
'ทหารชุดลาดตระเวนสกัดยา'เสี่ยงตาย!
"ทหารชุดลาดตระเวนสกัดยา" เสี่ยงตาย!! ปะทะ"นักรบว้า"พกปืน-เอ็ม 79-ระเบิดมือ : ทีมข่าวความมั่นคงรายงาน
ผลประโยชน์มหาศาลในการค้ายาเสพติดทำให้คนกลุ่มนี้มีเงินเหลือเฟือในการจ้าง "กองกำลังคุ้มกัน" ที่เป็นทหารของชนกลุ่มน้อยมาคุ้มครองคาราวานยาเสพติด ดังนั้น เจ้าหน้าที่ตามแนวชายแดนที่ทำหน้าที่สกัดกั้นยาเสพติดจึงต้องปฏิบัติภารกิจ "เสี่ยงตาย" ทุกวินาที ซ้ำยังถูก "ขึ้นบัญชีดำ" หมายหัวเอาชีวิตจากกลุ่มค้ายาเสพติดด้วย
แต่ด้วยจิตวิญญาณของความเป็น "ทหาร" พวกเขาเหล่านั้นจึงไม่เกรงกลัว และพร้อมที่จะทำงานเพื่อชาติต่อไป!!!
จ.ส.อ.สมาน ชูไว จ่ากองร้อยทหารพราน 3108 หน่วยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 31 บรรยายถึงภารกิจเสี่ยงตายของทหารว่า เราปฏิบัติภารกิจตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อป้องกัน และสกัดกั้นไม่ให้มีการลำเลียงยาเสพติดเข้ามาในประเทศ เพราะหากเล็ดลอดเข้ามาจะส่งผลกระทบในหลายๆ ด้าน โดยเฉพาะเยาวชนของไทยที่จะตกเป็นเหยื่อของยาเสพติด
สำหรับกองร้อยทหารพราน 3108 รับผิดชอบพื้นที่แนวชายแดนไทย-พม่า ด้าน จ.เชียงราย ประมาณ 20 กิโลเมตร มีการจัดชุดปฏิบัติการ 4 ชุด ชุดละ 10-11 คน แต่หากกำลังพลไม่พอจะขอกำลังสนับสนุนจากศูนย์อำนวยการพลังแผ่นดินสกัดกั้นยาเสพติดชายแดนภาคเหนือ (ศพส.ชน.) รวมถึงกองร้อยทหารพราน 3109 ในพื้นที่ดอยแม่สลอง จ.เชียงราย
ทั้งนี้ ในการปฏิบัติการแต่ละครั้งจะมีการจัดกำลัง 2 ชุด ชุดแรกจะปฏิบัติภารกิจบริเวณบ้านท้ายสันติสุข ส่วนอีกชุดจะปฏิบัติภารกิจบริเวณบ้านหล่อโย โดยขบวนการค้ายาเสพติดจะอาศัยช่องโหว่ในการทำงานของเจ้าหน้าที่ในการเคลื่อนย้ายยาเสพติด โดยเฉพาะใน "เวลากลางคืน" โดยจะซุกซ่อนยาบ้าใส่เป้สีเขียว พร้อมกองกำลังคุ้มกันนับสิบคน
“การทำงานของชุดลาดตระเวนเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายอยู่ตลอดเวลา เพราะจะต้องปะทะกับกองกำลังทหารว้าที่ถูกว่าจ้างให้มาคุ้มกันโดยเฉพาะ โดยกองกำลังดังกล่าวมีอาวุธสงครามครบมือทั้งจรวดอาร์พีจี ระเบิดเอ็ม 79 ปืน ค ปืนอาก้า และระเบิดมือ ซึ่งถือว่ายุทธวิธีของเขามีความพร้อม เนื่องจากเตรียมตัวมาเป็นอย่างดี”
จ.ส.อ.สมาน เปิดเผยว่า กองกำลังคุ้มกันจะได้รับค่าจ้างคนละประมาณ 1.5-2 หมื่นบาทต่อครั้ง หรือบางครั้งก็ขึ้นอยู่กับปริมาณสินค้า หากมีจำนวนมากก็จะได้ค่าตอบแทนมากขึ้นตามลำดับ โดยจะมีการเคลื่อนย้ายมาจากเมืองยอน ลัดเลาะเข้ามาผ่านเส้นทาง อ.แม่ยาว จ.เชียงราย
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากบริเวณชายแดนมีเส้นทางแยกย่อยเป็นจำนวนมาก ดังนั้น การปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่จะต้องเน้นทางด้าน "การข่าว" เป็นหลัก
