
ซิ่งคาร์บอมบ์ชนรถชาวบ้านหวิดบึ้ม
คนร้ายขับรถกระบะพร้อมคาร์บอมบ์หนัก 50 กิโลกรัม ชนรถชาวบ้านหวังล่อเจ้าหน้าที่ มือจุดชนวนเข้าไม่ถึงรัศมีการกดวิทยุสื่อสาร สามารถเก็บกู้ไว้ได้หวุดหวิด ส.ต.อ.ใจเด็ดดวลปืน4คนร้ายประกบยิงรปภ.สถานพินิจ
เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 19 มี.ค. พ.ต.ท.ปริวรรต ขวัญมานิตย์ สว.สภ.แว้ง จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุรถชนกันที่บริเวณหน้าสถานีทวนสัญญาณโทรศัพท์มือถือ ซึ่งตั้งอยู่ในเขตเทศบาลตำบลแว้ง และห่างจาก สภ.แว้ง ประมาณ 800 เมตร จึงได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบรถยนต์กระบะอีซูซุ สีบรอนซ์ทอง 4 ประตู ทะเบียน กข- 8315 นราธิวาส ชนท้ายรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้าสีน้ำเงิน ที่จอดอยู่ริมถนน โดยชาวบ้านบอกว่าเจ้าของรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ ซึ่งเป็นคนชนรถคู่กรณีมีชาย 1 คน ได้ขี่รถจักรยานยนต์มารับหลบหนีไปแล้ว
เจ้าหน้าที่จึงได้เปิดประตูรถกระบะยี่ห้ออีซูซุและพบว่าที่บริเวณเบาะนั่งตอนท้ายมีถังแก๊สหุงต้มขนาด 15 ก.ก.ต่อวงจรด้วยสายไฟฟ้าและมีวิทยุสื่อสารเป็นตัวจุดชนวน และข้างถังแก๊สมีแกลลอนพลาสติกขนาด 5 ลิตร มีน้ำมันเชื้อเพลิงเบนซินบรรจุอยู่ภายใน จึงรู้ว่าวัตถุดังกล่าวเป็นระเบิดแสวงเครื่อง พ.ต.ท.ปริวรรตและเจ้าหน้าที่จึงได้วิ่งหนีออกมาจากรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุอย่างรวดเร็ว
ต่อมาจึงได้แจ้งไปยัง พ.ต.อ.นันทเดช ย้อยนวล รอง ผบก.ภ.จ.นราธิวาส พ.ต.ท.วิษณุ ชนะอักษร หน.ชุดเก็บกู้และทำร้ายวัตถุระเบิด ตชด. 446 อ.แว้ง และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวมาตรวจสอบที่เกิดเหตุและเข้าทำการเก็บกู้วัตถุระเบิด พร้อมทั้งได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารทำการกั้นพื้นที่และปิดกั้นการจราจรโดยเด็ดขาด
โดยก่อนที่จะเข้าทำการเก็บกู้เจ้าหน้าที่ได้เปิดเครื่องรบกวนสัญญาณโทรศัพท์มือถือและเครื่องรบกวนสัญญาณวิทยุสื่อสาร โดยเจ้าหน้าที่ใช้เวลาในการเก็บกู้นาน 30 นาที จึงได้นำวัตถุระเบิดแสวงเครื่องดังกล่าวซึ่งหนัก 50 ก.ก.มาทำการแยกชิ้นส่วนบริเวณริมถนนฝั่งตรงข้าม ซึ่งระเบิดดังกล่าวมีอนุภาพในการทำลายล้างในรัศมี 100 เมตร ซึ่งหากเจ้าหน้าที่ไม่สามารถเก็บกู้เอาไว้ได้ จะสร้างความเสียหายทั้งต่อชีวิตและทรัพย์สินอย่างรุนแรง
ต่อมาเจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจสอบรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ ที่บรรทุกระเบิดแสวงเครื่อง กลุ่มคนร้ายได้ทำการดัดแปลงหมายเลขทะเบียน ด้วยการนำสติกเกอร์สีดำมาตัดแปะตัวเลข จากหมายเลข 3315 เป็น 8315 ที่คนร้ายได้ปล้นมาจากพื้นที่ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 3 ก.พ.2555 ของนายสุทธิศักดิ์ ชูหมวกโชติ ที่ให้นายวชิระ จันทร์ทิตย์ ขับมาส่งน้ำมันให้กับลูกค้า ซึ่งคนร้ายได้ยิงนายวชิระเสียชีวิตในครั้งนั้น
