ข่าว

'ปู'สัญจรภูเก็ต'ม็อบ'แห่เจอเพียบ

'ปู'สัญจรภูเก็ต'ม็อบ'แห่เจอเพียบ

20 มี.ค. 2555

'นายกฯ อบจ.พัทลุง' ร้อง 'ยิ่งลักษณ์' ทบทวนมติครม.ปี 2541-2544 สมัย รบ.มาร์ค ด้าน 'กลุ่มผู้สูงอายุพัทลุง' สวมเสื้อแดงมอบดอกไม้ให้กำลังใจ พร้อม ร้องตั้งศูนย์การแพทย์ ม.ทักษิณ ขณะที่ 'ยิ่งลักษณ์'ลงรถ เดินเข้าทักทาย

                  20 มี.ค.55 ที่อาคารสำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต ซึ่งเป็นสถานที่จัดการประชุมคณะรัฐมนตรี ( ครม.) สัญจร ครั้งที่ 3 ที่ จ.ภูเก็ต มี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน  ทั้งนี้ บรรยากาศก่อนเข้าร่วมประชุม ครม. ได้มีประชาชนมาให้กำลังใจ เมื่อขบวนรถนายกรัฐมนตรีมาถึงสถานที่จัดการประชุมได้จอดอยู่บริเวณทางเข้าของมหาวิทยาลัย เพื่อให้นายกรัฐมนตรีเดินเท้า พบปะพูดคุยทักทายกับประชาชนที่มามอบดอกไม้ ตั้งแต่ประตูทางเข้าจนถึงบริเวณด้านหน้าอาคารสำนักงานอธิการบดี 

                  จากนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้รับหนังสือจาก นายสานันท์ สุพรรณชนะบุรี นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด ( อบจ.) พัทลุง และกลุ่มผู้สูงอายุที่สวมเสื้อสีแดง จำนวน 700 คน 15 คันรถบัส ที่เดินทางจาก  อ.ทะเลน้อย จ.พัทลุง เพื่อขอส่งแผนการของบประมาณ โครงการจัดตั้งศูนย์การศึกษาและบริการทางแพทย์ มหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตพัทลุง เนื่องจากพื้นที่ภาคใต้ตอนกลาง โดยเฉพาะในจังหวัดพัทลุง สตูล ตรัง นครศรีธรรมราช และกระบี่ มีจำนวนประชากรที่รับบริการในโรงพยาบาลสงขลานครินทร์จำนวนมาก สะท้อนให้เห็นว่า พื้นที่ภาคใต้ตอนบนยังขาดแคลนโรงพยาบาล ที่รองรับการดูแลสุขภาพจำนวนมาก 

                 นายกฯ อบจ.พัทลุง  กล่าวว่า ควรมีการสนับสนุบบุคลากรที่ทางด้านสุขภาพเพิ่ม ซึ่งเรื่องนี้สอดคล้องกับกรอบความคิดหลัก ของมหาวิทยาลัยทักษิณ ที่จะพัฒนาให้วิทยาเขตพัทลุง ให้เป็นวิทยาเขตทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี วิทยาศาสตร์สุขภาพ และศาสตร์ด้านภูมิปัญญาชุมชน โดยการเตรียมตั้งศูนย์การศึกษาและบริการทางการแพทย์ จึงขอให้รัฐบาลพิจารณาแผนงบประมาณโครงการดังกล่าว 

                 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อนายกรัฐมนตรีเดินถึงบริเวณด้านหน้าอาคาร สำนักงานอธิการบดี  ได้มีตัวแทนกลุ่มสหสาขาวิชาชีพสุขภาพ  รพ.สงขลานครินทร์ นำโดย นายมนูญ หมวดเอียด  เข้ายื่นหนังสือเรียกร้องให้ทบทวนมติ ครม.ปี 2541-2544  สมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ ที่ยกเลิกอัตราข้าราชการ และเปลี่ยนเป็นการจ้างบุคคลในตำแหน่งพนักงานมหาวิทยาลัย และลูกจ้างชั่วคราวแทน ซึ่งแตกต่างจากข้าราชการที่มีผลผูกพันตามกฎหมาย และมีความเจริญก้าวหน้าในตำแหน่ง ทำให้เกิดผลกระทบต่อการความทุ่มเทในการปฏิบัติหน้าที่ และไม่มีสิ่งจูงใจให้เกิดความรักองค์กร โดยเฉพาะกลุ่มสหสาขาวิชาชีพสุขภาพ คือ แพทย์ พยาบาล เภสัชกร นักเทคนิคการแพทย์ นักกายภาพบำบัด จึงเรียกร้องให้มีการบรรจุเป็นข้าราชการต่อไป