
ยุติธรรมเชิงรุก
ยุติธรรมเชิงรุก: วิถียุติธรรม โดย ชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ
โดยทั่วไปคำว่าเชิงรุกมักจะหมายถึงการดำเนินงานที่มุ่งสู่กลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน โดยมีวัตถุประสงค์ให้กลุ่มคนเหล่านั้นเข้าถึงบริการได้อย่างรวดเร็วและเท่าเทียม ซึ่งหากเป็นกลยุทธ์ในการอำนวยความยุติธรรมให้แก่สังคมจึงย่อมหมายถึงการดำเนินการให้ชาวบ้านที่เป็นกลุ่มเป้าหมายได้เข้าถึงบริการด้านความยุติธรรมอย่างรวดเร็ว เท่าเทียม และตอบสนองความต้องการของชาวบ้านได้อย่างแท้จริง
ในยุคของสังคมที่มีความขัดแย้งยังคงคุกรุ่นอยู่ เราคงได้รับรู้การเรียกร้องสิทธิในการเข้าถึงความยุติธรรมของชาวบ้านแต่ละกลุ่มอยู่อย่างต่อเนื่อง และต้องยอมรับว่าการบริการด้านการอำนวยความยุติธรรมของสังคมบ้านเราส่วนใหญ่ยังคงอยู่ในมือของภาครัฐ ซึ่งเป็นที่รู้กันอยู่ทั่วไปว่าระบบราชการมีข้อจำกัดมากมาย และส่งผลให้การให้บริการด้านความยุติธรรมให้แก่ชาวบ้านมีความเชื่องช้าและไม่สามารถตอบสนองความต้องการของชาวบ้านแต่ละกลุ่มได้
นอกจากนี้ช่องทางในการให้บริการยังเป็นไปในสภาพที่เรียกได้ว่าชาวบ้านไม่อาจเข้าถึงได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ซึ่งถือได้ว่าช่องทางในการให้บริการมีน้อยมาก หากจะมองในเชิงพื้นที่ก็ต้องถือว่ามีอยู่ในระดับจังหวัดเสียเป็นส่วนใหญ่ ไม่สามารถให้บริการได้ในระดับอำเภอ และคงไม่ต้องมองหาในระดับตำบลและหมู่บ้าน
ในช่วงหลังๆ นี้เราคงเคยได้ยินกันมาบ้างว่า ชาวบ้านต้องการบริการที่เรียกกันว่าทนายชาวบ้านหรือนักกฎหมายชาวบ้านไว้ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาทางด้านกฎหมายสำหรับชาวบ้านในระดับหมู่บ้าน สะท้อนให้เห็นแนวทางในการพัฒนาการให้บริการทางด้านการอำนวยความยุติธรรมมากกว่าการมีโรงพักไว้ให้บริการแจ้งความและรักษาความสงบเรียบร้อยโดยทั่วไปอย่างที่มีมาช้านาน
ชาวบ้านมีความตื่นตัวในการมีส่วนร่วมในการปกครองมากขึ้นในรูปแบบต่างๆ และการที่พวกเขาเหล่านั้นต้องการหลักประกันความยุติธรรมในระดับชาวบ้านด้วยการต้องการบริการด้านการอำนวยความยุติธรรมที่มีความเรียบง่ายไม่มีพิธีการ ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย มีการสื่อสารให้ความเข้าใจด้วยภาษาท้องถิ่นจึงเป็นเรื่องที่ภาครัฐซึ่งต้องพูดอย่างตรงไปตรงมาว่าผูกขาดการให้บริการด้านนี้มาโดยตลอดต้องปรับปรุงการทำงานอย่างมากจนถึงกับต้องเรียกว่ามีการปฏิรูปการทำงานกันเสียที
ยุติธรรมเชิงรุกจึงน่าจะเป็นกลยุทธ์ในการอำนวยความยุติธรรมในยุคนี้ โดยเฉพาะการมุ่งการให้บริการที่ชาวบ้านสามารถเข้าถึงได้อย่างง่ายและสะดวก และหากพัฒนาไปจนถึงขั้นที่ชาวบ้านมีศักยภาพในการให้บริการด้วยกันเองได้ น่าจะเป็นเป้าหมายของการทำงานเชิงกลยุทธ์ในด้านนี้ การเปิดพื้นที่ของการบริการด้านการอำนวยความยุติธรรมให้ชาวบ้านได้เข้ามาเป็นเจ้าของและมีส่วนร่วมในการเป็นหุ้นส่วนในการอำนวยความยุติธรรมในระดับชุมชนตั้งแต่หมู่บ้าน ตำบลและอำเภอยังคงเป็นพื้นที่ที่เป็นที่ต้องการของชาวบ้านอย่างเห็นได้ชัดเจน
ในขณะเดียวกันภาครัฐควรจะโน้มการให้บริการลงมาในระดับชุมชนเช่นเดียวกัน ด้วยการมุ่งให้บริการที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายเฉพาะกลุ่มที่มีความหลากหลายในระดับพื้นที่ควบคู่กันไปกับการให้โอกาสชาวบ้านเข้ามามีส่วนร่วมในการให้บริการด้านการอำนวยความยุติธรรมด้วยตนเอง การทำงานในการอำนวยความยุติธรรมแบบล่างขึ้นบนและบนลงล่างควบคู่กันเช่นนี้น่าจะเป็นทิศทางที่ถูกต้องในการปฏิรูปการให้บริการด้านยุติธรรมอย่างแท้จริง
ยุติธรรมเชิงรุก คือแนวรุกของชาวบ้านเพื่อความเป็นธรรมภายใต้รัฐธรรมนูญที่แม้จะแก้ไขกันกี่ครั้งก็ต้องไม่ลืมเรื่องนี้



