
พระปกเกล้าแจงรายงานยังปรับปรุงได้
"ประยุทธ์ ศิริพานิชย์" มองการนิรโทษกรรมเป็นความสง่างามในระบอบปชต.ทำมาแล้ว 23 ครั้ง ตัวแทนสถาบันพระปกเกล้าแจงรายงานปรองดองอยู่ในขึ้นตอนระดมความเห็นสามารถปรับปรุงได้ ปชป.ยันค้านนิรโทษกรรม ล้มคำตัดสินของศาล
19 มี.ค.2555 รายการคม-ชัด-ลึก ทางเนชั่นทีวี ได้จัดตอน "ข้อเสนอพระปกเกล้า ทางออกสู่ความปรอง" โดยมีผู้ที่เข้าร่วมรายการประกอบด้วย นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ อดีต ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย พล.อ.เอกชัย ศรีวิลาศ ผู้อำนวยการสำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล แห่งสถาบันพระปกเกล้า และนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์
นายประยุทธ์ กล่าวว่า เมื่อเห็นผลงานสถาบันพระปกเกล้าทำออกก็ถือว่ามีความสมบูรณ์พอสมควร แต่ทั้งนี้ก็ไม่ได้ว่าความข้อเสนอแนวทางต่างๆ ที่มีออกมา เมื่อนำเข้าสู่รัฐสภาจะเข้ารับหรือไม่เรื่องนี้ไม่รู้ ส่วนเรื่องข้อเสนอต่างๆ ไม่ได้ริดรอนข้อเสนอต่างที่เข้ามา สำหรับกรณีนิรโทษกรรมของประเทศไทยที่ผ่านมาเคยออกมาแล้วทั้งสิ้น 23 ครั้ง ส่วนตนมองว่าเป็นเรื่องที่มีความสง่างามในระบอบประชาธิปไตย ที่กระบวนการออกกฎหมายออกจากตัวแทนของประชาชนเป็นผู้พิจารณา
"ส่วนการจะมองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ดีหรือไม่ดี ผมไม่มีความเห็น แต่สิ่งหนึ่งที่ผมตั้งความหวังไว้ คือ เราจะสามารถข้ามปัญหาได้ หลังจากที่มีการค้นหาความาจริง ส่วนตัวแล้วเรื่องการนิรโทษกรรมตัวผมไม่ซีเรียสมากนัก เนื่องจากกระบวนการการสร้างความปรองดอง เรื่องนี้ผมไม่อยากจะให้มองว่าใครจะได้อะไร หรือไม่ได้อะไร เพราะหากมีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดนำมาคิดแล้ว เมื่อมาถึงขั้นตอนการออกกฎหมายจะเกิดปัญหาได้ เรื่องนี้ผมเห็นการออกกฎหมายนิรโทษกรรม ก็น่าจะออกกฎหมายเท่าที่จำเป็น ซึ่งหากใครอยู่ในวงที่ขีดไว้ก็ได้ และใครอยู่นอกวงที่ขัดไว้ก็ไม่ได้" นายประยุทธ์ กล่าว
พล.อ.เอกชัย กล่าวถึงกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้ตั้งคำถามมีความเกี่ยวข้องอะไรที่จะมาตอบคำถามเกี่ยวกับข้อเสนอการปรองดองของสถาบันพระปกเกล้าจะไม่มีการแก้ไขข้อเสนอที่ออกแล้วว่า เรื่องนี้ตนอยากจะชี้แจงว่าเรื่องนี้อาจจะเข้าใจผิด เพราะที่ผ่านมาก็มีการเปิดให้มีการวิพากษ์ว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย เพื่อที่จะมีการนำไปปรับปรุง ก่อนที่จะมีการนำไปยื่นเสนอต่อรัฐสภาที่ถือว่าเป็นขั้นตอนสุดท้าย ซึ่งตรงนั้นจะไม่มีการแก้ไขร่างดังกล่าวอีก อย่างไรก็ตามตามโปแกรมในเรื่องนี้ ทราบมาว่าจะมีการแถลงเปิดเผยต่อสาธารณะ โดยพล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ จะเป็นผู้แถลงด้วยตนเองในวันที่ 21 มี.ค.นี้ ดังนั้นข้อเสนอความคิดเห็นที่เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย หรือข้อมูลใดที่ตกลงหล่น และต้องการให้มีการนำไปใส่ในนั้น ตามความเห็นของตนเห็นว่าก็ควรจะต้องนำไปใส่ไว้ได้ในขั้นตอนนี้
