอภิสิทธิ์กล่าว

เผย 2 คนไทยติดหวัด-แต่หายแล้ว

 ต่อมาเมื่อเวลา 14.00 น. ที่กระทรวงสาธารณสุข พล.ต.สนั่น พร้อมด้วยนายวิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายมานิต นพอมรบดี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข นพ.ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ผู้แทนจากองค์การอนามัยโลก หรือ ฮู ประจำประเทศไทย และผู้แทนจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐอเมริกา (ซีดีซี) ร่วมแถลงผลการประชุมศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและควบคุมแก้ไขสถานการณ์การระบาดใหญ่ของไข้หวัดใหญ่ 2009

 พล.ต.สนั่น กล่าวว่า จากรายงานขององค์การอนามัยโลก แสดงว่าไข้หวัดใหญ่ 2009 ได้แพร่กระจายขยายตัวในภูมิภาคต่างๆ ของโลกอย่างรวดเร็ว และอาจระบาดไปทั่วโลก เพราะประชาชนไม่มีภูมิต้านทานต่อเชื้อนี้ดีพอ โรคจึงแพร่กระจายได้กว้างขวาง ไทยจึงต้องเตรียมความพร้อมอย่างต่อเนื่องเพื่อรับมือการระบาด โรคไข้หวัดใหญ่ขณะนี้ไม่ว่าจะเกิดจากเชื้อสายพันธุ์ใด สามารถแพร่กระจายข้ามประเทศได้อย่างรวดเร็วผ่านทางการเดินทางและท่องเที่ยว จึงต้องเข้มงวดในเรื่องการเฝ้าระวัง ค้นหาและควบคุมโรคที่จะเข้ามาจากต่างประเทศ เพื่อป้องกันและจำกัดการระบาดในประเทศให้ดีที่สุด ซึ่งเชื้อนี้ไม่รุนแรงเหมือนเชื้อไข้หวัดนก มีโอกาสรักษาให้หายได้ดีกว่า

 ด้านนายวิทยา กล่าวว่า ในวันนี้ (12 พ.ค.) กระทรวงสาธารณสุขประกาศขึ้นทะเบียนผู้ป่วยยืนยันไข้หวัดใหญ่ 2009 ในประเทศไทย จำนวน 2 คน เป็นผู้ที่ติดเชื้อมาจากต่างประเทศ ยืนยันว่าไม่ได้ติดเชื้อภายในประเทศไทย โดยรายที่ 1 ขึ้นทะเบียนสงสัยเป็นผู้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ 2009 เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม ที่ผ่านมา รายนี้ติดเชื้อจากประเทศเม็กซิโก เริ่มมีไข้เมื่อเดินทางถึงประเทศไทย แต่มีอาการไม่รุนแรง แพทย์ได้นำตัวดูแลรักษาในห้องแยกปลอดเชื้อ ได้รับการรักษาด้วยยาต้านไวรัสโอเซลทามิเวียร์ครบชุด และส่งตัวอย่างเชื้อไปตรวจยืนยันที่สหรัฐ เพิ่งได้รับแจ้งจากซีดีซีว่าผลการตรวจยืนยันพบติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ 2009 จริง ขณะนี้หายเป็นปกติแล้ว ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการไม่มีเชื้อในร่างกาย มีความปลอดภัยอย่างเต็มที่ต่อผู้อื่น สามารถทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่นได้ตามปกติ

 ส่วนรายที่ 2 เป็นคนไทยที่เดินทางกลับจากเม็กซิโกเช่นเดียวกัน เริ่มมีไข้หลังจากกลับถึงประเทศไทยแล้ว 3 วัน มีอาการเล็กน้อย ได้รับการรักษาด้วยยาต้านไวรัสครบชุด ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการภายในประเทศไทย ยืนยันว่าติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ 2009 ขณะนี้หายเป็นปกติแล้ว ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการหลังกินยา แสดงว่าไม่มีเชื้อในร่างกายแล้ว และมีความปลอดภัยอย่างเต็มที่ต่อผู้อื่น

ยันตรวจคนใกล้ชิดไม่พบเชื้อ

 รมว.สาธารณสุข กล่าวอีกว่า ได้ส่งทีมสอบสวนควบคุมโรคเคลื่อนที่เร็ว ติดตามผู้ที่มีโอกาสสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยรายแรกจำนวน 3 คน และผู้มีโอกาสสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยรายที่ 2 จำนวน 5 คน ได้ให้กินยาต้านไวรัสทุกคน และเฝ้าติดตามอาการอย่างต่อเนื่อง 7 วัน ขณะนี้ครบกำหนดแล้ว ทุกคนเป็นปกติไม่มีอาการป่วย จึงขอให้คนไทยมั่นใจได้ในมาตรการควบคุมการแพร่กระจายเชื้อที่เคร่งครัดของกระทรวง และจนถึงขณะนี้ยังไม่มีการติดเชื้อภายในประเทศไทย โดยกระทรวงได้รายงานให้องค์การอนามัยโลกที่เจนีวา และสมาชิกอาเซียน 12 ประเทศทราบแล้ว

