ข่าว

โดนปลด!'ภิมุข'ไม่เชื่อการเมืองแทรก

โดนปลด!'ภิมุข'ไม่เชื่อการเมืองแทรก

19 มี.ค. 2555

'ภิมุข' เผยเสียใจ-เสียดาย หลังโดนปลดจากตำแหน่ง ทั้งที่ทำงานให้กับทางองค์การสวนสัตว์ฯ อย่างเต็มที่ ยอมรับสภาพ ฝาก ผอ.ฯ คนใหม่งดเว้นค่าบัตรเด็กเพื่อให้เด็กได้เข้ามาศึกษาสัตว์ในสวนสัตว์อย่างแท้จริง

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 19 มี.ค. 55  นายภิมุข สิมะโรจน์ ผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์ เปิดเผยหลังจาก ร่วมแถลงข่าวการจัดกิจกรรมวันเกิดอายุ 3 ปี และกิจกรรมนับถอยหลังหลินปิงอำลาประเทศไทยที่สวนสัตว์เชียงใหม่ และรับมอบกระเช้าจากสวนสัตว์เชียงใหม่ เพื่อเป็นกำลังใจในการทำงานว่า หลังจากที่โดนปลดออกจากตำแหน่งผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์ เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า รู้สึกเสียดาย แต่ยอมรับในมติคณะกรรมการของบอร์ดผู้บริหาร ที่ทำการเลิกจ้าง โดยใช้ระเบียบข้อ 5.4 ที่ว่าหากผู้รับจ้างไม่ได้กระทำการผิดใด สามารถแจ้งยกเลิกการจ้างได้ แต่ต้องมีการแจ้งล่วงหน้า 1 เดือน และมีค่าชดเชยตามระเบียบ  

          ทั้งนี้ ตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่งตนได้วางแผนโครงการ ในการปรับปรุงการให้บริการ รวมทั้งการดูแลสวัสดิภาพสัตว์ไว้หลายโครงการ ซึ่งแต่ละโครงการก็ต้องใช้เวลาในการดำเนินการ ตนจึงรู้สึกเสียดาย ที่มิได้สานต่อ แต่ทั้งนี้โครงการที่ตนดำเนินการและได้รับการตอบรับที่ดี และใช้ระยะเวลาในการดำเนินการไม่นานก็คือ โครงการ WiFi ในสวนสัตว์ ซึ่งประเทศไทยเป็นประเทศแรกของโลกที่ดำเนินโครงการดังกล่าว และได้รับการตอบรับจากประชาชนเป็นอย่างดี  ส่วนหลังจากนี้ตนจะใช้เวลาที่เหลืออยู่เร่งสานต่อโครงการที่เหลือให้ได้มากที่สุด และหลังจากพ้นตำแหน่งอย่างเป็นทางการ ที่จะผลในวันที่ 9 เม.ย. ก็จะใช้เวลาอยู่กับครอบครัว

          นายภิมุข กล่าวต่อว่า ส่วนประเด็นเรื่องของการเมืองนั้น ตนไม่อยากจะคิด เพราะไม่คิดว่าการเมืองจะลามเข้ามาถึงองค์การสวนสัตว์ฯ และยอมรับ ตนเองเคยมีตำแหน่งทางการเมือง แต่ได้วางมือแล้วหลังรับแต่งตั้งให้เป็นผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์ฯ เนื่องจากตนเองชอบที่จะทำงานที่เป็นประโยชน์กับสังคม จึงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาสวนสัตว์มาโดยตลอด และตนเองก็ไม่ติดใจในมติของทางคณะกรรมการด้วย 

          อย่างไรก็ตาม อยากฝากถึงผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์คนใหม่ว่า ให้นึกถึงผลประโยชน์ขององค์การสวนสัตว์ฯ ให้มาก รวมทั้งอย่าละทิ้งเรื่องของสวัสดิภาพของสัตว์ ควรให้ความสำคัญกับสัตว์ในกรงให้มาก ควบคู่กับการดูแลเจ้าหน้าที่ และรวมถึงเพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวให้มากขึ้น อาทิเช่น การทำทางเดินผู้พิการ รวมทั้งให้พิจารณาเรื่องของการละเว้นค่าบัตรสำหรับเด็ก เพื่อให้เด็กได้เข้ามาศึกษาสัตว์ในสวนสัตว์อย่างแท้จริง โดยอาจจะมีการเพิ่มราคาบัตรในส่วนผู้ใหญ่เล็กน้อย โดยตนหวังว่าจะให้สวนสัตว์เป็นแหล่งเรียนรู้ของเยาวชนอย่างแท้จริง พร้อมกันนี้ต้องการอนุรักษ์วิจัย ขยายพันธุ์สัตว์ เพื่อนำสัตว์กลับคืนสู่ธรรมชาติด้วย ซึ่งเป็นภารกิจหลักที่ทางองค์การสวนสัตว์ต้องดำเนินการ