ข่าว

กทม.สั่งเช็คถนนสายหลักหลังพระรามสี่ทรุด

กทม.สั่งเช็คถนนสายหลักหลังพระรามสี่ทรุด

19 มี.ค. 2555

กทม.เผยมอบ "โยธา" สำรวจถนนหลักแทบทุกจุด เร่งถกหน่วยงานเกี่ยวข้องหาต้นตอเหตุทรุด เชื่อ "สะพานไทยเบลเยียม-BRT" ไม่กระทบมาก วสท.แนะสัญญาณเตือนถนนทรุด มีรอยร้าว-ใกล้คลอง

          วันที่ 19 มี.ค.55  นายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวในรายการ “เก็บตกจากเนชั่นเช้า”  ถึงกรณีที่ถนนพระราม 4  ฝั่งขาเข้า ก่อนถึงทางกลับรถใต้สะพานไทย-เบลเยียมเกิดเหตุยุบตัวว่าได้มีการสำรวจด้านข้างและแนวยาว ไม่มีการสูญเสียของทราย จึงตรวจสอบแนวลึกพบท่อประปาขนาด 1.20 เมตรอยู่ที่ความลึกประมาณ 2 เมตร  และตรวจสอบหน่วยงานข้างเคียงพบว่า มีท่อระบายน้ำของกทม.เป็นอุโมงค์ขนาดใหญ่ ความลึกประมาณ 10 เมตร ซึ่งสร้างทดแทนคลองเดิมในแนวนี้ และมีการตรวจสอบเพิ่มเติมของรฟม. อยู่ที่ความลึกประมาณ 20 กว่าเมตร
  
          รองผู้ว่าฯกทม. กล่าวว่า  เช้านี้วิศวกร 3 หน่วยงานจะมาหารือกันว่า ทรายถูกดูดผ่านน้ำใต้ดินลงไปในระบบของใคร เป็นของรฟม.หรือเปล่า มีการสูบน้ำหรือไม่ อุโมงค์ระบายน้ำกทม.ตอนที่ประปามีการก่อสร้าง มีการทำให้เกิดการรั่วซึมหรือไม่ หรือประปามีการดูแลระหว่างการก่อสร้างดีหรือไม่ และให้มีการตรวจแรงดันของท่อประปาด้วย ว่ามีการไหลซึมอย่างไรหรือไม่ เมื่อเจอสาเหตุเราก็จะแก้ที่ต้นเหตุ
  
          ผู้สื่อข่าวถามว่า สาเหตุเบื้องต้นคือน้ำเซาะทรายใช่หรือไม่  นายธีระชน กล่าวว่า ทรายหายไปกับน้ำ ซึ่งมีช่องทางไปได้ 3 เส้นทาง คือของกทม. รฟม.และการประปานครหลวง ( กปน.)
  
          ผู้สื่อข่าวถามว่า จะไล่ตรวจสอบไปตลอดถนนหรือไม่ รองผู้ว่าฯกทม. กล่าวว่า  บังเอิญผู้อำนวยการสำนักการโยธา สมัยที่เป็นผอ.การจราจร กทม. ได้ทำงานกับตนในช่วงแรก  เราพบลักษณะอย่างนี้ 20 กว่าจุดบนถ.พระราม 3 ตอนก่อสร้างเส้นทางรถไฟฟ้า BRT ซึ่งเคราะห์ดีที่ตอนนั้นเป็นช่วงการก่อสร้าง และเราก็เห็นรอยร้าวของถนน ซึ่งผิดสังเกตเพราะเป็นจุดหย่อมๆ  เราก็ไปทำอุล ตร้าซาวด์ตรวจสอบพบว่ามีโพรง เราก็ไล่ต่อพบว่าเขื่อนกันดินมีการแตกร้าว ทรายก็เลยไหลลงคลองตรงพระราม 3  ตรงนั้นเราก็ไปแก้ที่ต้นเหตุ คือ ซ่อมเขื่อนแก้ไขหน้างาน
  
          นายธีระชน กล่าวว่า  ซึ่งลักษณะตรงนี้ก็จะเป็นการไหลลงไปในแนวดิ่ง และเช้านี้ได้สั่งการผอ.สำนักการโยธาว่า ให้ไปสำรวจถนนหลักแทบทุกจุด  ว่ามีสัญญานเตือนจากผิวถนน เช่น ลักษณะของการแตกร้าวผิวคอนกรีตหรือไม่  หรือถนนบางเส้นมีการปู แอสฟอลต์ไปแล้ว เหมือนเมื่อวานที่เราเจอตรงจุดเกิดเหตุ พอตรวจหน้างานพบว่าผิวคอนกรีต  20 ซม. ถูกปูด้วยแอสฟอลต์ 20 ซม. เพราะฉะนั้นก็จะไม่เห็นรอยของคอนกรีต แต่ว่าก็จะมีการทรุดตัวได้  ซึ่งตรงนี้ทำให้เราสามารถทำอุลตร้าซาวด์สุ่มตรวจสอบ และแก้ไขปัญหาก่อนที่จะลุกลามใหญ่โต  เมื่อวานนี้ถือว่าโชคดีเพราะเกิดวันอาทิตย์เย็น มีปริมาณรถไม่มากนัก
  
