ข่าว

'เชลซี-ลิเวอร์พูล'เฮเข้าตัดเชือกเอฟเอ

'เชลซี-ลิเวอร์พูล'เฮเข้าตัดเชือกเอฟเอ

19 มี.ค. 2555

"ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด นำจ่าฝูงพรีเมียร์ลีกห่าง 7 แต้ม หลังบุกถล่ม "หมาป่า" วูล์ฟแฮมป์ตัน 5-0 ขณะที่ เฟอร์นันโด ตอร์เรส กลับมายิง 2 ลูกให้ "สิงโตน้ำเงินคราม" ชนะ เลสเตอร์ 5-2 เข้าตัดเชือกเอฟเอ คัพ เช่นเดียวกับ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ที่ชนะ สโต๊ค 2-1

             ศึกพรีเมียร์ลีกนัดวันอาทิตย์ที่ 18 มีนาคม "ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด ออกไปเยือน "หมาป่า" วูล์ฟแฮมป์ตัน ที่โมลินิวซ์ กราวด์ โดยเกมนี้ "เฟอร์กี้" เซอร์อเลกซ์ เฟอร์กูสัน กุนซือทีมเยือนเน้นเกมรุกเต็มที่ ส่ง 3 กองหน้าอย่าง เวย์น รูนีย์, แดนนี เวลเบค และ ฮาเวียร์ เฮอร์นันเดซ ลงกันครบ
   
             เริ่มเกมได้ 21 นาที แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ได้ประตูขึ้นนำ เวย์น รูนีย์ เปิดเตะมุมไปเสาไกล ไมเคิล คาร์ริค ตบกลับมาหน้าประตูเป็น จอนนี อีแวนส์ ที่ยิงเข้าไปเป็น 1-0 จากนั้นนาทีที่ 40 เจ้าถิ่นต้องเหลือ 10 คน โรนัลด์ ซูบาร์ ไปเสียบ แดนนี เวลเบค ทำให้ถูกใบเหลืองใบที่ 2 เป็นใบแดงออกจากสนามไป
   
             อีก 4 นาทีต่อมา ทีมเยือนได้ประตูห่างไปอีกจากเกมโต้กลับ รูนีย์ ออกบอลทางขวาให้ อันโตนิโอ บาเลนเซีย หลุดลากเข้าเขตโทษและซัดผ่าน เวย์น เฮนเนสซี เข้าไปเป็น 2-0 ก่อนที่ช่วงทดเจ็บของครึ่งแรก บาเลนเซีย ได้บอลทางขวาอีกครั้งคราวนี้ไหลมากลางให้ เวลเบค เข้ายิง จบครึ่งแรก แมนฯ ยูไนเต็ด นำห่างถึง 3-0
   
             เข้าครึ่งหลังกลับมาเล่นถึงนาทีที่ 56 สกอร์ขยับเป็น 4-0 จากการเล่นเตะมุมสั้นและไปจบด้วยการโหม่งของ ฮาเวียร์ เฮอร์นันเดซ และแมนฯ ยูไนเต็ด ยังมาได้ประตูปิดท้ายอีกประตูนาทีที่ 61 บาเลนเซีย เปิดบอลให้ เฮอร์นันเดซ ยิงที่เสาไกล จบเกม แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะขาดลอย 5-0 มีเพิ่มเป็น 70 แต้มจาก 29 นัด ทิ้งห่าง แมนฯ ซิตี้ เป็น 4 แต้มแต่ลงสนามมากกว่า 1 นัด
     
             ผลอีกคู่ "สาลิกาดง" นิวคาสเซิล ชนะ "นกขมิ้นเหลืองอ่อน" นอริช 1-0 จากประตูของ ปาปิส เดมบา ซิสเซ นาทีที่ 11
   
             ด้านศึกเอฟเอ คัพ รอบ 8 ทีมสุดท้าย "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี เปิดสแตมฟอร์ด บริดจ์ รับ "จิ้งจอก" เลสเตอร์ จากแชมเปี้ยนชิพ โดยเจ้าถิ่นส่ง เฟอร์นันโด ตอร์เรส เป็นหัวหอกตัวจริง เริ่มเกมแค่ 12 นาที เชลซี นำก่อน ฆวน มาตา เปิดเตะมุมให้ แกรี เคฮิลล์ โหม่งเป็น 1-0 จากนั้นอีก 6 นาที ตอร์เรส ไหลบอลให้ ซาโลมง คาลู หลุดไปยิงผ่าน แคสเปอร์ ชไมเคิล เป็น 2-0
   
             ครึ่งหลัง เชลซี ยังเหนือกว่าหนีเป็น 3-0 นาทีที่ 67 ราอูล เมยเรเลส จ่ายทะลุให้ ตอร์เรส หลุดไปยิงเป็น 3-0 ก่อนที่ เลสเตอร์ ตีไข่แตกได้จากการยิงซ้ำของ เจอร์เมน เบคฟอร์ด เป็น 1-3 แต่ ตอร์เรส ก็โหม่งลูกเตะมุมให้ เชลซี นำเป็น 4-1 นาทีที่ 85 และจากนั้นทั้งสองทีมมาได้เพิ่มอีกทีมละประตู เลสเตอร์ ได้นาทีที่ 89 จากลูกยิงไกลของ เบน มาร์เชลล์ เป็น 4-2 ขณะที่ เชลซี ได้จาก เมยเรเลส จบเกม เชลซี ชนะ 5-2 เข้ารอบรองชนะเลิศเป็นทีมแรก
     
             "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล เปิดแอนฟิลด์พบ "ช่างปั้นหม้อ" สโต๊ค ซิตี้ และออกนำก่อนนาทีที่ 23 หลุยส์ ซัวเรซ ทำชิ่งกับ มักซี โรดริเกซ ก่อนยิงปั่นจากหน้าเขตโทษเป็น 1-0 แต่อีก 4 นาที สโต๊ค ตีเสมอได้จากลูกเตะมุม ปีเตอร์ เคราช์ โหม่งเข้าไปจบครึ่งแรกเสมอกัน 1-1
   
             ช่วงครึ่งหลัง ลิเวอร์พูล มาได้ประตูนำอีกครั้ง สจวร์ต ดาวนิง ตามมาเก็บบอลจาก สตีเวน เจอร์ราร์ด และแตะไปยิงเต็มๆ ในเขตโทษเข้าไปเป็น 2-1 จากนั้นก็รักษาสกอร์ได้จนหมดเวลา ลิเวอร์พูล จึงชนะไป 2-1 เข้ารอบรองชนะเลิศไปอีกทีม โดยในรอบรองชนะเลิศผลการจับสลากปรากฏว่า ลิเวอร์พูล จะรอพบผู้ชนะระหว่าง ซันเดอร์แลนด์ กับ เอฟเวอร์ตัน ส่วน เชลซี จะรอพบผู้ชนะของคู่ สเปอร์ส กับ โบลตัน
   
             ส่วนผลฟุตบอลกัลโช ซีรีส์ เอ กายารี ชนะ เชเซนา 3-0, โบโลญญา เสมอ คิเอโว 2-2, คาตาเนีย ชนะ ลาซิโอ 1-0, อินเตอร์ เสมอ อตาลันตา 0-0, เลสเตอร์ เสมอ ปาแลร์โม 1-1 และ เซียนา แพ้ โนวารา 0-2, ฟุตบอลบุนเดสลีกา ไกเซอร์ฯ แพ้ ชาลเก้ 1-4, ฟุตบอลลาลีกา เลบันเต ชนะ บียาร์รีล 1-0, มายอร์กา ชนะ แอต.มาดริด 2-1