ข่าว

อย่าปรองดองฆ่ากันเหอะ?

อย่าปรองดองฆ่ากันเหอะ?

19 มี.ค. 2555

อย่าปรองดองฆ่ากันเหอะ? : ว่ายทวนอารมณ์ โดย ใบตองแห้ง

                 ตกลงว่า นี่เราจะปรองดองกันได้ไหม
   
              “ปรองดองไม่ได้ก็ฆ่ากันหมดทั้งประเทศ” ผู้บัญชาการทหารบกอารมณ์ฉุนเฉียว ไทยโพสต์เอาไปพาดหัวขำๆ ว่า “คำรามปรองดอง”
   
              คำรามแบบนี้แล้วจะปรองดองได้ไง เปล่า ท่านไม่ได้พูดอะไรผิดหรอกครับ ทุกถ้อยคำท่านพูดถูกหมด เพียงแต่สาธารณชนไม่เข้าใจว่าทำไมท่านต้องมีอารมณ์ด้วย พูดดีๆ ไม่ได้หรือ
   
              นี่ถ้าเป็นชาวบ้านหรือนักการเมือง คงโดนข้อหาขู่คำรามให้สื่อขวัญหาย แต่ทหารมีสิทธิพิเศษ จะให้สัมภาษณ์หน้าบูดหน้าบึ้งหน้าปวดขี้ยังไงก็ได้ สื่อไม่ยักโวย ชอบอีกต่างหาก
   
              แนวทางปรองดองของสถาบันพระปกเกล้า ในทัศนะผมเป็นความปรารถนาดีแบบลูบหน้าปะจมูก ไม่มีหลักการ แต่ไม่ว่าใครจะเสนออะไร สุดท้ายก็เข้าอีหรอบเดิม คือกลายเป็นประเด็นให้ทะเลาะกัน ใครแตะคดี คตส.แปลว่าเข้าข้างทักษิณ ตราบใดที่ทักษิณไม่ติดคุก เราไม่ยอม หรือพูดให้ถูก ตราบใดที่ทักษิณไม่ตายโหงตายห่าน ตราบใดที่ไม่เกิดรัฐประหารอีกครั้ง ตราบใดที่ประชาธิปัตย์ไม่ได้เป็นรัฐบาล ตราบใดที่พันธมิตรยังไปไม่ถึงเป้าหมายอันเลื่อนลอย การเมืองใหม่ ปฏิรูปประเทศไทย ฯลฯ
   
              เราก็จะทะเลาะกันต่อไปอย่างนี้
   
              พูดอย่างนี้คงถูกหาว่าเข้าข้างทักษิณอีก แต่ถามจริง สมมุติทักษิณบินกลับมาติดคุก 2 ปี ทุกอย่างจบไหม ความแตกแยกจบไหม พันธมิตรจะกลับบ้านใครบ้านมัน? สื่อจะเลิกจ้องล้มรัฐบาล? ฝันไปเถอะ
   
              ความจริงก็คือเรายังไม่พร้อมปรองดอง ไม่ว่าจะมีเรื่องทักษิณไม่ทักษิณ
   
              เมื่อไม่ปรองดอง เราจะอยู่ด้วยกันได้อย่างไร ก็ต้องอยู่แบบศัตรูร่วมชาติ (ไม่ฮา) ฝ่ายไหนมีอำนาจ ก็กดหัวอีกฝ่าย เอางั้นไหม รัฐประหารเคยมีอำนาจ แต่พ่ายแพ้ระบบเลือกตั้ง รัฐบาลนี้มีอำนาจ ก็หักด้ามพร้าด้วยเข่า เอางั้นไหม
   
              บทเรียนประเทศไหนก็เอามาใช้กับประเทศไทยไม่ได้ แอฟริกาใต้ แมนเดลาเป็นฝ่ายถูกกระทำ พอชนะก็ให้อภัย เกาหลีใต้โค่นเผด็จการ เอาอดีตประธานาธิบดีขึ้นศาลแล้วนิรโทษกรรม เขาทำได้เพราะฝ่ายที่กระทำสำนึกผิด ฝ่ายที่ถูกกระทำก็ให้อภัย แต่ของเรายิ่งฆ่ากันยิ่งหน้ามืด มันไม่ใช่สูตรง่ายๆ แบบ ปชป.เสื้อเหลือง สลิ่ม สำนึกผิดที่เสื้อแดงตาย เสื้อแดงขึ้นมามีอำนาจแล้วให้อภัย หรือสมมุติต่อไป รัฐบาลเสื้อแดงฆ่าเสื้อเหลือง ฆ่าสลิ่ม แล้ว ปชป.ขึ้นมามีอำนาจ ก็ใช่ว่าจะสำนึกผิดและให้อภัย
   