“เวลาที่กลุ่มพวกนี้จะลักลอบขนยาเสพติดจะเริ่มตั้งแต่เวลา 16.00-17.00 น. ที่เมืองยอน โดยจะเดินมาถึงแนวชายแดนประมาณตี 2-3 แต่ก็มีหลายครั้งที่กลุ่มขบวนการยาเสพติดเปลี่ยนเส้นทางเมื่อรู้การเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่ โดยการแจ้งเบาะแสของเครือข่ายในประเทศไทย" จ.ส.อ.สมานกล่าว
คนที่คอยแจ้งข่าวเรียกว่า "คนนำทาง" หรือ "หมาทาง" ที่จะแจ้งความเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่ผ่าน "โทรศัพท์มือถือ" โดยหมาทางจะ "แฝงตัว" เป็นชาวไร่ หรือคนหาของป่า เมื่อเห็นทหารชุดลาดตระเวนก็จะแจ้งไปยังกลุ่มขบวนการทันที แต่ถ้าหนีไม่ทัน หรือเผชิญหน้ากับชุดลาดตระเวนจังๆ กองกำลังคุ้มกันก็จะเปิดฉากยิงอาวุธสงครามใส่เจ้าหน้าที่ทันที
ส่วนฤดูการขนย้ายยาเสพติดมักจะทำใน "ฤดูแล้ง" เพราะสภาพภูมิประเทศสะดวกสบายกว่าหน้าฝน และหากลำเลียงช้าจะทำให้คุณภาพของเม็ดยาไม่ได้คุณภาพตามที่ต้องการ นอกจากนี้ กลุ่มขบวนการมักเลือกช่วงเวลาวันหยุดศุกร์-เสาร์- อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เนื่องจากมองว่าเป็นวันหยุดทางราชการ และเส้นทางจะปลอดโปร่งจากเจ้าหน้าที่
จ.ส.อ.ยุทธจักร ศรีสว่าง หัวหน้าชุดลาดตระเวน ซึ่งเป็นฝ่ายสนับสนุนในการร่วมปฏิบัติการจากศูนย์อำนวยการพลังแผ่นดินสกัดกั้นยาเสพติดชายแดนภาคเหนือ (ศพส.ชน.) กล่าวว่า เบาะแสของเจ้าหน้าที่ส่วนหนึ่งมาจากชาวบ้านที่ออกไปล่าสัตว์หรือหาของป่า เมื่อเราทราบข่าวก็จะสนธิกำลังกับกองร้อยทหารพราน 3108 เข้าสกัดกั้นการนำเข้ายาเสพติด
จ.ส.อ.ยุทธจักร ยอมรับว่า เครือข่ายของขบวนการค้ายาเสพติดมี "เจ้าหน้าที่" เข้าไปเกี่ยวข้องด้วย ส่วนเจ้าหน้าที่ที่ทำงานอย่างซื่อสัตย์สุจริตก็ถือว่ามีความเสี่ยงมาก เนื่องจากกลุ่มขบวนการค้ายามีกองกำลังคุ้มกันติดอาวุธ และพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้ยาเสพติดไปถึงมือผู้สั่งซื้อให้ได้
"เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานจะถูกขึ้นบัญชีดำหมด เพราะเราไปตัดวงจรการไหลของเม็ดเงินของเขา แต่ทหารจะต้องปฏิบัติภารกิจให้สำเร็จ เพราะเราเป็นห่วงเยาวชนที่กำลังเติบโตเป็นอนาคตของประเทศ ที่สำคัญการเคลื่อนย้ายบริเวณนี้ถือเป็นต้นทางสำคัญ หากเราสกัดกั้นได้ ยาเสพติดก็จะไม่สามารถเข้าไปในพื้นที่ชั้นในของประเทศ"
จ.ส.อ.ยุทธจักร กล่าวทิ้งท้ายว่า ในเมื่อการปฏิบัติงานมีความเสี่ยงมาก ดังนั้น ก่อนการปฏิบัติงานแต่ละครั้งจะต้องมีการทบทวน และวางแผนให้รอบคอบ เพราะมันหมายถึงชีวิตของพวกเราทุกคน ในการทำงานเราจะต้องทำอย่างระมัดระวังมากที่สุด แม้แต่จะใช้อาวุธตอบโต้ก็จะต้องมีการส่งสัญญาณกันก่อนทุกครั้ง เพื่อป้องกันความผิดพลาดที่อาจจะเกิดขึ้นได้
.........
(หมายเหตุ : "ทหารชุดลาดตระเวนสกัดยา" เสี่ยงตาย!! ปะทะ"นักรบว้า"พกปืน-เอ็ม 79-ระเบิดมือ : ทีมข่าวความมั่นคงรายงาน)



