ข่าว

นศ.มะกันผิดจริงแอบถ่ายเพื่อนเกย์

นศ.มะกันผิดจริงแอบถ่ายเพื่อนเกย์

18 มี.ค. 2555

นิว บรันส์วิค-คณะลูกขุนสหรัฐฯตัดสินให้อดีตนักศึกษามีความผิดข้อหาหนัก ฐานใช้เวบแคมแอบถ่ายทอดสดเพื่อนเกย์ขณะแสดงบทรัก เป็นเหตุให้เพื่อนร่วมห้องตัดสินใจฆ่าตัวตายหนีความอับอาย ผู้เชี่ยวชาญชี้เป็นบทเรียนสำหรับวัยรุ่นคึกคะนองในยุคอินเทอร์เน็ต

              คณะลูกขุนที่ศาลนิว บรันสวิค รัฐนิวเจอรซี อ่านคำตัดสินเมื่อวันศุกร์( 16 มี.ค)ว่านายดรุน ราวี วัย 20 ปี อดีตนักศึกษามหาวิทยาลัยรัตเกอร์ส มีความผิดจริงหลายข้อหารวม 15 กระทง รวมทั้งละเมิดความเป็นส่วนตัว และอาชญากรรมจากความเกลียดชังที่มีโทษจำคุกถึง 10 ปี จากการถ้ำมองเพื่อนร่วมห้องนายไทเลอร์ คลีเมนติขณะมีเพศสัมพันธ์ผ่านระบบเวบแคม ที่ต่อมา ทำให้คลีเมนติ ตัดสินใจฆ่าตัวตาย
         
              ศาลนัดวันตัดสินลงโทษ 21 พฤษภาคมนี้ ขณะผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่า นายราวีจะถูกลงโทษจำคุกรวมทุกข้อหาไม่เกิน 10 ปี หรือไม่ถูกจำคุกเลย แต่อาจถูกเนรเทศไปยังอินเดีย แม้ว่านายราวีพำนักในสหรัฐฯอย่างถูกต้องตามกฎหมายมาตั้งแต่ยังเด็กก็ตาม   ขณะทนายของเขาประกาศว่าจะยื่นอุทธรณ์  
        
              อัยการกล่าวว่า เมื่อ 19 กันยายน 2553  ราวีใช้กล้องในคอมพิวเตอร์ของตน จับภาพของคลีเมนติกำลังจุมพิตชายอีกคนหนึ่ง ก่อนทวิตกระจายข่าวชวนเพื่อนอีก 6 คนมาดูแบบภาพสดๆผ่านคอมพิวเตอร์ของเพื่อนอีกคนในห้องข้างๆ จากนั้น พยายามจะแอบดูคลีเมนติผ่านเวบแคมอีกครั้งในอีกสองวันต่อมา
         
              เพียง 3 วันหลังจากรู้ว่าถูกแอบถ่าย คลีเมนติได้โพสต์ข้อความลาตายบนเฟซบุค ก่อนจบชีวิตตัวเองด้วยการกระโดดสะพานจอร์จ วอชิงตันที่เชื่อมระหว่างนครนิวยอร์ค กับนิวเจอร์ซี ดิ่งลงสู่แม่น้ำฮัดสัน
        
              การตายก่อนวัยอันควรของคลีเมนติ ซึ่งเป็นนักไวโอลินอนาคตไกล ในวัยเพียง 18 ปี เป็นข่าวครึกโครมอย่างมากในสหรัฐอเมริกา และเป็นหนึ่งในเหตุฆ่าตัวตายของวัยรุ่นเกย์ทั่วสหรัฐฯเพราะถูกกลั่นแกล้งจากเพื่อนร่วมโรงเรียนในเดือนเดียวกันนั้น  จนประธานาธิบดีบารัก โอบามา ออกมาแสดงความวิตก และเป็นเรื่องที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในสังคมอเมริกัน 
        
              ผู้เชี่ยวชาญหลายคน กล่าวว่า หวังว่าพ่อแม่จะใช้คดีนี้เป็นตัวอย่างสอนบุตรหลาน ที่อาจไม่รู้สึกว่าพวกเขากำลังสอดแนมผู้อื่น ด้วยคิดว่ากำลังใช้ไอโฟนหรือใช้แลปทอปของตนเอง เพราะผลลัพธ์ที่ตามมาอาจโหดร้ายจนคาดไม่ถึง
        
              ขณะที่มหาวิทยาลัยรัตเกอร์สออกแถลงการณ์ว่า เหตุการณ์อันเศร้าสลด ควรทำให้ได้หยุดคิดและตระหนักในความสำคัญของความเอื้ออาทร การสื่อสารกับผู้อื่น และเคารพในวิถีชีวิตซึ่งกันและกัน     
      
              ด้าน นายไฮย์ลีย์ กอเรนเบิร์ก รองผู้อำนวยการฝ่ายกฎหมายของ แลมบ์ดา ลีกัล องค์กรสิทธิเกย์ กล่าวว่า คำตัดสินครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่าคณะลูกขุนเข้าใจดีว่า อาชญากรรมจากอคติ เกิดขึ้นได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้อาวุธ

บทความที่เกี่ยวข้อง : ความโหดร้ายในโลกไซเบอร์ http://goo.gl/YGTth