              ที่เป็นเช่นนี้เพราะไม่มีใครมีความชอบธรรมโดยสมบูรณ์แบบ ไม่มีใครเป็นขาวเป็นดำ รัฐบาลทักษิณใช้อำนาจไม่ชอบธรรม แต่ก็ถูกโค่นล้มด้วยวิถีทางที่ไม่ชอบธรรม (ไม่ใช่ประชาธิปไตยคุณธรรมอย่างที่สถาบันพระปกเกล้าอ้าง) สังคมไทยทุ่มต้นทุนทุกอย่าง ทั้งผู้หลักผู้ใหญ่ องค์กรสถาบันต่างๆ ตุลาการ นักวิชาการ สื่อ มาอธิบายความไม่มีเหตุผลให้มีเหตุผล เป็นเวลานานถึง 5-6 ปี จนหลักต่างๆ เลอะเทอะไปหมด ครั้นไปไม่รอด จำต้องยอมรับเสียงข้างมากจากการเลือกตั้ง นักการเมืองที่อ่อนความชอบธรรมก็กลับมาอีก โดยผู้คนยังอารมณ์ค้างทั้งสองฝ่าย
   
              พอเอาชนะกันไม่ได้ ชนชั้นนำผู้มีอำนาจทั้งสองขั้ว ก็พยายามหาทางออกง่ายๆ ด้วยการ “ปรองดอง” แบบย้อนเวลาไปก่อนปี 49 โดยไม่เปลี่ยนแปลง ไม่แตะต้องอะไรเลยในเชิงโครงสร้าง เลิกคดีทักษิณ เลิกคิดเอาผิดรัฐประหาร เลิกแล้วกันไป ไม่แตะนั่นไม่แตะนี่ โดยไม่ทำงานทางความคิด ดึงคนกลับสู่ความมีเหตุผล มันจะปรองดองได้ไงครับ
   
              การปรองดองจึงยังไม่สำเร็จง่ายหรอก และก็จะหวังอะไรจากชนชั้นนำทั้งสองฝ่ายไม่ได้ หวังอะไรจากกลุ่มคนที่สุดขั้วสุดโต่งไม่ได้ มีแต่ต้องสร้างพลังทางสังคมที่มีเหตุผล ซึ่งไม่ใช่ “เป็นกลาง” ความมีเหตุผลคือกล้าชี้ว่าในเรื่องหนึ่งๆ ฝ่ายใดถูกฝ่ายใดผิด กล้าแยกแยะ โดยไม่เอาอคติสุคติ ความเกลียดชัง ความชื่นชอบ เข้าไปเกี่ยวข้อง
   
              แต่ไม่ใช่เรื่องง่ายอีกเหมือนกัน เพราะผู้ที่เสนอความคิดเห็นอย่างมีเหตุผล ถูกทำลายถูกให้ร้ายมาตลอด 5-6 ปี พูดอย่างมีเหตุผลแล้วเป็นประโยชน์กับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ก็ถูกป้ายสีเป็นพวกรับจ้าง รับเงิน โดยเฉพาะเมื่อพูดถึงหลักการประชาธิปไตย หลักนิติรัฐ ซึ่งเป็นประโยชน์กับฝ่ายทักษิณ อย่างที่นิติราษฎร์พูด
   
              ถ้าสังคมยังมีคนที่มีสติ ไม่อยากเห็นคนยิ่งฆ่ากันยิ่งเกลียดกัน ก็ต้องช่วยกันสร้างพลังที่มีเหตุผลขึ้นมาถ่วงดุล สร้างบรรยากาศประชาธิปไตย ที่อย่างน้อยก็ยังดีกว่ารัฐประหารคือเปิดกว้างให้ทุกฝ่ายพูดกัน ให้เหตุผลเป็นผู้ชนะ แทนทั้งสองฝ่ายที่เอาชนะกันไม่ลง นี่เป็นงานใหญ่ แต่ถ้าเราผ่านพ้นไปได้ มันก็ไม่ใช่แค่ปรองดองลูบหน้าปะจมูก หากต้องเกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในสังคมไทย