
จำคุก!อดีตครูบาน้อยฆ่านศ.สร้างแค้น
จำคุกตลอดชีวิตอดีตครูบาน้อยเกจิดังเชียงใหม่พร้อมพระคนสนิทฐานร่วมกันฆ่านักศึกษาหนุ่ม สางแค้นกิ๊กสาวปันใจ รวบหนุ่มใหญ่ข่มขืนกดน้ำหวังฆ่าสาววัย16
วันที่ 20 มี.ค. ผู้พิพากษาศาลจังหวัดเชียงใหม่ ออกนั่งบัลลังก์ที่ 17 อ่านคำพิพากษาคดีที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้องนายอนุชา นาไล อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 420 หมู่ 5 ต.โป่งแพร่ อ.แม่ลาว จ .เชียงราย หรืออดีตครูบาน้อย อานาวีโล เจ้าอาวาสวัดพยากดอนแก้ว โพธิญาณ ต.ตลาดขวัญ อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ เกจิดังเมืองเชียงใหม่ จำเลยที่ 1 และ นายอำพล อวมกุล อายุ 24 ปี หรือพระโต้ง อดีตพระลูกวัดพยากดอนแก้ว ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนและความผิดตาม พรบ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน
ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้วจำเลยทั้งสองมีความผิดตามฟ้อง จึงพิพากษาจำคุกคนละ 1 ปี ในฐานความผิดร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต , จำคุก 6 เดือน ฐานร่วมกันพกอาวุธปืน และพิพากษาประหารชีวิตในฐานความผิดร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน คำให้การใช้ชั้นจับกุมและสอบสวนของจำเลยทั้งสองเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละหนึ่งในสาม เมื่อรวมทุกกระทงแล้วคงลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสองคนละตลอดชีวิต ริบของกลาง กับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันชำระค่าสินไหมทดแทนแก้โจทก์ร่วมทั้งสองเป็นเงิน 1,021,300 บาท พร้อมดอกเบี้ย ร้อยละ 7.5 ต่อปี นับตั้งแต่วันที่ 4 พ.ค. 2553 ซึ่งเป็นวันทำละเมิดเป็นต้นไป
สำหรับคดีดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อกลางดึกวันที่ 4 พ.ศ. 2553 ตำรวจ สภ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ รับ แจ้งมีชายวัยรุ่นถูกคนร้ายยิงด้วยปืนลูกซองเสียชีวิตต่อหน้าแฟนสาว เหตุเกิดปากทางเข้าวัดพยากดอนแก้วโพธิญาณ ถนนเชียงใหม่ - เชียงราย ต.ตลาดขวัญ อ.ดอยสะเก็ด ทราบชื่อผู้เสียชีวิตภายหลังคือ นายอมร พันธ์ ชำนิไกร อายุ 17 ปี นักศึกษาวิทยาลัยอาชีวะศึกษาเอกชนชื่อดังใน จ .เชียงใหม่
หลังเกิดเหตุ น.ส.เจน (นามสมมุติ ) อายุ 19 ปี แฟนสาวของผู้ตาย ให้การว่าก่อนถูกยิงผู้ตายขี่รถจักรยานยนต์มารับตนหลังเลิกงานที่ร้านสะดวกซื้อเพื่อกลับไปส่งที่บ้าน ระหว่างนั้นมีรถยนต์เก๋งโตโยต้า รุ่นวีออส สีขาว ป้ายแดง ขับตามมาแต่ไม่ได้สนใจก่อนเร่งแซงไปจอดรอหน้าปากทางเข้าวัด พยากดอนแก้ว โพธิญาณ เมื่อผู้ตายขี่รถผ่านคนร้ายได้เปิดประตูรถลงมาดักยิงจนล้มเสียชีวิตก่อนหลบหนี
น.ส.เจน ให้การด้วยว่า ก่อนหน้านี้ได้คบหาเป็นแฟนกับอดีตครูบาน้อย แต่ระยะหลังได้ตีตัวออกห่าง เพราะไม่ต้องการคบหากับพระ ก่อนจะมาคบกับผู้ตายได้เพียงสองสัปดาห์ โดยก่อนหน้านั้นอดีตครูบาน้อยยังเคยโทรศัพท์มาหาผู้ตายอ้างตัวว่าชื่ออ้วนแสดงความไม่พอใจและพูดจาข่มขู่ให้เลิกคบหากับแฟนหนุ่มคน ใหม่ หากไม่เลิกจะฆ่าให้ตาย กระทั่งมาถูกยิงเสียชีวิตดังกล่าว