ด้านพ.ต.อ.นันทเดช ย้อยนวล รอง ผบก.ภ.จ.นราธิวาส กล่าวว่า คนร้ายมีการวางแผนที่จะนำรถมาวางระเบิดคาร์บอมบ์ ด้วยการทำทีขับรถยนต์กระบะไปชนคู่กรณี เพื่อล่อเจ้าหน้าที่ให้เข้ามาตรวจสอบแล้วตัวเองหลบหนีไป เพื่อให้คนร้ายอีกชุดหนึ่งจุดชนวนระเบิดด้วยวิทยุสื่อสาร แต่เจ้าหน้าที่ได้กั้นพื้นที่จนคนร้ายที่ทำหน้าที่จุดชนวนระเบิดไม่สามารถแฝงตัวเดินทางเข้ามาจุดระเบิดในรัศมีที่ระเบิดสามารถทำงานได้ จึงทำให้เจ้าหน้าที่สามารถเก็บกู้เอาไว้ได้ในที่สุด
ส.ต.อ.ใจเด็ดดวลปืน4คนร้ายประกบยิงรปภ.สถานพินิจ
เมื่อเวลา 11.40 น.ขณะที่นายพิทยา เพชรยอดศรี อายุ 39 ปี ชาว ต.ทุ่งพลา อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนปัตตานี ขี่รถจักรยานยนต์ ยามาฮ่า สีดำ หมายเลขทะเบียน กวค.637 ปัตตานี เพื่อเดินทางกลับบ้านพัก หลังจากออกจากเวร โดยใช้เส้นทางถนนสาย 42 ปัตตานี-โคกโพธิ์ พอถึงบริเวณ ม.7 บ.โคกม่วง ต.ตุยง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ได้มีคนร้ายจำนวน 4 คน ใช้รถจักรยานยนต์ 2 คัน เป็นพาหนะ ขับตามประกบมา พอได้โอกาสจึงขับแซงและ1 ใน คนร้ายที่ซ้อนท้าย ใช้อาวุธปืนพกสั้นขนาด 9 ม.ม ยิงเข้าใส่ นายพิทยาทันที กระสุนปืนถูกบริเวณลำตัว รถจักรยานยนต์เสียหลักล้มลง
ขณะเกิดเหตุเป็นช่วงที่ ส.ต.อ อนุชา สะโมทาน ตำรวจ สภ.เมืองปัตตานี ขับรถยนต์เก๋งส่วนตัวได้ประสบเหตุ จึงได้เข้าช่วย โดยใช้อาวุธปืนพกสั้นประจำกาย ขนาด .357 ยิงใส่กลุ่มคนร้ายที่กำลังจะลงไปยิงซ้ำ ทำให้ 1 ใน 4 คนร้ายถูกกระสุนปืนเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ และพยายามขี่รถจักรยานยนต์หลบหนี
ส.ต.อ.อนุชา จึงวิทยุแจ้ง สภ.หนองจิก จ.ปัตตานี เพื่อขอกำลังสนับสนุน ทราบถึง พ.ต.อ.ชนวีร์ ชมาฤกษ์ ผกก.สภ.หนองจิก จึงได้นำกำลังตำรวจ และประสานกำลังทหาร และฝ่ายปกครอง รุดไปที่เกิดเหตุ ทราบว่าคนร้ายถูกยิง 1 คน และได้ขี่รถ จยย.หลบหนีเข้าภายในซอย ใกล้ที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้กระจายกำลังปิดล้อม ติดตามคนร้ายกลุ่มดังกล่าว แต่คนร้ายไม่สามารถหลบหนีไปได้ พบคนร้ายนอนได้รับบาดเจ็บ 1 คน พร้อมรถจักรยานยนต์ ฮอนด้าเวฟ สีบอนล์ หมายเลขทะเบียน 617 นราธิวาส
ส่วนคนร้ายถูกกระสุนปืนบริเวณต้นขาขวา กระสุนตัดเส้นเลือดใหญ่ ทำให้เสียเลือดมาก เจ้าหน้าที่จึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลหนองจิก และได้กระจายกำลังเจ้าหน้าที่เข้าปิดล้อมพื้นที่แต่ไม่พบตัวผู้ร่วมก่อเหตุเพิ่มเติม และคนร้ายอาการสาหัสเนื่องจากเสียเลือดมาก แพทย์ พยาบาลได้พยามปั๊มหัวใจให้การช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ส่วนนายพิทยา อาการปลอดภัย ได้ส่งตัวไปยังโรงพยาบาลปัตตานี
ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบคนร้ายว่าเป็นใคร โดยประสานกำลังในพื้นที่ 3 จังหวัดเพื่อพิสูจน์ว่าเป็นใคร อย่างไรคนร้ายที่ถูกยิงอาการยังสาหัส
............
(หมายเหตุ : ภาพจากแฟ้มข่าว)



