
เปิดใจตัวประกัน'สติ'สยบ'ปังตอ'
เปิดใจ..ตัวประกัน'สติ'สยบ'ปังตอ' : ตะลุยข่าว โต๊ะรายงานพิเศษ
"สติ" เท่านั้น จะช่วยคลี่คลายสถานการณ์ร้ายๆ ให้ดีขึ้นได้...กว่า 2 ชั่วโมง "ชลิตา อินทราไสย" เภสัชกรสาววัย 39 ปี สำนักอนามัยสังกัดกรุงเทพมหานคร ต้องรวบรวมสติให้นิ่งและสงบที่สุด เมื่อมีด "ปังตอ" เล่มใหญ่จ่อประชิดต้นคอ หลังจากตกเป็นตัวประกันของทาสยาบ้า "สิริพงษ์ ถ่านประดับ" อดีตพนักงานรักษาความปลอดภัยวัย 30 ปี!!
"มากับกู มาเป็นตัวประกัน เอาไปด้วย ถ้ากูตายมึงต้องตายด้วย อย่าตุกติกไม่เช่นนั้นตาย" ทาสยาบ้ายื้อยุดฉุดบังคับ "ชลิตา" ออกจากบ้านพักในซอยสุขุมวิท 62 แขวงบางจาก เขตพระโขนง กรุงเทพฯ โดยใช้มีดปังตอจี้คอมาร่วม 1 กิโลเมตร กระทั่งมาถึงกลางซอยสุขุมวิท 62 แยก 1 ระหว่างทางเธอพยายามตั้งสติมาตลอดทาง ทั้งพยายามห้ามประชาชนในละแวกนั้น ซึ่งถือไม้พร้อมจะเข้ามาช่วยเหลือ เนื่องจากเกรงว่าจะเป็นการกดดันคนร้ายแล้วตัวเธอเองจะไม่ปลอดภัย
"พี่ทำใจดีสู้เสือ พี่ไม่ได้เก่ง แต่พี่พอจะรู้ว่าเขากำลังเมา กำลังเพ้อ อาจคลุ้มคลั่งมากกว่านี้ ระหว่างทางเขาบอกว่ามีคนตามมาฆ่า แถมยังให้พี่ดูว่าเห็นคนที่ตามฆ่าหรือไม่ ซึ่งคนที่ตามมาฆ่าเขาถืออาวุธ ทั้งปืนอาก้า ปืนเอ็ม 16 ปืนลูกซอง พี่ต้องบอกไปว่า ไม่ต้องกลัว เดี๋ยวจะไล่พวกเขาไปเอง ใจเย็นๆ หากคนที่จะมาทำร้าย จะบังไว้ให้ รับรองว่าเขารอด" ชลิตา เล่าถึงวินาทีหน้าสิ่วหน้าขวาน
ชลิตาพยายามทบทวนความรู้ที่เคยร่ำเรียนทางด้านเภสัชกรมา และพยายามทำความเข้าใจว่า คนที่เมายาเสพติดจนเกิดความหลอนและหวาดระแวงคนรอบข้างต้องพูดกับเขาอย่างไร และเท่าที่สังเกตเห็นเขาเริ่มอ่อนล้า อาจจะเสพยามานานแล้ว เนื่องจากเขาพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง จึงลองเกลี้ยกล่อมดู โดยบอกว่าจะช่วยพาขับรถยนต์หนีไปไหนสักแห่ง และระหว่างทางถ้าเขาอยากลงจากรถตรงไหนก็ให้บอก
"เขาก็รับรู้นะ แล้วยังพูดติดตลกกับพี่ว่า ผมขอโทษ ผมไม่ได้ตั้งใจลวนลามเจ๊ เพราะระหว่างที่มีดจี้มือคอมือเขามาโดนบริเวณหน้าอก เขายังบอกอีกว่า ถ้าเจ๊พาผมหนีได้ เขารอดเจ๊ก็รอด" ชลิตาบอกถึงช่วงเวลาที่เริ่มรู้ว่าคนที่กำลังใช้มีดจี้คออยู่เริ่มมีสติ
ระหว่างนี้รอบๆ ตัว "เขาและเธอ" เริ่มมีตำรวจ นักข่าว และประชาชนละแวกนั้น มามุงดูเหตุการณ์กันมากขึ้น ทำให้เธอรีบรวบรวมสติ ขอให้ตำรวจส่งขวดน้ำพลาสติกมาให้ดื่ม จังหวะนี้ พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ รองผบช.น.จึงเข้ามาเจรจาด้วยตัวเอง
