ข่าว

ตะลึง!ปืน-ระเบิดแลกซื้อยาบ้าได้

ตะลึง!ปืน-ระเบิดแลกซื้อยาบ้าได้

19 มี.ค. 2555

รวบพ่อค้าทำเฟอร์นิเจอร์ไม้ค้ายาบ้า สารภาพซื้อยาบ้าลูกน้องเสพหวังให้ทำงานได้ทั้งวัน บางครั้งวัยรุ่นมาซื้อไม่มีเงินเอาปืน-ระเบิดมาแลกได้ ระเบิด 1 ลูกแลกได้ 5 เม็ด ปืนยาว 15 เม็ด ดีเอสไอ-ปปง.เร่งวิเคราะห์เส้นทางการเงิน"หมอ-เภสัชกร"เอี่ยวยาบ้า

            เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 19 มี.ค. ที่ชุดสืบสวน ภ.จ.อุดรธานี พ.ต.อ.อารี สินธุรา ผกก.กลุ่มงานสืบสวน ภ.จว.อุดรธานี พ.ต.ท.สุชัย นันแก้ว สว.สส.และชุดปราบปรามยาเสพติด “คมประจักษ์” ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมนายวิบูลย์ หรือน้อย ติยาคะบุตร อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 186 หมู่ 2 ต.นากว้าง อ.เมือง จ.อุดรธานี นายเจษฎา หรือเต็ม เสนพิมพ์พันธ์ อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 42 หมู่ 9 ต.บ้านดื่อ อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย นายมนตรี หรืออ๊อด อุตตะราชา อายุ 21 ปี อยู่บ้านเลขที่283 หมู่ 2 ต.นากว้าง อ.เมือง จ.อุดรธานี นายสุรชาติ หรือเอ็ม พุกหน้า อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 26 หมู 2 ต.นากว้าง อ.เมือง จ.อุดรธานี นายภาณุวัฒน์ หรือแม็ก รินทะรักษ์ อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่  216 หมู่ 4 ต.หนองไผ่ อ.เมือง จ.อุดรธานี

             พร้อมของกลางยาบ้า 364 เม็ด เงินสด 14,500 บาท อาวุธปืนลูกซองยาว 1 กระบอก กระสุนปืนเบอร์ 12 จำนวน 3 นัด อาวุธปืนขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก กระสุนปืน .38 จำนวน 5 นัด ระเบิดสังหารชนิดขว้าง เอ็ม 26 จำนวน 1 ลูก รถยนต์อีซูซุ มังกรทอง สีบรอนซ์เทา ทะเบียน บห 5346 อุดรธานี รถจักรยานยนต์ 5 คัน

             พ.ต.อ.อารี เปิดเผยว่า ตำรวจสืบทราบว่ามีการลักลอบจำหน่ายยาบ้าให้วัยรุ่นในเขต ต.เชียงยืน ต.นากว้าง อ.เมือง จ.อุดรธานี โดยในกลางดึกคืนวันที่ 19 มีนาคม จะมีการซื้อขายยาบ้าที่ห้องหมายเลข 29  รีสอร์ทที่บ้านท่าตูม ต.หมูม่น จึงนำกำลังออกไปตรวจสอบ

             ต่อมาพบนายวิบูลย์ หรือน้อย ขับรถยนต์กระบะอีซูซุ มาจอดที่หน้าห้องพัก มีตำหนิรูปพรรณตามที่ได้รับรายงาน จึงแสดงตัวเข้าตรวจค้นพบยาบ้า 95 เม็ด อาวุธปืนลูกซองยาว 1 กระบอก พร้อมกระสุนปืนเบอร์ 12 จำนวน 3 นัด อาวุธปืน .38 จำนวน 1 กระบอก พร้อมกระสุนปืน 5 นัด ซุกซ่อนอยู่ภายในรถตำรวจควบคุมตัวไปค้นบ้านพัก พบนายมนตรี  นายสุรชาติ มั่วสุมเสพยาบ้าอยู่ภายในบ้าน โดยค้นพบระเบิด เอ็ม 26 จำนวน 1 ลูก ยาบ้า 7 เม็ด และจากการขยายผลสามารถจับกุมนายเจษฎา หรือเต็ม ได้ที่หน้า บขส.แห่งที่ 2 ถนนรอบเมือง ต.บ้านเลื่อม อ.เมือง จ.อุดรธานี พร้อมของกลางยาบ้า 220 เม็ด 

