
น้ำมันแพงหนุนปั๊มแอลพีจีแข่งดุ
น้ำมันแพงหนุนปั๊มแอลพีจีแข่งดุ - 2 ราคาจูงใจลักลอบนำก๊าซหุงต้มขายขนส่ง : โดย ... วัชระ ปุษยะนาวิน
หลังจากที่ราคาน้ำมันในตลาดโลกพุ่งทะลุระดับ 120 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ได้ส่งผลให้พลังงานประเภทอื่นๆ ปรับราคาสูงขึ้นทำลายสถิติเช่นกัน โดยเฉพาะราคาก๊าซปิโตรเลียมเหลว หรือแอลพีจี ที่ราคาทะยานขึ้นทำลายสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 1,200 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน สูงกว่าระดับปกติที่อยู่ประมาณ 800-900 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน โดยสาเหตุไม่เพียงเป็นผลกระทบจากกรณีของประเทศอิหร่านเท่านั้น แต่ยังเป็นผลพวงจากการที่ประเทศญี่ปุ่นนำเข้าแอลพีจีเป็นจำนวนมาก เพื่อใช้ในการผลิตไฟฟ้าทดแทนพลังงานนิวเคลียร์ อันเนื่องมาจากความกังวลในเรื่องความปลอดภัยหลังจากเกิดคลื่นสึนามิในปลายปีที่ผ่านมา ตลอดจนภาวะความหนาวเย็นที่ยาวนานผิดปกติในยุโรป ทำให้ฉุดความต้องการพลังงานของทั้งโลกสูงขึ้นมาก
รัฐอ่วมแบกส่วนต่าง-หาช่องลอยตัว
ราคาก๊าซแอลพีจีที่เพิ่มสูงขึ้นมากนั้น ได้ส่งผลกระทบรุนแรงต่อภาวะเศรษฐกิจของไทยมากกว่าประเทศอื่น เนื่องจากประเทศไทยมีการอุดหนุนราคาแอลพีจีมานานกว่า 10 ปี โดยล็อกราคาไว้ที่ 333 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน มาจนถึงปัจจุบันนี้ ขณะที่ราคาแอลพีจีในตลาดโลกได้ทะลุไปถึง 1,200 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน ทำให้รัฐบาลต้องแบกภาระนำเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่เก็บจากผู้ใช้น้ำมันเบนซินมาอุดหนุนเดือนละหลายพันล้านบาท จนล่าสุดกองทุนน้ำมันติดลบไปแล้วกว่า 2 หมื่นล้านบาท ประกอบกับราคาน้ำมันที่ทะยานสูงขึ้นมาก ทำให้ไม่สามารถรีดเงินจากน้ำมันอื่นมาช่วยได้อีกต่อไปแล้ว ทำให้ปัญหานี้กลายไปเป็นระเบิดลูกใหญ่ของรัฐบาล
รัฐบาลชุดที่ผ่านมาพยายามค่อยๆ ปลดล็อก โดยการปล่อยลอยตัวราคาแอลพีจีในส่วนของโรงงานอุตสาหกรรม และมาถึงรัฐบาล "ยิ่งลักษณ์" ก็ได้ค่อยๆ ขยับขึ้นราคาแอลพีจีภาคขนส่งกิโลกรัมละ 75 สตางค์ โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 16 มกราคม 2555 จนไปสู่ต้นทุนแท้จริงของโรงกลั่นน้ำมัน แต่มาตรการดังกล่าวก็ช่วยแบ่งเบาภาระกองทุนน้ำมันฯ ได้เพียงบางส่วน เพราะกลุ่มที่ใช้ก๊าซแอลพีจีกลุ่มใหญ่ที่สุดคือ ภาคครัวเรือน มีสัดส่วนการใช้แอลพีจีสูงถึงกว่า 40% ของปริมาณการใช้ทั้งหมด ยังไม่มีใครกล้าแตะ เพราะเป็นเรื่องที่อ่อนไหวทางการเมือง โดยในเบื้องต้นรัฐบาลวางแผนที่จะตรึงราคาก๊าซหุงต้มไปจนถึงสิ้นปีนี้ และในปีหน้าจะพิจารณาขึ้นราคาก๊าซหุงต้มอีกครั้ง