          "เบื้องต้นเป็นการซ่อมชั่วคราวก่อน จะทำเหมือนการสร้างถนนรอง  คือ นำหินคลุกลงบดอัดและนำแอสฟอลต์ลง  และใช้ลดบดทับซึ่งเสร็จตั้งแต่ตี 2 ตี 3 ก็ใช้งานได้ แต่เมื่อประชุมกันในเช้านี้ หากพบต้นตอที่แท้จริงก็ต้องไปแก้ที่ต้นตอ ถ้าปล่อยไว้ 5 ปี 10 ปีก็จะเกิดเหตุอีก ก็ต้องแก้ที่ต้นตอและซ่อมถาวรโดยต้องตัดช่องถนน เทคอนกรีตใหม่"  รองผู้ว่าฯกทม. กล่าว
  
          ผู้สื่อข่าวถามว่า สะพานไทย-เบลเยียมกับรถไฟฟ้าใต้ดิน จะได้รับผลกระทบอย่างไรบ้างหรือไม่ นายธีระชน กล่าวว่า ไม่น่าถูกกระทบมากนัก เพราะโครงสร้างอยู่บนชั้นทรายที่ระดับความลึกประมาณ 30 เมตร ก็คงไม่กระทบกับสะพานไทย-เบลเยียมเลย ส่วนรถไฟฟ้าใต้ดินเบื้องต้นไม่น่ากระทบอะไร เพราะระบบอุโมงค์โครงสร้างผนังจะรับเชื่อมต่อกัน
 
          เมื่อถามว่า ตรงที่ยุบลงไปชั้นใต้ดินประกอบด้วยชั้นอะไรบ้าง นายธีระชน กล่าวว่า  ชั้นตื้นสุดเป็นของการประปานครหลวง มีอุโมงค์ส่งน้ำขนาด 1.20 เมตร ถัดลงไปที่ระดับความลึกประมาณ 7 เมตร ก็จะเป็นอุโมงค์ระบายน้ำ ซึ่งเราสูบน้ำออกไปบางครั้งเจอต้นไม้เป็นต้นเลย  เพราะบางจุดดึงมาจากคูคลอง เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็อาจจะมีเหตุได้เหมือนกัน แต่เราก็จะแก้ไข ส่วนที่ลึกที่สุด 20 กว่าเมตร คือรถไฟฟ้าใต้ดิน คือ รฟม.สายสีน้ำเงินที่วิ่งผ่านเส้นนี้ จึงไม่กระทบถึง แต่ก็จะต้องหาสาเหตุให้เจอและรีบแก้ไข
  
          ผู้สื่อข่าวถามว่า จุดที่ซ่อมเสร็จแล้วรถสามารถวิ่งได้ทับได้เลยใช่หรือไม่ นายธีระชน กล่าวว่า  ไม่มีปัญหา ก็เหมือนถนนสายรองตามชนบทเลย  อย่างไรก็ตาม ในส่วนของถนนสายอื่นจะมีการสำราจด้วย โดยเช้านี้สั่งการเรียบร้อยหลังจากซ่อมถนนดังกล่าวเสร็จ ก็ได้มอบหมายผอ.สำนักการโยธาว่า ขอให้ไปสำรวจจุดอื่นต่อเพื่อจะได้ไม่มีปัญหาตามมา



รองปลัด กทม.ยันถนนพระราม 4 ทรุดไม่มีผลกระทบ รฟม.


          นายจุมพล สำเภาพล รองปลัด กทม.ฝ่ายโยธา พร้อมด้วยนายวินัย ลิ่มสกุล ผอ.สำนักโยธา กทม. นางภาวินี  อำมาตย์ทัศน์ ผอ.เขตปทุมวัน นายขัตติยา เขมานิตย์ ผอ.ควบคุมการก่อสร้างการประปานครหลวง กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีการเกิดการทรุดตัวของถนนพระราม 4 ขาออกฝั่งกลับบรถใต้สะพานไทย-เบลเยี่ยมว่า ความเสียหายที่เกิดขึ้นมีผลกระทบต่อการรถไฟใต้ดิน (รฟม.) น้อยมากเพราะมีระบบการป้องกันอยู่พอสมควร ส่วนสาเหตุที่เกิดขึ้นนั้นคาดว่าน่าจะเกิดจากการบริหารจัดการอุโมงระบายน้ำที่อยู่ใต้ถนนแห่งนี้  ที่ผ่านมาได้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้มาแล้ว 2 ครั้ง เมื่อปี 2522 - 2523  โดยวันนี้ได้สั่งการให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวม 4 หน่วยงานไม่ว่าจะเป็น การประปานครหลวง ที่ต้องตรวจสอบท่อน้ำประปา รวมไปถึงการตรวจสอบอุโมงค์ที่ใช้ในการส่งน้ำประปาและในส่วนของ กทม.เองจะมีการตรวจสอบอุโมงค์ระบายน้่ำที่ลึกกว่า 10 เมตร ตลอดจนในส่วนของสำนักงทานระบบายน้ำ กทม. ก็จะดำเนินการตรวจสอบจุดที่มีการรั่วไหล ตรงบริเวณปากทางอุโมงค์น้ำดุสิตธานี ซึ่งขณะนี้ อุโมงค์ระบายน้ำดังกล่าวมีการระบายน้ำในเขตพื้น กทม.ประมาณ 220 คิวต่อวินาที หากตรวจสอบพบรอยรั่วตามจุดเหล่านี้จะเร่งดำเนินการซ่อมแซมในทันที

