
ที่นี่บัวแก้ว:มีดีที่กึ๋น!?
คอลัมน์ ที่นี่บัวแก้ว : มีดีที่กึ๋น : โดย ... นันทิดา พวงทอง
ระยะหลังนี้ ผลงานด้านการต่างประเทศในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ภายใต้การกุมบังเหียนของนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศ ดูจะหายไปจากหน้าจอ กระนั้น มีบ้างที่เป็นข่าว เมื่อเจ้ากระทรวงบัวแก้วบินไปร่วมงานการประชุมกับต่างชาติ พบปะกระชับมิตรกับประเทศนั้นประเทศนี้ จนเกิดคำถามว่า การที่ได้เดินทางไปสร้างความสัมพันธ์กับต่างชาติในช่วงที่ผ่านมา ได้ส่งผลต่อปากท้องประชาชนให้ดีขึ้น และเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติอย่างไร
นายสุรพงษ์ มีดีกรีวิศวกร จากมหาวิทยาลัยแอเคริน รัฐโอไฮโอ สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นคนละสายกับงานด้านการต่างประเทศ แต่เมื่อเข้ามาดำรงตำแหน่งเจ้ากระทรวงบัวแก้ว ซึ่งเป็นผู้ที่ดูแลและขับเคลื่อนนโยบายการต่างประเทศให้เป็นไปตามทิศทางของรัฐบาล จำเป็นต้องมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ และกล้าที่จะกำหนดนโยบายต่างประเทศใหม่ๆ แบบเชิงรุกให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในโลกปัจจุบัน
ทว่าวันนี้ ผลงานของเจ้ากระทรวงคนปัจจุบันที่โดดเด่น มักจะเกี่ยวข้องกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เสียมาก อย่างการเจรจาทางลับขอให้ญี่ปุ่นช่วยอำนวยความสะดวกให้ พ.ต.ท.ทักษิณเดินทางเข้าญี่ปุ่น และการคืนพาสปอร์ตให้ พ.ต.ท.ทักษิณ สิ่งเหล่านี้จึงปฏิเสธไม่ได้ในผลงานที่มุ่งเน้นไปทางการเมือง
ขณะที่เรื่องสำคัญๆ อย่างการแสดงท่าทีของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ที่จะตอบข้อสงสัยของต่างชาติ ต่อที่ประชุมคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนยูเอ็น ตั้งแต่ปัญหากฎหมายความมั่นคง, กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ, กฎหมายความผิดทางคอมพิวเตอร์, โทษประหารชีวิต, อนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองแรงงานข้ามชาติและครอบครัวนั้น เกิดคำถามว่า นายสุรพงษ์ได้ใช้โอกาสจากเวทีนี้ได้อย่างเต็มที่แล้วหรือยัง
แม้แต่ประเด็นความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา ที่กลับมาคืนดีกันอีกครั้ง ก็เป็นข่าวบูมในช่วงแรกๆ ของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ พอทำให้ประชาชนดีใจ ไม่นานก็เงียบหายไป หากจะคิดเจรจาแบ่งปันผลประโยชน์พื้นที่ทับซ้อนทางทะเลก็ควรเริ่มกันเสียแต่ตอนนี้ อย่าให้สัมพันธ์ของสองประเทศหมดโปรโมชั่นไป จะเสียดายช่วงเวลาดีๆ กันเปล่าๆ หรือแม้แต่การติดตามให้ความช่วยเหลือนายวีระ สมความคิด และ น.ส.ราตรี พิพัฒนาไพบูรณ์ ที่ถูกจำคุกในเรือนจำเปรซอร์ ก็เงียบอีกเช่นกัน
นอกจากนี้ การที่ พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เสนอขอปรับพื้นที่เขตปลอดทหารตามที่ศาลโลกสั่ง สิ่งนี้เป็นความคิดริเริ่มเชิงนโยบาย แต่ไม่มีเสียงตอบรับจากนายสุรพงษ์ ทั้งที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้กำลังรอรับฟังความคิดเห็นต่อเรื่องนี้อย่างตั้งใจ หากปล่อยให้เกิดภาวะเช่นนี้ต่อไป เกรงว่า กระทรวงการต่างประเทศจะกลับเข้าสู่ดินแดนแห่งความเงียบ เหงา หงอย อีกก็เป็นได้
อย่างไรก็ตาม ในเดือนหน้า มีการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ที่กัมพูชา ก็ขอเป็นแรงใจให้แก่เจ้ากระทรวงบัวแก้วได้แสดงวิสัยทัศน์กันไปให้ชัดเจนแจ่มแจ้งว่า ประเทศไทยจะรักษาบทบาทนำในอาเซียนได้อย่างไร งานนี้คงจะได้รู้กันไปว่า รัฐมนตรีต่างประเทศของไทยก็มีความคิดเฉียบคมไม่แพ้ใครเหมือนกัน
----------
(หมายเหตุ : คอลัมน์ ที่นี่บัวแก้ว : มีดีที่กึ๋น : โดย ... นันทิดา พวงทอง)
----------



