
'ปู'สั่งเร่งสอบยักยอกยาแก้หวัด
'เฉลิม' เผย 'นายกฯ' สั่ง 'ดีเอสไอ' สอบสวนกรณียักยอกสารซูโดอีเฟดรีน หวั่นแก้ปัญหายาเสพติดยาก ด้าน 'วิทยา' สั่งยกเลิกจำหน่ายยาแก้หวัดตามขายยาปลีกย่อย
20 มี.ค.55 ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงแนวทางการควบคุมสารซูโดอีเฟดรีน ซึ่งยาแอคติเฟดก็เป็นยาที่ขายได้โดยทั่วไปว่า หากขายปกติไม่มีปัญหา นำเข้ามาโรงงานผลิตก็มีสำนักคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)ควบคุมส่งไปโรงพยาบาลก็คุมได้ แต่จากโรงพยาบาลมีการขายมีการยักยอกนำออกไปเป็นสารตั้งต้นในการผลิต ซึ่งเรื่องนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) สอบสวนเรื่อง เพราะถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ ถ้าสกัดเรื่องนี้ไม่ได้แก้ปัญหายาเสพติดลำบาก
ผู้สื่อข่าวถามถึงการนำตัวผู้กระทำความผิดหรือเครือข่ายที่นำยาไปขายมาลงโทษ ร.ต.อ.เฉลิมตอบว่า ดีเอสไอจะขอเรื่องนี้เป็นกรณีพิเศษ ซึ่งตนจะอนุมัติและสืบสวนสอบสวน หากพบการกระทำความผิดจับทันที
'วิทยา'สั่งยกเลิกจำหน่ายยาแก้หวัดตามร้านขายยาปลีกย่อย
นายวิทยา บุรณศิริ รมว.สาธารณสุข กล่าวถึงการควบคุมการเบิกจ่ายยาสูตรผสมซูโดอีเฟดรีน หลังมีการตรวจสอบปัญหายาแอคติเฟด ซึ่งเป็นส่วนผสมของสารตั้งต้นยาเสพติด ว่า หลังจากที่เราประกาศตามนโยบายของรัฐบาลเรื่องการป้องกันยาเสพติด ทางกระทรวงสาธารณสุขจึงสั่งยกเลิกขายยาแก้หวัดที่มีส่วนผสมของซูโดอีเฟดรีนในส่วนของร้านขายยาปลีกย่อย และเมื่อยกเลิกแล้วเราก็จะพบรายละเอียดในการเบิกจ่ายยาดังกล่าว โดยเฉพาะสถานที่ให้บริการสาธารณสุข เพราะฉะนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นจะนำไปสู่กระบวนการที่พบข้อผิดสังเกต จากนั้นก็จะตั้งคณะกรรมการสอบ เช่น ที่มีบุคคลของเราเข้าไปเกี่ยวข้อง โดยเฉพาะเรื่องของเภสัชกรที่จำหน่ายยาให้กับกลุ่มบุคคลที่มีความประสงค์ไม่ดี นำไปใช้เป็นสารประกอบยาเสพติด เมื่อถามว่าจะส่งผลกระทบต่อภาพรวมของประชาชนทั่วไปที่ใช้ยาแก้หวัดหรือไม่ นายวิทยาตอบว่า ไม่มี เพราะอย่างน้อยซูโดอีเฟดรีนชนิดเดียวยังใช้ได้อยู่ และมีการควบคุมอยู่แล้ว
ผู้สื่อข่าวถามว่าโรงพยาบาลภูมิภาคอื่นที่ไม่ใช่พื้นที่ภาคอีสานมีพฤติกรรมลักษณะเช่นนี้ และมีรายงานเข้ามาอีกหรือไม่ รมว.สาธารณสุข ตอบว่า ขณะนี้ที่เราพบมีอยู่ 10 กว่าแห่งที่ตรวจสอบแล้ว และค่อนข้างจะมีความผิดปกติชัดเจน 5 แห่ง ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ภาคอีสาน และภาคเหนือ เมื่อถามว่ามีการจำกัดหรือควบคุมการจำหน่ายในร้านขายยาบ้างหรือไม่ นายวิทยา ตอบว่า มีการจำกัดจำนวนหรือให้จำหน่ายตามใบสั่งแพทย์ ซึ่งหลังจากเรามีมาตรการแล้ว จึงพบว่ามีไปปูดอยู่ที่ใด
ส่วนบทลงโทษจะมีทั้งในส่วนของความผิดทางวินัย ที่เป็นข้าราชการที่เกินกว่าระดับ 8 เป็นหน้าที่ของกระทรวงต้องดูแล ส่วนถ้าเป็นความผิดทางอาญาก็จะเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส่วนเรื่องของการกวดขันจะมอบให้ทางผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะอนุกรรมการข้าราชการพลเรือน อกพ. ซึ่งเป็นคณะกรรมการในส่วนของทางราชการให้เป็นผู้พิจารณาความผิดทางวินัย ส่วนจะบรรจุเป็นคดีพิเศษในกรมสอบสวนคดีพิเศษ อยู่ที่เสียงส่วนใหญ่



