
ปั๊มระนองหงอยหลังเบนซินพุ่ง42บ.
ปั๊มน้ำมันระนองหงอยหลังราคาน้ำมันขยับพุ่งทะลุ 42 บาท ผู้ประกอบการปั๊มน้ำมัน โอดต้องหาเงินทุนสำรองเพิ่ม
วันที่ 18 มี.ค.55 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากปัญหาราคาน้ำมันที่ขยับเพิ่มสูงขึ้นโดยเฉพาะในเขตพื้นที่ จ.ระนองที่พบว่ามีราคาพุ่งทะลุ 42 บาท โดยราคาน้ำมันเบนซินล่าสุดราคา 42.97 บาท ปรากฏว่าบรรยากาศการเติมน้ำมันตามปั๊มน้ำมันต่างๆ ไม่คึกคักเช่นทุกวัน
นายสมชาย เวชรัตน์ ผู้ใช้รถยนต์ กล่าวว่า จากปัญหาราค่าน้ำมันที่เพิ่มขึ้นทำให้ต้องใช้น้ำมันอย่างประหยัดมากขึ้น อีกทั้งผู้ใช้รถเริ่มวิตกเป็นอย่างมากต่อปัญหาราคาน้ำมันที่ยังขยับพุ่งสูงขึ้นไม่หยุดเพราะนอกจากปัญหาค่าใช้จ่ายที่จะต้องจ่ายเพิ่มขึ้นในแต่ละวันแล้ว ยังเป็นห่วงปัญหาเรื่องราคาสินค้า ค่าบริการ รถโดยสารต่างๆ ซึ่งหากมีการปรับราคาจะยิ่งซ้ำเติมให้สถานการณ์เลวร้ายยิ่งขึ้นอีก ดังนั้นรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องเร่งหาทางออกในเรื่องดังกล่าวอย่างเร่งด่วน
นางตนยา ทรงประจักษ์กุล เจ้าของปั๊มน้ำมันเอสโซ่ระนอง กล่าวว่า จากราคาน้ำมันที่ได้ปรับเพิ่มสูงขึ้นในแต่ละวันล่าสุดราคาขายปลีกน้ำมันในเขตพื้นที่ จ.ระนอง ราคาเบนซิน 91 พุ่งทะลุ 42 บาท ได้ส่งผลกระทบทั้งเจ้าของกิจการปั๊มน้ำมันที่จะต้องแบกรับภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากค่าใช้จ่ายที่ต้องสั่งซื้อน้ำมันที่ต้องใช้จ่ายเพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมันที่ปรับราคา อีกปัญหาที่ปั๊มน้ำมันต้องประสบปัญหาคือการแบกรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น จำเป็นจะต้องมีการสำรองเงินสดหมุนเวียนที่ต้องนำมาชำระค่าน้ำมันมากขึ้นในแต่ละวัน และจากราคาน้ำมันยังปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นนี้ต่อไปอีกอาจจะเริ่มส่งผลต่อปริมาณการขยายในแต่ละวันที่อาจจะปรับลดลงได้เนื่องจากผู้ใช้รถอาจจะต้องหาทางประหยัดค่าใช้จ่ายมากขึ้น โดยปัจจุบันอัตราส่วนการจำหน่ายน้ำมัน เฉพาะปั๊มเอสโซ่สาขาระนอง สาขาเดียว น้ำมันดีเซลจะขายมากที่สุดประมาณ 17,000 ลิตรต่อวัน รองลงมาเป็นน้ำมันเบนซิน 91 ประมาณ 8,000 ลิตรต่อวัน อันดับสามเป็นแก๊สโซฮอร์ 95 ประมาณ 2,500 ลิตรต่อวัน
นางปาริชาต แจ่มศรี ผู้ใช้รถจักยานยนต์กล่าวว่า ตอนนี้ชาวบ้านเริ่มวิตกกับราคาน้ำมันที่ขยับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งต้องให้รัฐบาลเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนที่เกิดขึ้น เพราะนอกจากชาวบ้านจะใช้จ่ายเพิ่มขึ้นแล้ว ราคาน้ำมันที่ปรับเพิ่มขึ้นจะกลายเป็นปัจจัยที่ทำให้สินค้า และบริการ รวมถึงค่าขนส่งอาจจะขยับเพิ่มขึ้นในไม่ช้า ซึ่งอาจจะซ้ำเติมให้ชาวบ้านเดือดร้อนเพิ่มขึ้นอีก ส่วนการรณรงค์ปลุกจิตสำนึกให้ประชาชนใช้น้ำมันอย่างประหยัดก็เป็นอีกวิธีที่สามารถดำเนินการได้เช่นกัน