ขอปิดชื่อ-เพศ-ที่อยู่ผู้ป่วย

 “ยืนยันในการเคารพสิทธิส่วนบุคคลของผู้ป่วยและไม่มีความจำเป็นทางวิชาการ ที่จะเปิดเผยรายละเอียดของผู้ป่วย โดยจะยึดตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขเรื่องสิทธิผู้ป่วย ข้อ 7 ที่ระบุว่า ผู้ป่วยมีสิทธิปกปิดข้อมูลของตนเอง และสำหรับผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่ 2009 ทั้ง 2 คน ได้ปรึกษากับผู้ป่วยและญาติแล้ว แจ้งความจำนงให้ปกป้องสิทธิส่วนตัวของเขา” นายวิทยา กล่าว

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากนั้นมีการเปิดเวทีให้สื่อมวลชนซักถาม โดยสื่อมวลชนส่วนใหญ่พยายามสอบถามถึงประวัติการเดินทางของผู้ป่วยทั้ง 2 คน ซึ่งไม่ได้ต้องการสอบถามถึงชื่อและที่อยู่ของผู้ป่วย เพียงสอบถามเกี่ยวกับเส้นทางที่โรคเข้ามาสู่ประเทศไทย รวมถึงเพศและอายุของผู้ป่วย แต่กระทรวงสาธารณสุขตอบคำถามเพียงว่า ไม่สามารถบอกชื่อของผู้ป่วยได้ สื่อมวลชนพยายามอธิบายให้เข้าใจอีกหลายครั้งว่าไม่ได้ต้องการชื่อของผู้ป่วย ต้องการเพียงเส้นทางการเดินทางของผู้ป่วยเท่านั้น

 นพ.คำนวณ อึ้งชูศักดิ์ ผู้ทรงคุณวุฒิ กรมควบคุมโรค กล่าวว่า การที่กระทรวงสาธารณสุขพยายามปกป้องสิทธิของผู้ป่วย เพราะไม่อยากให้ประชาชนมีความรู้สึกว่าหากเข้ากระบวนการเฝ้าระวังโรคของกระทรวงแล้ว จะได้รับความไม่เป็นส่วนตัวและถูกเปิดเผยข้อมูลจนทำให้ผู้ป่วยที่ทราบว่าตนเองอาจมีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อแต่มีอาการน้อย ไม่ยอมมาพบแพทย์ และซื้อยามากินเอง แม้ว่าจะไม่เกิดอันตรายต่อผู้ป่วย แต่จะทำให้การแพร่เชื้อเกิดขึ้นในวงกว้างได้

ระบุเดินทางมาคนละเที่ยวบิน

 จากนั้นผู้สื่อข่าวพยายามถามอีกหลายคำถามแต่ก็ไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจนจากกระทรวงสาธารณสุข ต่อมาหลังการแถลงข่าวผ่านไปประมาณ 1 ชั่วโมง ผู้สื่อข่าวถามว่า ผู้ป่วยทั้ง 2 ราย กลับจากประเทศเม็กซิโกเที่ยวบินเดียวกันหรือไม่ พยายามถามถึง 3 ครั้ง แต่ก็ไม่ได้รับคำตอบ โดย พล.ต.สนั่นกล่าวตัดบททันทีว่า มีคำถามอื่นอีกหรือไม่นอกจากคำถามซ้ำๆ ถ้าไม่มีขอปิดการแถลงข่าว และได้ลุกออกจากห้องประชุมทันที พร้อมด้วยนายวิทยาและนายมานิต ปล่อยให้นักวิชาการและผู้ทรงคุณวุฒิตอบข้อซักถามของสื่อมวลชนแทน

 นพ.คำนวณ กล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้ป่วยทั้ง 2 คน เดินทางกลับประเทศไทยคนละเที่ยวบิน ผ่านด่านตรวจวัดอุณหภูมิหรือเทอร์โมสแกน ไม่มีอุณหภูมิสูงเกิน 36 องศาเซลเซียส แต่ได้มีอาการไข้ในภายหลังและเดินทางมาพบแพทย์เพื่อรักษาอาการไข้

