
งานมหกรรมบ้านฯยอดพุ่ง3.1พันล้าน
งานมหกรรมบ้านและคอนโดคึกคัก ยอดจองพุ่ง 3.1 พันล้าน คอนโดมิเนียมฮอตสุด ส่วนยอดขอสินเชื่อทะลุหมื่นล้าน ชี้ส่งสัญญาณตลาดอสังหาริมทรัพย์ฟื้นตัวจากน้ำท่วม
น.ส.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ ประธานจัดงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 26 เปิดเผยว่า บรรยากาศภายในงานมหกรรมบ้านและคอนโด ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 15-18 มีนาคม ที่ผ่านมา ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เต็มไปด้วยความคึกคัก และได้รับการตอบรับจากประชาชนเป็นอย่างดี โดยมีผู้เข้าชมงานทะลุยอด 1 แสนคน ถือเป็นสัญญาณที่ดี แสดงให้เห็นว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ฟื้นตัวจากวิกฤติมหาอุทกภัยในปี 2554 ที่ผ่านมาแล้ว และประชาชนยังมีความต้องการที่อยู่อาศัยจำนวนมาก
ทั้งนี้ ในช่วง 4 วัน สามารถทำยอดขายได้ถึง 3,100 ล้านบาท จากที่ตั้งเป้ายอดขายทั้งงานไว้ 3,000 ล้านบาท ขณะที่ยอดการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินก็ทะลุเป้า 1 หมื่นล้านบาท โดยที่อยู่อาศัยที่ได้รับความนิยมมียอดจองมากที่สุด ได้แก่ คอนโดมิเนียม คิดเป็นสัดส่วน 40.97% ของการจองทั้งหมด รองลงมาเป็น ทาวน์เฮ้าส์ มีสัดส่วน 29.07% ตามมาด้วยบ้านเดี่ยว ในสัดส่วน 20.27% และทาวน์โฮม 6.17%
อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจจากผู้ลงทะเบียนเข้าชมงานยังคงระบุว่า ผู้บริโภคต้องการที่อยู่อาศัยประเภทบ้านเดี่ยวมากที่สุด คิดเป็น 39.59% รองลงมาจึงเป็นคอนโดมิเนียม 33.49% และทาวน์เฮ้าส์ 17.98% และข้อมูลดังกล่าวยังระบุว่า เมื่อแยกตามงบประมาณในการซื้อที่อยู่อาศัย ความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยระดับราคา 1-2 ล้านบาทมีมากสุด คิดเป็น 44.47% รองลงมาคือราคา 2-3 ล้านบาท คิดเป็น 21.88% ตามด้วยราคาต่ำกว่า 1 ล้านบาท 14.65% ขณะที่ระดับราคา 3-4 ล้านบาท และราคา 4-6 ล้านบาทนั้น มีผู้ต้องการเพียง 10.25% และ 6.05% ตามลำดับ
"ในส่วนของเสนา ดีเวลลอปเมนท์เอง ก็มียอดจองคอนโดมิเนียมมากกว่าบ้านแนวราบเช่นกัน เมื่อพิจารณาประกอบกับตัวเลขดังกล่าว จะเห็นได้ว่าคอนโดมิเนียมกลับมาได้รับความนิยมนำบ้านเดี่ยวและทาวน์เฮ้าส์อีกครั้ง" น.ส.เกษรากล่าว
น.ส.เกษรากล่าวด้วยว่า ทางคณะกรรมการจัดงานยังไม่ได้สรุปยอดแยกประเภทไว้ว่า มีผู้ซื้อบ้านในทำเลที่เกิดน้ำท่วมและไม่เกิดน้ำท่วมคิดเป็นสัดส่วนเท่าใด อาจมีการประสานความร่วมมือไปยังศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ในการร่วมสรุปยอดดังกล่าวต่อไป
สำหรับโครงการที่มียอดจองภายในงานมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ บริษัท กานดา พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด มียอดจอง 55 ยูนิต รองลงมาคือบริษัท แอล.พี.เอ็น. ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) 41 ยูนิต และบริษัท เสนา ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) 30 ยูนิตตามลำดับ ทั้งนี้ ยังอยู่ระหว่างขั้นตอนสรุปอันดับผู้ประกอบการที่มีมูลค่ายอดจองมากที่สุด