"ชายคนนี้ยังบอกว่ารู้จักท่านรองฯวิชัย เพราะชอบนักมวยในค่ายของท่าน การเจรจาท่านรองฯวิชัยบอกว่าให้ปล่อยพี่ แล้วจะรับรองความปลอดภัยให้ ถ้าหากนาทีนั้นเขาไม่ปล่อยมีดปังตอที่กำลังอยู่ที่ลำคอ พี่ก็พยายามหาทางช่วยเหลือตัวเอง ด้วยการวางขวดน้ำพลาสติกไว้ใกล้ตัว หากตำรวจชาร์จเพื่อเข้าช่วยเหลือจะได้คว้าขวดน้ำพลาสติกมากั้นบริเวณลำคอ คงช่วยป้องกันได้ระดับหนึ่ง" เภสัชกรสาวใจเด็ด กล่าว
หลังผ่านเหตุการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานมาได้ 1 วัน "ชนิตา" ยังจดจำเหตุที่ขึ้นได้อย่างแจ่มชัด และวินาทีที่ชายไม่ทราบชื่อ ยอมวางมีดปังตอแล้วก้มกราบขอโทษ เธออโหสิกรรมให้เขาแล้ว คงปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจที่จะดำเนินคดีต่อไป และสุดท้ายนี้เธอได้ฝากขอบคุณทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ นักข่าว และประชาชนทุกคนที่ให้กำลังใจแล้วพยายามช่วยเหลือ ทำให้เธอรู้สึกเหมือนตายแล้วเกิดใหม่อีกครั้ง!!
"เรื่องแบบนี้ไม่มีใครคิดว่าจะเกิดขึ้นกับตัวเรา ทั้งที่ชีวิตของเราพยายามตั้งอยู่บนความไม่ประมาท แต่หากใครเจอเรื่องแบบนี้ คงตกใจ จึงอยากแนะนำว่า ให้มีสติ อย่าด่า อย่ากดดัน อย่าร้องไห้ แต่ให้คล้อยตามเขา เขาบอกว่าคนนี้เลว เราต้องบอกว่าเลวตาม แม้ว่าจะตรงกันข้ามกับข้อเท็จจริง เพราะจะทำให้ชีวิตเราที่กำลังประสบเหตุอยู่ปลอดภัยในระดับหนึ่ง" ชลิตา บอกเป็นบทเรียน
เหตุการณ์ระทึกขวัญที่เกิดกับ "ชลิตา" ครั้งนี้ เกิดขึ้นราวบ่ายโมงวันที่ 17 มีนาคม ระหว่างที่เธอกำลังเข้าบ้านพัก แต่จู่ๆ ก็มีชายไม่ทราบชื่อ วิ่งเข้ามาหา แล้วบอกว่ามีคนตามมาฆ่าให้ช่วยพาหลบหนี โดยเธอตอบกลับไปว่า "ไม่เห็นมีอะไรเลย" แล้วจึงรีบปิดประตูบ้านเพื่อความปลอดภัย เพราะรู้ว่าชายคนนี้อาจเมายาเสพติดจนเกิดภาพหลอน
ขณะเดียวกัน เธอ รู้สึกเป็นห่วงแม่และพี่สาว ที่อยู่ที่บ้านอีกหลังหนึ่งห่างกันไม่กี่ร้อยเมตร จึงรีบเดินไปดูที่บ้านหลังดังกล่าว เมื่อเดินสำรวจบริเวณชั้นล่างทั้งหมดไม่เห็นชายคนดังกล่าว จึงคว้าประตูเหล็กม้วนเพื่อปิดประตูเป็นการป้องกัน ระหว่างที่กำลังดึงประตูลงมาปิดต้องตกใจสุดขีด เมื่อเห็นชายคนดังกล่าวถือมีดปังตอขนาดใหญ่ 2 เล่ม วิ่งจากชั้น 3 ลงมาชั้นล่าง แล้วจี้เธอเป็นตัวประกันกว่า 2 ชั่วโมง!!
...........
(หมายเหตุ : เปิดใจ..ตัวประกัน'สติ'สยบ'ปังตอ' : ตะลุยข่าว โต๊ะรายงานพิเศษ)