ในทางสืบสวนทราบว่า ทราบว่าในคืนเกิดเหตุอดีตครูบาน้อยได้โทรศัพท์เรียก น.ส.อิ๋ว ( นามสมมุติ) แฟนสาวอีกคนหนึ่งให้มารับ ก่อนจะออกจากวัดไปพร้อมกับพระโต้ง โดย น .ส.อิ๋ว เป็นคนขับ พระโต้งนั่งด้านหน้า และอดีตครูบาน้อยนั่งด้านหลัง ทีมสืบสวนจึงควบคุม ตัว น.ส.อิ๋ว สอบสวน จนทราบว่าครูบาน้อยเป็น คนสั่งให้พระโต้งใช้อาวุธปืนลูกซองยิงผู้ตาย เนื่องจากโกรธแค้นที่แฟนสาวเลิกคบ หลังจากนั้นพนักงานสอบ สวนได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับและเข้าจับกุมพระทั้งสองได้คาวัดเมื่อวันที่ 5 พ.ค. 2553
สำหรับอดีตครูบาน้อยมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักจากการนำอัตลักษณ์ของครูบาเจ้าศรีวิชัยมาใช้ทั้งการแต่ง กายด้วยจีวรสีกลัก ถือพัด และห้อยลูกประคำ โดยขึ้นชื่อในการทำเสน่ห์และดูดวง นอกจากนี้ยังมีการอ้างว่าเข้านิโรธกรรมด้วยการปฏิบัติธรรมในอุโมงค์ที่ขุดขึ้น ภายในป่าช้าของวัดเป็นเวลา 7 วัน โดยไม่แตะอาหาร ทำให้มีศรัทธาจากทั่วประเทศ โดยเฉพาะผู้มีชื่อเสียงในแวดวงราชการและนักธุรกิจ เดินทางมาที่วัดอย่างไม่ขาด สาย กระทั่งตกเป็นผู้ต้องหาฆ่าคนตายและถูกศาลพิพากษาจำคุกตลอดชีวิตในครั้งนี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังอ่านคำพิพากษา เจ้าหน้าที่ได้คุมตัวนายอนุชาและนายอำพลส่งตัวไปคุม ขังที่เรือนจำกลางเชียงใหม่ โดยคาดว่าทั้งสองจะยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาภายใน 1 เดือน ตามที่กฏหมาย กำหนด
รวบหนุ่มใหญ่ข่มขืนกดน้ำหวังฆ่าสาววัย16
อีกเหตุการณ์หนึ่งเมื่อเวลา 13.30 น.วันเดียวกัน ที่บริเวณริมคลองชลประทาน ข้างรั้วท่าอากาศยานร้อยเอ็ด ต.หนองพอก อ.ธวัชบุรี จ.ร้อยเอ็ด พ.ต.อ.จิตรจรูญ ศรีวณิชย์ รอง ผบก.ภ.จว.ร้อยเอ็ด พร้อมด้วย พ.ต.อ.ชิรญาณ ปาจรียานนท์ ผกก.สภ.ธวัชบุรี พ.ต.ท.วัชรินทร์ สัตยาคุณ รอง ผกก.ป สภ.ธวัชบุรี พร้อมกำลังชุดเฉพาะกิจ ภ.จว.ร้อยเอ็ด และสภ.ธวัชบุรี ควบคุมตัวนายอุไร กิติศักดิ์ อายุ 37 ปี บ้านเลขที่71 / 1 หมู่ 2 บ้านหัวโนน ต.ธวัชบุรี อ.ธวัชบุรี จ.ร้อยเอ็ด ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ
หลังก่อเหตุฉุดน.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 16 ปี นักเรียน ชั้น ม.4 โรงเรียนแห่งหนึ่ง มีบ้านอยู่ใน อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ดไปข่มขืนกระทำชำเรา แล้วพยายามกดน้ำฆ่าปิดปากเมื่อคืนวันที่ 18 มี.ค. ที่ผ่านมา แล้วหนีไป พลเมืองดีมาพบน.ส.เอจึงส่งตัวเข้ารักษาที่ห้อง ไอ.ซี.ยู รพ.ร้อยเอ็ดธนบุรี หลังรับรายงาน พล.ต.ต.ณรงค์วิทย์ พ่วงเภตรา ผบก.จึงสั่งการให้จัดชุดติดตามคนร้ายจนสามารถตามจับกุมตัวได้ในวันต่อมาและให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา
สอบสวนทราบว่าช่วงประมาณ 22.00 น.คืนเกิดเหตุ น.ส.เอ ได้นั่งรอเพื่อนมารับเพียงลำพัง ที่ศาลาริมถนนสายร้อยเอ็ด - โพนทอง ตรงข้ามกับทางเข้าท่าอากาศยานร้อยเอ็ด จังหวะนั้นนายอุไรซึ่งกำลังขี่ จยย.มุ่งหน้าไปปล่อยน้ำจากคลองชลประทานใส่ที่นาของตน มองเห็นเหยื่อจึงจอดรถเข้าไปพูดคุย เหยื่อเห็นท่าไม่ดีจึงรีบลุกวิ่งหนี คนร้ายจึงตามไปกระชากตัวขึ้น จยย.พาไปข่มขืนข้างคลองจนสำเร็จความใคร่ แล้วเกรงว่าเรื่องจะถูกเปิดเผยจึงพยายามกดคอเด็กใส่ดินโคลนและน้ำในทุ่งนาหมายฆ่าปิดปาก จนเหยื่อแน่นิ่งนึกว่าเหยื่อเสียชีวิตจึงขี่จยย.กลับบ้าน ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้รับรายงานว่าเหยื่อรู้สึกตัวและพ้นขีดอันตรายแล้ว พร้อมแจ้งว่าที่รอดเพราะแกล้งตาย เจ้าหน้าที่จึงบันทึกปากคำ พยานหลักฐานประกอบรับสารภาพ ส่งดำเนินคดีในข้อหาข่มขืนกระทำชำเราและพยายามฆ่าต่อไป