เผยเป็น นร.กลับจจากเม็กซิโก

 อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวระดับสูงจากกระทรวงสาธารณสุขแจ้งว่า สำหรับผู้ป่วยทั้ง 2 คน เป็นนักเรียนไทยที่เดินทางกลับมาจากเม็กซิโก เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม ที่ผ่านมา เป็นชาย 1 คน และหญิง 1 คน โดยทั้งสองคนนั่งเก้าอี้โดยสารเครื่องบินติดกัน

ไทยติดเชื้อลำดับที่ 31 ของโลก

 พญ.มัวรีน เบอร์มิงแฮม ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลกประจำประเทศไทย กล่าวว่า องค์การอนามัยโลกได้รับข้อมูลผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่ 2009 จากกระทรวงสาธารณสุขของไทยจำนวน 2 คน อย่างทันท่วงทีตามหลักเกณฑ์อนามัยโลก โดยได้รับแจ้งข้อมูลจากองค์การอนามัยโลกสำนักงานใหญ่ที่กรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ว่าได้จัดให้ไทยเป็นประเทศที่มีผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่ 2009 เป็นประเทศที่ 31 โดยผู้ป่วยได้รับเชื้อจากการเดินทาง

 "การพบผู้ป่วยในประเทศไทยจากการเดินทาง นับว่าเป็นปัจจัยหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้องค์การอนามัยโลกจะนำไปพิจารณายกระดับความรุนแรงสถานการณ์การระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ 2009 จากระดับ 5 เป็นระดับ 6 เพราะประเทศไทยเป็นประเทศแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่พบผู้ป่วย” พญ.มัวรีน กล่าว

คาดอาจไม่ใช่ 2 คนสุดท้าย

 รศ.พิเศษ นพ.ทวี โชติพิทยสุนนท์ ผู้ทรงคุณวุฒิ กรมการแพทย์ กล่าวว่า การพบผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่ 2009 ในประเทศไทยคงเป็นเรื่องที่ห้ามกันไม่ได้ แต่อยู่ที่ว่าจะดำเนินการอย่างไรจะลดปัญหาการระบาดเกิดขึ้นภายในประเทศ คาดว่าไม่ใช่แค่เพียง 2 คนแล้ว จะไม่พบผู้ป่วยในประเทศไทยอีก ดังนั้นจึงต้องมีการเฝ้าระวังการระบาดของโรค ซึ่งไทยได้ดำเนินการมาตรการเฝ้าระวังโรคไข้หวัดใหญ่มานานกว่า 10 ปีแล้ว ซึ่งก็นำมาตรการดังกล่าวกลับมาใช้

สั่ง สสจ.-อสม.เข้มทุกพื้นที่

 ด้าน นพ.ปราชญ์ กล่าวว่า ได้สั่งการผู้ตรวจราชการสาธารณสุข 19 เขต ใน 4 เรื่องหลัก คือ 1.ให้ทุกจังหวัดตั้งจุดตรวจคัดกรองที่สถานบริการทุกระดับอย่างเร่งด่วน ให้ซักประวัติผู้ป่วยทุกราย โดยเฉพาะประวัติการเดินทางมาจากต่างประเทศ 2.ซักซ้อมทีมสอบสวนโรคเคลื่อนที่เร็ว ให้เตรียมพร้อมลงพื้นที่หากมีผู้ป่วยรายสงสัยทันที 3.ให้ความรู้อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เพื่อแจ้งเตือนประชาชนทุกหมู่บ้านชุมชน โดยเฉพาะผู้ที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศทุกราย ให้สังเกตอาการเจ็บป่วยตนเอง หากมีอาการป่วยให้ส่งตรวจคัดกรองอาการทันที และ 4.ให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ทั่วประเทศ เปิดศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวังโรคในพื้นที่ หรือวอร์รูม และประชุมประเมินสถานการณ์ทุกวันอย่างต่อเนื่อง

สธ.ออกคำแนะนำฉบับที่ 5

 วันเดียวกัน กระทรวงสาธารณสุขได้ออกคำแนะนำกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ชนิดเอ เอช 1 เอ็น 1 ฉบับที่ 5 โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มประชาชนทั่วไป ควรดูแลรักษาสุขภาพให้แข็งแรง พักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเพิ่มภูมิต้านทานโรค รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ สร้างสุขนิสัยในการป้องกันโรค หากพบผู้ใกล้ชิดมีอาการป่วยคล้ายไข้หวัดใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่เพิ่มเดินทางกลับมาจากต่างประเทศภายใน 7 วัน ควรแนะนำไปพบแพทย์

