ข่าว

มือถือฮิตแก๊งยาในคุกเครื่องละ1.5แสน!

มือถือฮิตแก๊งยาในคุกเครื่องละ1.5แสน!

20 มี.ค. 2555

'นก'มือถือฮิตแก๊งยาในคุกราคาพุ่งเครื่องละ1.5แสน! : ทีมข่าวความมั่นคงรายงาน

            หลังจาก "คม ชัด ลึก" ตีแผ่ขบวนการค้ายาเสพติดใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้เงินสนับสนุนกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่ และทำการ "ฟอกเงิน" ผ่านธุรกิจในรูปแบบต่างๆ โดยเฉพาะร้านรับแลกเงิน, ร้านขายทองคำ และร้านขายเสื้อผ้า กระทั่งเจ้าหน้าที่ได้เข้าอายัดทรัพย์ร้านขายทองคำ ร้านขายเสื้อผ้า รวมทั้งสวนยางอีก 400 ไร่ใน จ.นราธิวาส
 
            กระทั่งเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2555 เจ้าหน้าที่สามารถอายัดทรัพย์เครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติรายใหญ่ในพื้นที่ จ.นราธิวาส คือ 1.นางปาตีเมาะ สะแลแม อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 173/1 หมู่ 13 ต.บูกิต อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส 2.น.ส.นรินทร์ มามะ อายุ 27 ปี ลูกสาวนางปาตีเมาะ 3.น.ส.โนรีซา ยูโซ๊ะ อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 56 หมู่ 3 ต.ปาเสมัส อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส พร้อมของกลางปืน 3 กระบอก สมุดบัญชีธนาคาร โฉนดที่ดิน ทองรูปพรรณ เงินสด รถยนต์ 11 คัน และรถจักรยานยนต์ 3 คัน มูลค่ารวม 155 ล้านบาท
 
            เครือข่ายดังกล่าวเชื่อมโยงกับการจับกุมนายโย กวน ฮง หรือ "ไมเคิล" ชาวมาเลเซีย เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2554 หัวหน้าขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติชาวมาเลเซีย ซึ่งมีเงินหมุนเวียนในการค้ายาเสพติดกว่า 1,000 ล้านบาท
 
            ส่วนผู้ที่สั่งการค้าขายยาเสพติดจาก "ภาคเหนือ" มาถึงมือนายไมเคิลที่ภาคใต้ และข้ามไปมาเลเซีย คือนายยุสรี เปาะดาโอ๊ะ อายุ 29 ปี ซึ่งปัจจุบันถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำจังหวัดราชบุรี และต้องโทษในคดียาเสพติด 67 ปี
 
            วงในกรมคุกรายหนึ่งให้ข้อมูลกับ "คม ชัด ลึก" เกี่ยวกับขบวนการค้ายาเสพติดจากในคุกว่า ส่วนใหญ่เรือนจำที่มีปัญหามักจะเป็น "เรือนจำความมั่นคงสูง" ที่มี "นักโทษเด็ดขาด" อยู่เป็นจำนวนมาก เพราะมีเครือข่ายขบวนการค้ายาเสพติดครบวงจร ทั้งผู้ค้า คนเดินของ คนถือเงิน เอเย่นต์ในพื้นที่ต่างๆ และคนติดยา ทำให้มีการรวมตัวสร้างเครือข่ายขึ้นมา
 
            แน่นอนว่าการสั่งการซื้อขายจะต้องทำผ่าน "โทรศัพท์มือถือ" โดยขาใหญ่จะเป็นคนควบคุมแผนงานทุกขั้นตอน และจะทำการ "ตัดตอน" คนในขบวนการทั้งหมด ซึ่งแต่ละคน ทั้งคนลำเลียง คนเดินของ เอเย่นต์ คนถือเงิน ฯลฯ ส่วนใหญ่จะไม่รู้จักกันมาก่อน
 
