ข่าว

เรือไม่ปึ้กรับเชลซีลุ้นเก็บชัยไล่จี้ผี

เรือไม่ปึ้กรับเชลซีลุ้นเก็บชัยไล่จี้ผี

21 มี.ค. 2555

"เรือใบสีฟ้า" ไม่ปึ้กมีปัญหาเรื่องแนวรับในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดเฝ้ารังบู๊ เชลซี คืนวันพุธที่ 21 มี.ค.นี้ แต่ต้องพยายามเก็บชัยให้ได้ เพื่อทำแต้มไล่จี้ แมนฯ ยูไนเต็ด

          ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คืนวันพุธที่ 21 มีนาคมนี้ มีโปรแกรมฟาดแข้งทั้งหมด 4 คู่ โดยคู่เอก "เรือใบสีฟ้า" แมนฯ ซิตี้ ทีมอันดับ 2 แข่ง 28 นัด มี 66 แต้ม เปิดสนามอิติฮัด สเตเดี้ยม รับการมาเยือนของ "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี ทีมอันดับ 5 แข่ง 28 นัด มี 49 แต้ม ในเวลา 02.45 น. เกมนี้ "มันโช" โรแบร์โต มันชินี กุนซือเจ้าถิ่นจำเป็นพาทีมต้องเก็บชัยชนะให้ได้สถานเดียว เพื่อรักษาโอกาสลุ้นแชมป์ลีกสูงสุดเมืองผู้ดีต่อไป แถมยังเป็นการทำคะแนนไล่จี้ "ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด ทีมจ่าฝูงที่หนีห่างออกไปเป็น 4 แต้มแล้วอีกด้วย  

          ทว่า "เรือใบสีฟ้า" มีปัญหาในเรื่องแนวรับพอสมควร เพราะต้องรอเช็กความฟิตของ แกเร็ธ แบร์รี, แวงซอต์ กอมปานี, โจเลน เลสคอตต์ และปาโบล ซาบาเลตา ที่ยังคงมีปัญหาบาดเจ็บรบกวน แต่ยังคงสามารถใช้งานแข้งหลักในแผงแนวรุกอย่าง ซาเมียร์ นาสรี, ดาวิด ซิลวา, มาริโอ บาโลเตลลี และเซอร์จิโอ อเกโร ได้ทั้งหมด เช่นเดียวกับ คาร์ลอส เตเบซ กองหน้าเจ้าปัญหาที่น่าจะได้กลับมาช่วยทีมอีกครั้ง เนื่องจาก มันชินี เคยเปรยเอาไว้ว่าพร้อมเปิดโอกาสให้หัวหอกวัย 27 ปีรายนี้นั่งเป็นตัวสำรองในเกมนี้  

          ด้านทีมเยือนของกุนซือขัดตาทัพ โรแบร์โต ดิ มัตเตโอ ต้องพยายามเก็บชัยชนะให้ได้เพื่อทำคะแนนไล่บี้กับ "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล ในการลุ้นแย่งอันดับ 4 ซึ่งเป็นพื้นที่โควตาที่จะได้สิทธิไปเล่นศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เป็นทีมสุดท้าย แม้จะต้องรอเช็กความฟิตของ จอห์น เทอร์รี กองหลังที่มีปัญหาบาดเจ็บข้อเท้า แต่ยังคงใช้งานแข้งหลักได้ทั้งหมดไม่ว่าจะเป็น ปีเตอร์ เช็ก, แฟรงค์ แลมพาร์ด, ฆวน มาตา, ดิดิเยร์ ดร็อกบา รวมถึง เฟอร์นันโด ตอร์เรส ที่กลับมายิงประตูได้อีกครั้ง    

          ขณะที่ "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล ทีมอันดับ 4 แข่ง 28 นัด มี 52 แต้ม ต้องยกพลบุกไปเยือน "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" เอฟเวอร์ตัน ทีมอันดับ 10 แข่ง 28 นัด มี 37 แต้ม ที่สนามกูดิสัน ปาร์ค เวลา 03.00 น. นัดนี้ อาร์แซน เวนเกอร์ กุนซือทีมเยือนกำลังอยู่ในช่วงคักคึกมีความมั่นใจสูงมาก หลังลูกทีมเก็บชัยชนะได้ถึง 5 เกมติดต่อกัน แถมยังไม่มีปัญหาเรื่องผู้เล่นตัวหลักได้รับบาดเจ็บเพิ่มเติมอีกด้วย คาดว่า วอจ์เซียค เชสนี, โธมัส แฟร์มาเลน, มิเกล อาร์เตเตา, ธีโอ วัลคอตต์ และโรบิน ฟาน เพอร์ซี น่าจะได้ลงสนามเปนตัวจริงเหมือนเดิม ฝั่งเจ้าถิ่นของ เดวิด มอยส์ ยังคงไร้เงา ดาร์รอน กิบสัน ที่ต้องรักษาอาการบาดเจ็บต่อไป แต่พวกแข้งหลักอย่าง ทิม โฮเวิร์ด, เลห์ตัน เบนส์, มารูยาน เฟลไลนี, ทิม เคฮิลล์ และนิกิกา เยเลวิช สามารถลงเล่นได้ตามปกติ   

          ส่วน "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ทีมอันดับ 7 แข่ง 28 นัด มี 42 แต้ม เตรียมออกไปเยือน "คิวพีอาร์" ควีนส์ปาร์ค ทีมอันดับ 18 แข่ง 28 นัด มี 22 แต้ม ที่สนามลอฟตัส โรด เวลา 03.00 น. เกมนี้ "คิงเคนนี" เคนนี ดัลกลิช กุนซือเจ้าถิ่นหมดสิทธิใช้งาน ดาเนียล แอ็กเกอร์ ที่มีปัญหาบาดเจ็บรบกวน แถมยังต้องรอเช็กความฟิตของ เกลน จอห์นสัน และเครก เบลลามี แต่พวกดาวดังอย่าง โฆเซ เรนา, มาร์ติน สเคอร์เทล, สตีเวน เจอร์รารด์ และหลุยส์ ซัวเรซ ยังคงพร้อมลงเล่นเป็นตัวจริงตั้งแต่นาทีแรก 

          ปิดท้ายด้วย "ไก่เดือยทอง" สเปอร์ส ทีมอันดับ 3 แข่ง 28 นัด มี 58 แต้ม เตรียมเปิดรังไวท์ ฮาร์ท เลน รับการมาเยือนของ "ช่างปั้นหม้อ" สโต๊ค ทีมอันดับ 14 แข่ง 28 นัด มี 36 แต้ม เวลา 02.45 น. นัดนี้ แฮร์รี เรดแนปป์ กุนซือเจ้าถิ่นไม่มีปัญหาเรื่องแข้งหลักได้รับบาดเจ็บเพิ่ม คาดว่า เบรด ฟรีเดล, ลูกา โมดริช, แกเร็ธ เบล และเอมมานูเอล อเดบายอร์ น่าจะได้ลงเล่นเป็นตัวจริงเหมือนเดิม โดยหวังกลับมาเก็บชัยให้ได้อีกครั้งเพื่อทำคะแนนหนีห่าง "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล ทีมอันดับ 4 ที่ไล่จี้เพียงแค่แต้มเดียวเท่านั้น หลังโชว์ฟอร์มแย่แพ้รวดถึง 3 เกมซ้อน

 

 

----------

(หมายเหตุ : ที่มาภาพ - EPA , AFP)

----------