 2.กลุ่มอาสาสมัครสาธารณสุขขอให้เฝ้าระวัง สังเกตประชาชนในหมู่บ้าน หรือชุมชนที่รับผิดชอบ และ 3.กลุ่มโรงเรียนและสถานศึกษา เมื่อเปิดภาคเรียน ควรสำรวจนักเรียนเป็นประจำทุกวัน สังเกตอาการป่วยของนักเรียน ดูแลนักเรียนที่ป่วยอย่างถูกวิธี สอนและให้คำแนะนำวิธีรักษาสุขภาพและป้องกันโรคแก่นักเรียน จัดสิ่งแวดล้อมและอำนวยความสะดวกเพื่อสนับสนุนการป้องกันโรคในโรงเรียน ตามแนวทางที่กระทรวงสาธารณสุขแนะนำ ทั้งนี้ประชาชนติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่เว็ยไซต์กระทรวงสาธารณสุข www.moph.go.th  และที่ศูนย์บริการข้อมูลฮอตไลน์ กระทรวงสาธารณสุข โทร.0-2590-1994 ตลอด 24 ชั่วโมง

สพฐ.สั่งทุก ร.ร.เข้มสกัดหวัด

 วันเดียวกัน คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมของสถานศึกษาในการป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ 2009 ว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ทำหนังสือเลขที่ ศธ. 04001/973 แจ้งไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ทุกแห่ง ลงวันที่ 7 พฤษภาคมที่ผ่านมา ซักซ้อมความเข้าใจกับสถานศึกษารับมืออุบัติภัย โรคติดต่อต่างๆ รวมทั้งไข้หวัดใหญ่ และไข้เลือดออกแล้ว โดยเน้นให้ความสำคัญเป็นพิเศษด้านสภาพแวดล้อมบริเวณโรงเรียน และด้านสุขภาพอนามัย ทั้งนี้ในวันที่ 15 พฤษภาคมนี้ ได้เชิญ ผอ.สพท. มาประชุมกับกระทรวงสาธารณสุขอย่างพร้อมเพรียงกัน

ยอดเหยื่อหวัดมรณะพุ่ง 61 คน

 ส่วนสถานการณ์การติดเชื้อทั่วโลก ศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคของสหรัฐ และองค์การอนามัยโลก ได้รวบรวมยอดผู้ป่วยและเสียชีวิตจากไข้หวัดใหญ่ 2009 ทั่วโลก พบว่า ยอดผู้เสียชีวิตขณะนี้อยู่ที่ 61 คน แยกเป็นในเม็กซิโก 56 คน ในสหรัฐ 3 คน ในแคนาดา 1 คน และคอสตาริกา 1 คน ส่วนยอดผู้ติดเชื้อที่ได้รับการยืนยันจากการรายงานของฮูทั่วโลกมีประมาณ 5,251  ราย ใน 30 ประเทศ สหรัฐมากที่สุด 2,618 คน เม็กซิโก 2,015 คน ตามด้วยแคนาดา 330 คน

คิวบาพบผู้ติดเชื้อรายแรก

 คิวบาเป็นประเทศล่าสุดที่พบผู้ติดเชื้อรายแรก เป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนชาวเม็กซิโกที่เดินทางไปศึกษาต่อในจังหวัดมาตานซาส์ ทางตะวันออกของกรุงฮาวานา โดยนักเรียนที่ติดเชื้อนี้เป็นหนึ่งในนักเรียนแลกเปลี่ยน 14 คน ที่เดินทางกลับเม็กซิโกในช่วงเทศกาลวันหยุดอีสเตอร์แล้วเพิ่งเดินทางกลับมายังคิวบาเมื่อวันที่ 25 เมษายน ที่ผ่านมา ขณะที่สถานีโทรทัศน์ท้องถิ่นคิวบารายงานว่า มีนักเรียนถูกกักตัวไว้ดูอาการ 2 คน และอีก 14 คน ที่มีอาการหวัดเล็กน้อยอยู่ในระหว่างการเฝ้าดูอาการ ทั้งนี้ทางการคิวบาได้ตรวจผู้ต้องสงสัยป่วยเป็นโรคหวัดมรณะ 84 คน จาก 8 ประเทศ และพบว่ามีติดเชื้อเพียงรายเดียว