            ส่วนวิธีการนำโทรศัพท์มือถือเข้าไปมีหลายช่องทาง โดยช่องทางที่นำเอาเข้าไปได้ง่าย และปลอดภัยกว่าวิธีอื่น คือการนำเข้าไปโดย "ผู้คุม" ที่ทนความเย้ายวนของกลิ่นเงินไม่ไหว
 
            สนนราคาของโทรศัพท์มือถือในคุก หากเป็นเรือนจำขนาดเล็กจะตกราคาเครื่องละ 5-6 หมื่นบาท แต่ถ้าเป็นเรือนจำขนาดใหญ่ หรือเรือนจำความมั่นคงสูงจะตกราคาเครื่องละ 8 หมื่น-1.5 แสนบาท ยิ่งในช่วงที่มีความตื่นตัว และเข้มงวดกวดขันสูงอย่างในปัจจุบัน ราคาก็จะยิ่งพุ่งสูงขึ้นไปอีก
 
            ถ้านำโทรศัพท์มือถือเข้าไปได้สำเร็จ จะได้รับค่าตอบแทนเครื่องละ 2-5 หมื่นบาท จึงไม่แปลกที่จะมีผู้คุมบางคนยอมทรยศต่อหน้าที่ของตัวเอง
 
            สำหรับวิธีการนำโทรศัพท์มือถือเข้ามาในคุกเท่าที่พบมีดังนี้
 
            1.ผู้คุม ซึ่งมีการซุกซ่อนไว้ตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย เช่น ในรองเท้า, ถุงเท้า ฯลฯ รวมทั้งการเข้ามาเข้าเวรนอนที่เรือนจำก็มักจะมีกระเป๋าใส่เครื่องนอน และของใช้ส่วนตัวมาด้วย
 
            2.นักโทษ ซึ่งมีหลายช่องทาง เช่น
 
            2.1 ช่วงที่เดินทางไปศาล-โรงพยาบาล เช่น นำเอาโทรศัพท์มือถือมาวางไว้ใต้เก้าอี้ในศาล หรือเอาโทรศัพท์มาซุกซ่อนไว้ในจุดที่มีการนัดหมายภายในห้องน้ำ เป็นต้น
 
            2.2 ช่วงที่ออกไปทำกิจกรรมสาธารณประโยชน์ เช่น ทำความสะอาด, ลอกท่อ ฯลฯ จะมีการนำเอาโทรศัพท์ไปวางไว้ตามจุดที่นัดหมาย เช่น ตามพงหญ้า, บนต้นไม้, ในท่อ ฯลฯ
 
            เมื่อได้ของมาแล้วก็จะยัดเข้าไปใน "รูทวาร" ในระยะหลังจึงมีการตรวจค้นโดยละเอียดให้เปลื้องผ้าออกหมดแล้วให้สกอตจัมพ์ หรือกระทั่งให้ผู้คุมสวมถุงมือแล้วล้วงเข้าไปในรูทวาร 
 
            3.ของฝาก-ของเยี่ยม เช่น อาหาร, ขนม, แป้ง, ยาสีฟัน, หนังสือ ฯลฯ ส่วนใหญ่วิธีนี้จะใช้ซุกซ่อนซิมการ์ด และยาเสพติด เช่น ยาบ้า, ไอซ์ ที่มีขนาดเล็กกว่าโทรศัพท์
 
            4.รถที่เข้าออกในเรือนจำ เพราะแต่ละวันมีรถเข้าออกจำนวนมาก ทั้งรถของเรือนจำเอง รถขนส่งวัตถุดิบทำอาหาร รถขนอุปกรณ์ฝึกอาชีพ รถขนขยะ เป็นต้น
 
            5.ขว้างหรือนำพาโทรศัพท์มือถือข้ามกำแพงเรือนจำ เช่น การขว้างด้วยมือ, ยัดเข้าไปในกบหรือคางคก, ยิงด้วยหนังสติ๊ก, มัดติดกับจรวดน้ำ, เครื่องบินเล็ก, ฮ.บังคับ  ฯลฯ
 
