
เชียงใหม่ร้องรัฐแก้หมอกควัน
ชาวเชียงใหม่รวมตัว เดินเรียกร้องรัฐบาลเลิกแก้ปัญหาหมอกควันแบบปีต่อปี แนะกำหนดมาตรการระยะยาว พร้อมบรรจุปัญหามลพิษในโรงเรียน หวังสร้างจิตสำนึกคนรุ่นใหม่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 18 มี.ค. 55 หลังจังหวัดเชียงใหม่ต้องกลับมาประสบกับวิกฤตหมอกควันอีกครั้ง ล่าสุดประชาชนในจังหวัดเชียงใหม่รวมทั้งชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่กว่า 100 คน ได้รวมตัวกันบริเวณหน้าหอประชุมมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ถือป้ายเรียกร้องให้หน่วยงานรัฐเลิกแก้ปัญหาหมอกควันอย่างเฉพาะหน้า แต่เรียกร้องให้แก้ปัญหาอย่างตรงจุดที่ต้นเหตุ โดยกลุ่มประชาชนที่รวมตัวได้ถือป้ายและแต่งกายล้อเลียนด้วยการสวมหน้ากากและกระเป๋าบรรจุออกซิเจนไปบนถนนนิมมานเหมินทร์ ซึ่งเป็นย่านเศรษฐกิจสำคัญของเมืองเชียงใหม่
ตัวแทนประชาชน ระบุว่า ปัญหาหมอกควันและมลพิษทางอากาศของเมืองเชียงใหม่รุนแรงมากขึ้นทุกปี ส่งผลกระทบต่อสุขภาพทั้งแบบฉับพลันและสะสมกับประชาชนทุกคน รวมทั้งยังกระทบต่อเศรษฐกิจท้องถิ่นเป็นอย่างมาก ขณะที่การแก้ปัญหาที่ผ่านมาเป็นเพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าแบบปีต่อปี ชาวเชียงใหม่จึงเรียกร้องให้รัฐบาลเดินหน้าแก้ปัญหาอย่างตรงจุดและเป็นระบบ
กลุ่มชาวเชียงใหม่ได้เสนอแนวทางการป้องกันแก้ไขปัญหาในระยะสั้น และระยะกลางด้วยการสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับชุมชน และปลูกจิตสำนึกเกี่ยวกับปัญหาหมอกควัน ผ่านกลุ่มผู้นำชุมชน ผู้นำชนเผ่า กลุ่มเยาวชน และเครือข่ายต่าง ๆ ที่มีอยู่ , ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรทางเลือก เช่น การใช้เครื่องจักรไถกลบแทนการเผา , การเพิ่มจำนวนเครื่องย่อยวัชพืช , การสำรวจสร้างฐานข้อมูล และแผนที่เสี่ยงภัยการเกิดไฟป่า เพื่อดำเนินมาตรการและใช้งบประมาณในการแก้ปัญหาอย่างตรงจุด , การใช้มาตรการทางกฏหมายอย่างจริงจัง , การส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกไม้เศรษฐกิจโตเร็วแทนการปลูกข้าวโพดและพืชไร่อื่น ๆ ในพื้นที่ป่า , การจัดสรรงบประมาณให้กับ อปท. ในการจัดทำโครงการผลิตพลังงานทดแทนจากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร และบูรณาการทำงานของทุกหน่วยงานให้มีเอกภาพมากขึ้น
ส่วนมาตรการระยะยาว ให้มีการบรรจุเรื่องปัญหามลพิษทางอากาศ และปัญหาโลกร้อนเข้าในหลักสูตรการศึกษา , อปท.ต้องเข้มงวดกับการอนุญาตการดำเนินการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ และติดตามตรวจสอบการปล่อยมลพิษทางอากาศจากสถานประกอบการต่าง ๆ , เพิ่มสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศให้ครอบคลุมพื้นที่เสี่ยง และให้จังหวัดในภาคเหนือจัดตั้งเครือข่ายความร่วมมือ รวมทั้งประสานงานกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างเป็นรูปธรรม