แม้ว่าราคาแอลพีจีในตลาดโลกจะสูงขึ้นมาก แต่เมื่อเทียบราคาน้ำมันลิตรต่อลิตรแล้ว ราคาแอลพีจียังต่ำกว่ามาก ทำให้มีประชาชนจำนวนมากหันไปพึ่งก๊าซแอลพีจีแทนน้ำมันเบนซิน ส่งผลให้มีสถานีบริการแอลพีจีผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด และกระตุ้นให้ภาวะการแข่งขันในธุรกิจสถานีบริการแอลพีจีรุนแรงขึ้น แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือ ราคาแอลพีจีภาคขนส่งและภาคครัวเรือนที่แตกต่างกัน ก่อให้เกิดปัญหาการลักลอบนำแอลพีจีภาคครัวเรือนที่มีราคาถูกกว่ามาขายให้แก่สถานีบริการเติมแอลพีจีสำหรับรถยนต์
ชี้2ราคาป่วนตลาดจี้รัฐปรับเท่ากัน
แหล่งข่าวจากผู้ประกอบการรายใหญ่ในธุรกิจก๊าซแอลพีจีภาคขนส่ง กล่าวว่า ขณะนี้มีการลักลอบนำก๊าซแอลพีจีภาคครัวเรือนมาขายให้แก่สถานีบริการแอลพีจีรถยนต์ ทำให้ผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องได้รับความเดือดร้อน เพราะไม่สามารถแข่งขันในเรื่องราคาได้ ซึ่งคาดว่าจำนวนสถานีบริการที่มีการลักลอบขายก๊าซแอลพีจีไม่ถูกต้องมีสัดส่วน 20-30% โดยกำไรที่ได้จะสูงกว่าผู้ทำธุรกิจอย่างถูกต้องถึง 2.25 บาทต่อลิตร ถือเป็นแรงจูงใจให้ผู้ประกอบการจำนวนมากหันไปทำธุรกิจผิดกฎหมาย
โดยแนวทางแก้ปัญหาที่ถูกต้องนั้น รัฐบาลจะต้องปรับราคาก๊าซแอลพีจีทั้ง 3 ส่วน คือ ภาคครัวเรือน ภาคขนส่ง และภาคอุตสาหกรรม ให้มีราคาเดียว เพราะไม่มีมาตรการใดที่จะหยุดยั้งการถ่ายเทก๊าซราคาถูกไปขายแพงได้ เนื่องจากตรวจสอบได้ยากและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็มีเจ้าหน้าที่ตรวจสอบไม่เพียงพอ ซึ่งหากรัฐไม่เร่งลอยตัวราคาแอลพีจีภาคครัวเรือนให้เท่ากับภาคขนส่ง และอุตสาหกรรม ปัญหาการลักลอบนำก๊าซแอลพีจีภาคครัวเรือนไปขายในภาคอื่น และลักลอบส่งออกก็จะรุนแรงมากขึ้น เพราะในเดือนมีนาคม 2556 ราคาแอลพีจีภาคขนส่งจะต่างจากภาคครัวเรือนกว่า 11 บาท จะทำให้ผู้ประกอบการที่ถูกกฎหมายอยู่ไม่ได้ โดยเฉพาะผู้ค้ารายใหม่ที่ไม่มีโรงบรรจุก๊าซ คลังเก็บก๊าซ และระบบต่างๆ รองรับ
อย่างไรก็ตาม บริษัทคงต้องปรับตัวในการดำเนินธุรกิจมากขึ้น แต่จะไม่เข้าไปแข่งขันด้านราคา มุ่งเน้นในด้านการบริการและประกันการส่งก๊าซที่ตรงเวลา หากส่งช้าก็จะยอมเสียค่าปรับให้สถานีบริการที่เป็นลูกค้า รวมทั้งหานวัตกรรมใหม่ๆ เข้ามาแข่งขัน ส่วนลูกค้าที่เน้นการขายก๊าซราคาถูก ต้องการกำไรมากๆ ก็จำเป็นต้องตัดออกไป ซึ่งก่อนหน้าที่จะปรับเป็น 2 ราคา ผู้ค้าทุกแบรนด์แข่งขันอย่างเป็นธรรมในเรื่องของการบริการ
ธพ.เข้มตรวจพบทำผิดติดคุก10ปี
ขณะที่นางพูนทรัพย์ สกุณี รองอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน (ธพ.) ยอมรับว่า ขณะนี้เกิดปัญหาการลักลอบนำก๊าซแอลพีจีภาคครัวเรือนไปขายให้แก่ภาคขนส่งจริง เนื่องจากมาตรการก๊าซแอลพีจี 2 ราคา ซึ่งได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ของกรม ลงไปตรวจสอบโรงบรรจุก๊าซ และสถานีบริการอย่างเข้มงวด ทั้งในเรื่องของบัญชี ข้อมูลต่างๆ ซึ่งที่ผ่านมาได้ให้ผู้ประกอบการหลายรายเข้ามาชี้แจงตัวเลขที่ผิดปกติ และหากพบว่ารายใดทำผิดกฎหมายก็จะลงโทษอย่างเต็มที่ โดยกฎหมายระบุโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