"คดีความที่อยู่ระหว่างการดำเนินคดีทุกคดีจะต้องเดินหน้าต่อไป จะมานั่งรอการออกกฎหมายนิรโทษกรรมไม่ได้ เพราะเรายังไม่รู้ว่าการนิรโทษกรรมจะออกมาเมื่อไหร่ และจะต้องใช้เวลาในการพิจารณามากน้อยแค่ไหน ดังนั้น คดีในเรื่องนี้จะต้องเดินต่อไปหยุดรอไม่ได้เด็ดขาด และข้อเสนอของสถาบันพระปกเกล้าที่ออกมาถือว่าเป็นข้อเสนอในการแก้ไขในระยะสั้น ที่ต้องการให้ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นเกิดความสงบลดลง ซึ่งหลังจากนี้ยังต้องมีข้อเสนอในการแก้ไขปัญหาในระยะยาวอีก " พล.อ.เอกชัย กล่าว
นายนิพิฏฐ์ กล่าวว่า ตนเห็นด้วยกับข้อสรุปของสถาบันพระปกเกล้า 9 ใน 10 ประเด็น จะมีเพียงประเด็นเดียวที่ตนไม่เห็นด้วย คือ ประเด็นการนิรโทษกรรม ซึ่งใน 3 แนวทางของสถาบันพระปกเกล้า พ.ต.ท.ชินวัตร ชินวัตร อดีตนายกฯ ล้วนแล้วแต่ได้ประโยชน์ทั้ง 3 แนวทาง ซึ่งจะได้มากได้น้อยลดลั่นกันไป ในประเด็นเรื่องการออกนิรโทษกรรม จนถึงตอนนี้ยังข้อสรุปการตรวจสอบหาความจริงของตนอยากจะถามมีการตรวจสอบกันแล้วหรือยัง ดังนั้นการที่อยู่ๆจะมานิรโทษกรรมได้อย่างไร เรื่องนี้จะต้องมีขั้นตอน คือ จะต้องมีการค้นหาความจริง เมื่อได้ความจริงแล้วก็นำควารมจริงมาเปิดเผย หลังจากนั้นถึงจะมาที่ขั้นตอนการนิรโทษกรรม แต่ในขณะนี้มีความพยายามที่จะฆ่าตัดตอนกระบวนการยุติธรรม โดยออกพรบ.นิรโทษกรรม โดยไม่มีการตรวจสอบหาความจริง ซึ่งเรื่องนี้ต่างหากที่เรายอมรับไม่ได้
"ผมยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่เคยเสนออะไรในเรื่องนี้ และยืนยันว่าพรรคไม่เกี่ยวข้อง หรือได้รับผลประโยชน์ในเรื่องนี้เช่นกัน แต่เหตุที่เราคัดค้านเพราะเห็นว่าการที่อยู่ๆจะให้มีการนิรโทษกรรมเลย โดยยังผลการตรวจสอบหาความจริงยังไม่มีข้อสรุปต่างหาก และเหตุที่คัดค้าน เนื่องจากเราเห็นว่าวิธีการนี้มันไม่ถูกต้อง เรื่องนี้เราไม่อยากจะถูกมองว่าพรรคประชาธิปัตย์ตัวขัดขวางกระบวนการสร้างความปรองดอง ผมยืนยันว่าเราพร้อมที่จะถอย แต่เราขออย่างเดียว คือ คดีที่ผ่านการตัดสินของศาลฎีกาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งมีองค์คณะถึง 9 คน ที่ใช้ระบบการไต่สวน โดยตุลาการสามารถเรียกข้อมูลต่างๆที่มีทั้งหมดมาพิจารณาได้ ดังนั้นเมื่อคดีใดๆ ที่มีการพิพากษาออกมาจากศาลฎีกาแล้ว ทุกอย่างจะต้องยุติ ไม่สามารถจะไปนิรโทษกรรมได้ แต่คดีใดที่ยังไม่เข้าสู่กระบวนการไต่สวนของศาลฎีกาจะให้มีการเริ่มต้นใหม่ เรื่องนี้เรายอมได้ไม่มีปัญหา รวมทั้งการที่จะให้นิรโทษกรรมในคดีอาญาทั่วไปที่ไปฝ่าฝืนพรก.ฉุกเฉิน เราก็ยอมรับได้เช่นกัน แต่หากคดีอาญาที่เป็นคดีอาญา เช่น การเผาศาลากลาง , การเผากรุงเทพมหนคร , การยิงวัดพระแก้ว คดีความเหล่านี้ พรรคประชาธิปัตย์ขอยืนยันว่าจะขอคัดค้าน " นายนิฎฐ์ กล่าว