คาสโตรจวกจังโก้ปิดข่าวหวัด

 นายฟิเดล คาสโตร อดีตประธานาธิบดีคิวบา ได้กล่าวหาเม็กซิโกว่าปิดข่าวการระบาดของไข้หวัด 2009 ไม่ให้โลกรู้ จนกระทั่งประธานาธิบดีบารัก โอบามา แห่งสหรัฐเสร็จสิ้นการเดินทางเยือนเม็กซิโกเมื่อกลางเดือนที่แล้ว ขณะนี้ทั้งคิวบาและประเทศอื่นๆ อีกหลายสิบประเทศต้องมารับผลจากการกระทำ เพราะเม็กซิโกไม่ยอมเปิดเผยให้รู้เรื่องการระบาดเร็วกว่านี้ และที่เลวร้ายกว่านั้นคือเม็กซิโกกล่าวหาคิวบาว่าใช้มาตรการป้องกันโรคหวัดพุ่งเป้าโจมตีเม็กซิโก ทั้งๆ ที่เป็นมาตรการปกติ และไม่ได้ตั้งใจจะให้กระทบความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศเลยแม้แต่น้อย

 ก่อนหน้านี้นายโอบามาเดินทางไปเยือนเม็กซิโกก่อนเข้าร่วมการประชุมสุดยอดทวีปอเมริกาในตรินิแดดเมื่อเดือนที่แล้ว เพียงไม่กี่วันก่อนที่ทางการเม็กซิโกจะว่าเกิดการระบาดของไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ และปิดเมืองเพื่อป้องกันการระบาด

 ขณะเดียวกัน วารสารไซเอนซ์ วารสารวิทยาศาสตร์ชื่อดังตีพิมพ์ผลการศึกษาของนายนีล เฟอร์กูสัน จากวิทยาลัยอิมพีเรียล คอลเลจ ในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ที่ประเมินว่าในวันที่ 23 เมษายน เฉพาะเม็กซิโกเพียงประเทศเดียว ก็มีผู้ติดเชื้อมากถึง 2.3 หมื่นคน และมีเหยื่อเสียชีวิตจากโรคนี้คิดเป็นร้อยละ 0.4-1.4 ของผู้ติดเชื้อทั้งหมด แต่ยอมรับว่าข้อมูลนี้ยังไม่สมบูรณ์

จี้ฮูผลิตยาเพิ่มช่วยคนจน

           เอพี รายงานว่า ขณะที่ประเทศยากจนกำลังเผชิญหน้ากับความเป็นไปได้ที่ไข้หวัดใหญ่ 2009 จะแพร่ระบาดใหญ่และมียาต้านไวรัสทามิฟลูไว้ใช้เพียงพอสำหรับประชากรเพียงหยิบมือเดียว ผู้เชี่ยวชาญบางคนได้ออกมาเรียกร้องให้แก้ปัญหาง่ายๆ แต่ตรงจุดมากที่สุดสำหรับกรณีนี้คือ การเพิ่มกำลังการผลิตยาต้านไวรัส เพื่อเป็นหลักประกันว่าหากเกิดการแพร่ระบาดใหญ่จริง ประชากรในประเทศยากจนทั้งหลายจะมียาในสต็อกเพียงพอที่จะรับมือต่อไข้หวัดมรณะนี้

 "จำเป็นต้องมีการปรับปรุงระบบที่ใช้อยู่ให้ดีขึ้น เพื่อที่ว่าฮูจะได้ไม่ต้องพึ่งพาแต่ยาที่ผู้ผลิตยาบริจาคมาเพียงอย่างเดียว แต่ฮูควรจะสั่งผลิตยาต้านไวรัสไว้ในสต็อกเพิ่มเพื่อให้ประเทศยากจนไว้ใช้รับมือกับโรคร้ายแรงนี้ หากเกิดการระบาดใหญ่" ซันกีตา ชาชิกันต์ จากเธิร์ด เวิลด์ เน็ตเวิร์ก องค์กรเพื่อการพัฒนาโดยไม่แสวงหากำไร ให้ความเห็น

"ฮู" ยันทำถูกปรับรุนแรงระดับ 5

 ขณะที่นายเคอิจิ ฟุกุดะ รักษาการผู้ช่วยผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก ออกมาปกป้องการตัดสินใจเพิ่มระดับการเตือนภัยโรคหวัดสายพันธุ์ใหม่ทั่วโลกเป็นระดับ 5 จากทั้งหมด 6 ระดับว่า เป็นการตัดสินใจที่เหมาะสม โดยยืนกรานว่าการระบาดจะรุนแรงกว่านี้หากฮูไม่เพิ่มระดับการเตือนภัยเมื่อ 2 สัปดาห์ที่แล้ว

 "หากประเทศต่างๆ ไม่คิดถึงการรับมือกับสถานการณ์นี้ อาจจะทำให้เกิดความสับสนมากกว่านี้ และความรุนแรงอาจร้ายแรงกว่านี้" นายฟุกุดะ กล่าว