          นายชุมพล ยังกล่าวอีกว่า จะมีการใช้จุดที่ทรุดตัวของพื้นที่นี้เป็นจุดตรวจสอบหาสาเหตุ หากตรวจสอบพบสาเหตุเกิดขึ้นเป็นเพราะท่อระบายน้ำซึ่งอาจจะต้องมีการปิดระบบระบายน้ำทั้งหมด ซึ่งอาจจะทำให้ถนนพระราม 4 เกิดน้ำท่วมขึ้นได้ โดยเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงเพราะอุโมงค์แห่งนี้มีการเปิดใช้มาตั้งแต่ปี 2515 ซึ่งเป็นระยะเวลากว่า 40 ปี ที่ยังไม่มีการซ่อมแซมมาก่อนเลย รวมถึงอุโมงค์ลักษณะนี้มีทั้งหมด 3 จุด คือที่บริเวณจุดที่เกิดเหตุ ที่คลองอรชร บริเวณถนนอังรีดูนังค์ และบริเวณถนนเสนานิเวศน์ ย่านพหลโยธิน โดยต่อไปทาง กทม.จะเร่งดำเนินการตรวจสอบและซ่อมแซมทั้งหมด ซึ่งภายใน 2 - 3 วันนี้จะมีการแถลงความคืบหน้าในทราบอีกครั้ง

 

วสท.แนะสัญญาณเตือนถนนทรุด มีรอยร้าว-ใกล้คลอง

 

          นายธเนศ วีระศิริ เลขาธิการวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย (วสท.) กล่าวถึงกรณีเหตุการณ์บริเวณถนนพระราม 4 ฝั่งขาเข้า ใกล้ไฟแดงแยกวิทยุ ใต้สะพานไทย-เบลเยี่ยม เยื้องสถานีรถไฟใต้ดินลุมพินี (ประตู 2 ) ที่เกิดทรุดตัวลง เป็นหลุมกว้างขนาด 5 เมตร ลึก 2 เมตร เมื่อช่วงค่ำวานนี้ ว่า วสท.พร้อมเข้าไปตรวจสอบพื้นที่หากมีการประสานมา แต่สาเหตุที่เกิดขึ้นสันนิฐานได้ว่าอาจจะเกิดจากการกัดเซาะของน้ำที่ไหลผ่านตามท่อประปาที่อยู่ใต้ดินในพื้นที่นั้น ซึ่งเมื่อเวลาผ่านไปอาจทำให้ดินถูกพัดพา จนเป็นโพรงและทำให้ถนนยุบตัวลงได้

          นายธเนศ กล่าวต่อว่า สำหรับสัญญาณเตือนว่าพื้นที่ไหนจะเกิดการยุบตัวของถนน ให้สังเกตุว่าผิวถนนมีรอยร้าวหรือไม่ โดยเฉพาะถนนบริเวณริมคลองจะเกิดการยุบตัวได้ง่ายกว่าที่อื่น ทั้งนี้ หากมีการตรวจสอบต้องดูชั้นดินลงไป 50 ซม. ถึง 1 เมตรว่ามีท่อระบายน้ำแตกอยู่ด้านล่างหรือไม่ และบริเวณนั้นเป็นชั้นดินหรือทราย หากเป็นชั้นทรายก็จะทำให้เกิดการยุบตัวได้ง่าย อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ดังกล่าวมีโอกาสเกิดขึ้นได้อีก แต่ตามปกติเหตุการณ์เช่นนี้จะมีสัญญาณเตือนให้ทราบเพียง แต่ไม่ได้มีการสังเกตเท่านั้น

          " ถึงแม้ที่ผ่านมาในกรุงเทพฯเกิดเหตุการณ์ทั้งโฮปเวลถล่ม ไฟไหม้ 2 แห่ง จนถึงเหตุถนนทรุดตัวล่าสุด ผมอยากบอกคนกรุงเทพฯว่ายังไม่ต้องกังวล เพราะได้มีการแก้ปัญหาแล้ว แต่หากมีสัญญาณเตือนเรื่องใดผมจะบอกทันที " นายธเนศ กล่าว