            ในการลักลอบนำโทรศัพท์เข้าไปมักจะนำ "ยาเสพติด" เช่น ยาบ้า, ไอซ์ มัดติดเข้าไปด้วยกัน ส่วนโทรศัพท์ก็มักจะมัดส่งเข้าไปครั้งละหลายๆ เครื่อง เฉลี่ย 5-8 เครื่อง
 
            ประโยชน์ของโทรศัพท์ในคุก นอกจากใช้สั่งการค้าขายยาเสพติด ยังมีบริการ "ให้เช่า" ด้วย โดยคิดค่าเช่าครั้งละ 1,000-5,000 บาท โดยคนที่ต้องการใช้โทรศัพท์ในคุกมีอีก 2 พวก คือ 1.ต้องการติดต่อญาติหรือลูกเมีย และ 2.พวกที่ยังมีธุรกิจอยู่ภายนอก
 
            สำหรับยาเสพติดที่พ่วงเข้ามา ขาใหญ่จะใช้ "เลี้ยงลูกน้อง" ที่เป็นมือไม้อยู่ข้างในเพื่อสร้างเครือข่าย หรือ "บ้าน" ขึ้นในคุก และหากถูกจับได้ลูกน้องก็จะออกรับแทน หรือบางครั้งก็มีการจ้างให้รับโทษแทน
 
            ขณะที่วิธีการซุกซ่อนโทรศัพท์ในคุกมีอยู่มากมาย และมีจุดลับตาให้ซ่อนเพียบ เช่น นอกเรือนนอนก็อาจฝังไว้ใต้พื้นหญ้า, ใต้รางระบายน้ำ, ช่องว่างใต้ล็อกเกอร์, ใต้พื้นกระเบื้อง ฯลฯ ส่วนในเรือนนอนที่ฮิตสุด คือใต้คอห่านส้วม โดยหุ้มด้วยพลาสติกและผูกไว้ด้วยเส้นเอ็น, ซุกไว้ที่ช่องพิเศษในทีวี, บนฝ้าเพดาน, ใต้หลอดไฟ ฯลฯ
 
            ที่น่าสนใจคือ ยี่ห้อมือถือยอดฮิต ซึ่งแม้ในปัจจุบันจะมีการตรวจพบไอโฟน และบีบีในคุก แต่ยี่ห้อยอดฮิตก็ยังคงเป็น "โนเกีย" หรือที่เรียกขานกันในวงการว่า "นก" ด้วยคุณสมบัติโดดเด่นหลายประการ เช่น 1.ความบาง ซุกซ่อนง่าย 2.ทนทานต่อแรงกระแทก แต่ที่สำคัญที่สุดคือ 3."แบตเตอรี่" ที่ยี่ห้อดังกล่าวชาร์จครั้งเดียว สามารถใช้ได้นานหลายวัน
 
            "นก" จึงยังเป็นมือถือยอดฮิตในคุกมาจนถึงปัจจุบัน เพราะความต้องการใช้หลักมีเพียง 2 อย่าง คือ 1.รับสายเข้า-ออกเพื่อสั่งการซื้อขาย และ 2.รับข้อความสั้นเอสเอ็มเอส เพื่อเช็กดูยอดเงินเข้า-ออกจากบัญชี
 
            วงในกรมคุกคนเดิมย้ำว่าตราบใดที่มูลค่าการค้ายายังมีมูลค่ามหาศาลก็เป็นการยากที่จะสกัดการสั่งการซื้อขายจากในคุกได้ แต่เขาก็เห็นด้วยกับแนวคิด "คุกซูเปอร์แม็กซ์" ที่จะนำเอาขาใหญ่ไปอยู่รวมกัน และติดตั้งระบบตัดสัญญาณมือถือ เพราะถ้ามีแต่ "สมอง" แต่ไม่มี "มือไม้" รวมทั้งการ "บล็อกสัญญาณมือถือ" การสั่งการจากในคุกก็แทบจะปิดประตูตาย


.............

(หมายเหตุ ซ 'นก'มือถือฮิตแก๊งยาในคุกราคาพุ่งเครื่องละ1.5แสน! : ทีมข่าวความมั่นคงรายงาน)