             นายวิบูลย์สารภาพว่า ตนมีอาชีพทำเฟอร์นิเจอร์จากรากไม้ขนาดใหญ่ มีนายมนตรี และนายสุรชาติ เป็นคนงานขุดรากไม้ โดยตนจะนำยาบ้ามาให้คนงานเสพก่อนลงมือขุดรากไม้ เพื่อจะได้มีแรงขุดทั้งวันทั้งคืน ส่วนยาบ้าตนซื้อมาจากนายเจษฎาในราคาถุงละ 22,000 บาท ครั้งละ 10 ถุง นำมาขายให้วัยรุ่นราคาเม็ดละ 250-300 บาท  บางครั้งลูกค้าไม่มีเงินก็นำอาวุธปืนและลูกระเบิดมาแลก โดยลูกระเบิดจะแลกยาบ้าได้ 5 เม็ด อาวุธปืนยาวแลกได้ 15 เม็ด ซึ่งตนลักลอบขายยาบ้ามานานแล้วกระทั่งมาถูกจับ

             ด้าน นายเจษฎาให้การว่า สั่งซื้อยาบ้ามาจากนายขาว ราษฎรชาว สปป.ลาว โดยมีนางฮอง เมียนายขาว นำยาบ้าลงเรือข้ามแม่น้ำโขงมาส่งตนที่บ้านพวกหัวนาคู ต.บ้านเดื่อ อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย จำนวน 10 ถุงๆละ 20,000 บาท นำมาขายให้นายวิบูลย์ถุงละ  22,000 บาท  ซึ่งตนลักลอบขายยาบ้าให้นายวิบูลย์มาหลายครั้งแล้ว กระทั่งมาถูกล่อซื้อจับกุมดังกล่าว ตำรวจได้แจ้งข้อหาผู้ต้องหาทั้งหมด มียาเสพติดให้โทษ ประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย โดยผิดกฎหมาย) และนายวิบูลย์ได้แจ้งข้อหา มีอาวุธและเครื่องกระสุนปืน ที่ทางราชการไม่สามารถออกทะเบียนได้ ไว้ในครอบครอง โดยไมได้รับอนุญาต และมีวัตถุระเบิดไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป

 

ดีเอสไอเร่งแกะรอยหมอ-บริษัทยาลอบส่งยาแก้หวัด


              นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ เปิดเผยถึงความคืบหน้าการสอบสวนคดีลักลอบนำยาแก้หวัดออกจาระบบของโรงพยาบาลไปใช้ผลิตยาเสพติดว่า ดีเอสไอทำงานร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขและองค์การอาหารและยา (อย.) อย่างใกล้ชิด มีการส่งต่อและแลกเปลี่ยนข้อมูลกันทุกวัน ล่าสุด ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี สั่งการให้ดีเอสไอรับผิดชอบการนำซูโดเอฟริดีนไปผลิตยาเสพติดอย่างเข้มงวด เบื้องต้นพบว่าไทยถูกใช้เป็นทางผ่านของการนำยาแก้หวัดที่มีซูโดเอฟริดีนไปสกัดเพื่อผลิตเป็นยาบ้า โดยยาแก้หวัดทั้งหมดจะถูกส่งมารวมในประเทศไทย ทั้งที่นำเข้าอย่างถูกต้องผ่านระบบโรงพยาบาลของรัฐและเอกชน และยาแก้หวัดที่ลักลอบนำเข้าผ่านแนวชายแดนไทย จากนั้นจะนำส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้านเพื่อผลิตเป็นยาเสพติด โดยยาแก้หวัด 1 เม็ด ผลิตเป็นยาบ้าได้ 3 เม็ด หลังจากนั้นยาบ้าและยาไอซ์จะถูกส่งกลับเข้ามาขายในประเทศไทยอีกครั้ง