อย่างไรก็ตาม จากตัวเลขล่าสุดสถานการณ์ลักลอบนำก๊าซครัวเรือนไปขายในภาคขนส่งเริ่มลดลง เห็นได้จากตัวเลขปริมาณการขายก๊าซแอลพีจีในภาคขนส่งเพิ่มขึ้น เนื่องจากเจ้าของสถานีบริการแอลพีจีเริ่มเข้าใจแล้วว่าการนำก๊าซแอลพีจีจากโรงบรรจุมาขายเป็นเรื่องผิดกฎหมาย และผู้ค้ามาตรา 7 ที่ส่งก๊าซไปให้แก่สถานีบริการต่างๆ ก็เข้ามาช่วยตรวจสอบสถานีบริการเครือข่ายให้รัดกุมขึ้น เพราะหากพบว่าสถานีบริการในเครือข่ายทำผิดกฎหมาย ก็จะมีความผิดร่วมด้วย และโทษที่บัญญัติตามกฎหมายก็แรงมาก
ส่วนภาพรวมธุรกิจสถานีบริการแอลพีจีนั้น มีการแข่งขันที่รุนแรง เห็นได้จากในเดือนมกราคมปีที่ผ่านมา มีสถานีบริหารแอลพีจีเพียง 600 แห่ง แต่ในเดือนมกราคมปีนี้ มีเพิ่มขึ้นเป็น 1,044 แห่ง ทำให้ผู้ประกอบการมีกำไรที่ลดลง อย่างไรก็ตาม มองว่าหากราคาน้ำมันยังสูงอยู่ในระดับนี้ ตลาดก๊าซแอลพีจีภาคขนส่งก็ยังขยายตัวได้อีก เพราะถึงแม้ว่าจะปล่อยลอยตัวราคาก็ยังถูกกว่าน้ำมันเบนซิน แต่ถ้าในปีหน้าสถานการณ์ในตะวันออกกลางคลี่คลาย ราคาน้ำมันเบนซินก็จะลดลง ทำให้ยอดขายแอลพีจีภาคขนส่งลดลงไปด้วย
รายใหญ่ไม่เน้นแข่งราคา-ชูบริการสู้
ด้านนางจินตณา กิ่งแก้ว รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามแก๊ส แอนด์ ปิโตรเคมีคัลส์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ขณะนี้ธุรกิจก๊าซแอลพีจีภาคขนส่งแข่งขันกันรุนแรงมากขึ้น จนทำให้ผู้ประกอบการบางรายย่ำแย่ สถานีบริการแอลพีจีต่างแข่งกันลด แลก แจก แถม กันเต็มที่ ในส่วนของสยามแก๊สฯ จะไม่ลงไปสู้ในเรื่องราคา แต่จะลงไปช่วยเหลือสถานีบริการก๊าซที่เป็นลูกค้า ถ้าเป็นลูกค้าที่จ่ายเงินตรง เป็นลูกค้าชั้นดี ก็จะลดราคาก๊าซให้ เพื่อจะได้สู้กับคู่แข่งรายอื่นได้
ในปีนี้คาดว่าในส่วนของธุรกิจก๊าซแอลพีจีภาคขนส่งของสยามแก๊สจะขยายตัวได้ 30% โดยปัจจุบันมีสถานีบริการแอลพีจีที่เป็นลูกค้าอยู่ทั่วประเทศกว่า 400 แห่ง และจะเพิ่มอีก 20 แห่งภายในปีนี้ ส่วนสถานีบริการแอลพีจีที่เป็นของสยามแก๊สเองมีจำนวน 33 แห่ง และจะเพิ่มให้เป็น 40 แห่งภายในปีนี้เช่นกัน
อย่างไรก็ตาม มองว่าภาครัฐควรใช้นโยบายปล่อยลอยตัวราคาแอลพีจีทุกภาคส่วนให้มีราคาเดียวกัน เพื่อให้ประชาชนได้รับรู้ต้นทุนที่แท้จริง ซึ่งจะทำให้ใช้พลังงานอย่างประหยัด และมีประสิทธิภาพ ซึ่งหากรัฐไม่เร่งลอยตัวราคา ในอีก 3 ปี เมื่อเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี จะทำให้ก๊าซแอลพีจีทะลักออกไปต่างประเทศ และถ้าจะมาปรับราคาในตอนนั้น ก็จะทำให้ประชาชนต้องแบกภาระที่เพิ่มขึ้นก้อนใหญ่ ส่งผลเสียตามมาอีกมาก
----------
(หมายเหตุ : เศรษฐกิจ : น้ำมันแพงหนุนปั๊มแอลพีจีแข่งดุ - 2 ราคาจูงใจลักลอบนำก๊าซหุงต้มขายขนส่ง : โดย ... วัชระ ปุษยะนาวิน)
----------