              แหล่งข่าวจากชุดปฏิบัติการพิเศษ ดีเอสไอเปิดเผยว่า จากการสืบสวนพบพฤติกรรมส่อพิรุธของแพทย์และบริษัทยา ซึ่งขออนุญาตเปิดคลินิกหลายแห่ง โดยมียอดสั่งซื้อยาแก้หวัดนับล้านเม็ดออกไปสั่งจ่ายให้กับคนไข้ ซึ่งดีเอสไอกำลังเร่งแกะรอบสืบสวนความเชื่อมโยงของกลุ่มแพทย์และเครือข่ายยาเสพติด นอกจากนี้ยังพบด้วยว่าขบวนการค้ายาเสพติดมีความเชื่อมโยงกับขบวนการลักลอบค้าอาวุธสงคราม โดยมีการสั่งซื้ออาวุธสงครามร้ายแรงจำนวนมาก เพื่อนำไปใช้อารักขาคาราวานลำเลียงยาเสพติด และพร้อมใช้อาวุธสงครามยิงต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ในกรณีที่ถูกตรวจค้นจับกุม

              แหล่งข่าวจากชุดปฏิบัติการพิเศษ เปิดเผยด้วยว่า การใช้กองกำลังติดอาวุธเพื่อคุ้มครองการลำเลียงยาเสพติด จะใช้ระหว่างลำเลียงจากแหล่งผลิตคือเมืองยอนและเมืองปางซาง ซึ่งเป็นเขตอิทธิพลของกลุ้มว้าแดง โดยชนกลุ่มน้อยจะมีอาวุธสงครามครบมือทั้งปืนอาก้าและ เอ็ม 16 เมื่อยาเสพติดขนผ่านแนวตะเข็บชายแดนด้านอ.แม่สาย อ.แม่อาย และอ.แม่จัน จ.เชียงราย ชนกลุ่มน้อยจะถอนกำลังกลับ ส่วนผู้ค้าชาวไทยที่เดินทางไปรับยาเสพติดจากบ้านของชาวไทยภูเขาจะไม่นิยมใช้อาวุธสงคราม ส่วนใหญ่จะพกปืนสั้น ยกเว้นบางกรณีทีเป็นการขนลำเลียงล็อตใหญ่จึงจะมีชุดคุ้มครอง โดยระยะหลังพบว่าการขนยาเสพติดหลายครั้งทำในรูปกองคาราวาน


ปปง.เร่งวิเคราะห์เส้นทางการเงิน"หมอ-เภสัชกร"เอี่ยวยาบ้า

               พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการปปง. กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบขบวนการลักลอบนำยาแก้หวัดไปผลิตยาเสพติด ว่า ขณะนี้ ปปง.อยู่ระหว่างการดำเนินการตรวจสอบวิเคราะห์เส้นทางธุรกรรมทางการเงินที่มีความเชื่อมโยงกับการลักลอบนำยาแก้หวัดออกจากระบบของโรงพยาบาลของรัฐและเอกชนหลายแห่ง ซึ่งการวิเคราะห์ของปปง.ไม่ได้ตรวจสอบเฉพาะบัญชีของเภสัชกร แพทย์ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการลักลอบนำยาซูโดเอฟีดีนออกไปจากระบบเท่านั้น แต่จะสอบสวนไปยังบัญชีของกลุ่มเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติดด้วย โดยที่ผ่านมาปปง.ได้ประสานงานควบคู่ไปกับกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ปปส. ) ซึ่งทั้ง 2 หน่วยงานจะรับผิดชอบในส่วนของคดีและการยึดทรัพย์ที่ได้จากการกระทำความผิดในเบื้องต้น จากนั้นจะส่งต่อให้ปปง.วิเคราะห์ธุรกรรมต้องสงสัยในลักษณะที่เป็นเครือข่าย