
หม้อแปลงรพ.พหลฯบึ้มผู้ป่วยไอซียูผวา
ระทึก!หม้อแปลงไฟฟ้ารพ.พหลฯ บึ้มสนั่น จนท.ไฟฟ้าระดมกำลังแก้ไขนานกว่า 3 ชม. ส่งผู้ป่วยผ่าตัดด่วนผ่าตัดรพ.ใกล้เคียงวุ่น ผอ.รพ.เผยคาดสายไฟเก่าใช้นานเกือบ 10 ปี ขณะที่ญาติผู้ป่วยโวย หวั่นอันตรายผู้ป่วยห้องไอซียู
เมื่อวันที่ 16 มี.ค. มทีมข่าวรับแจ้งจากญาติคนไข้ห้อง ไอซียู โรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนาว่า เกิดกระแสไฟฟ้าตึกสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช ซึ่งเป็นตึก 9 ชั้นดับสนิดตั้งแต่เวลา 19.30 น.ภายในมีผู้ป่วยประมาณ 100 คน เป็นเหตุให้ผู้ป่วยทั้งหมด รวมทั้งญาติที่ไปเยี่ยมไข้ได้รับความเดือดร้อน
เมื่อไปตรวจสอบพบว่า ตึกสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช ซึ่งเป็นตึก 9 ชั้นกระแสไฟฟ้านั้นดับสนิดทั้ง 9 ชั้น จากการมองด้วยสายตาไปยังชั้นที่ 9 พบญาติผู้ป่วยต้องออกมานั่งตรงระเบียงของห้องพิเศษ เพราะอากาศร้อนมาก นอกจากนั้นภายในห้องผู้ป่วยทั้งหมดที่มีอยู่ภายในตึกดังกล่าวก็มืดสนิทเช่นกัน ส่วนชั้นล่างสุดที่อยู่ติดกับลิฟท์ซึ่งเป็นห้องจ่ายกระแสไฟฟ้า พบเจ้าหน้าที่การไฟฟ้ากำลังเร่งแก้ไขปัญหากันอย่างเร่งด่วน
นางสำเรียง พ่อค้า อายุ 70 ปี กล่าวว่า เดินทางมาเยี่ยมหลายชายที่ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ ซึ่งได้รับบาดเจ็บอาการสาหัส ขณะนี้กำลังรักษาตัวอยู่ในห้อง ไอซียู ก่อนไฟฟ้าจะดับเวลาประมาณ 19.30 น.ตนและญาติๆ ได้เสียงเสียงดังคล้ายระเบิดติดต่อกันจำนวน 2 ครั้ง จากนั้นไฟฟ้าก็ดับลงทันที แต่คาดว่าคงดับไม่นาน เนื่องจากเป็นโรงพยาบาลขนาดใหญ่ จนสุดท้ายตนและญาติเฝ้ารอนานกว่า 2 ชั่วโมงจึงทนไม่ไหว เพราะว่าอากาศร้อนและมืดมาก จึงตัดสินใจเดินลงบันไดมาอยู่ข้างล่าง
นางสำเรียง กล่าวอีกว่า เป็นห่วงหลานชายที่กำลังรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียูเป็นอย่างมาก เกรงว่าอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ใช้สำหรับช่วยชีวิตคนไข้จะไม่สามารถทำงานได้เนื่องจากไม่มีกระแสไฟ เท่าที่ตนทราบยังมีคนไข้ที่อยู่ในห้องไอซียูอีกประมาณ 8 คน ทุกคนต่างมีอาการที่หนักมาก ตนไม่เข้าใจว่าโรงพยาบาลขนาดใหญ่ทำไม่ไม่มีมาตรการป้องกันที่ดีกว่านี้
ด้านนพ.สมเจต เหล่าลือเกียรติ ผอ.รพ.พหลฯ กล่าวว่า สาเหตุที่เกิดไฟฟ้าลัดวงจรคาดว่าน่าจะเกิดจากสายไฟที่ใช้งานมานานเกือบสิบปี ซึ่งอาจจะเสื่อมสภาพได้ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้เร่งระดมกำลังกันแก้ไขอย่างเร่งด่วนแล้ว แต่เนื่องจากสายไฟนั้นมีขนาดใหญ่และสลับซับซ้อนมาก จึงทำให้เจ้าหน้าที่แก้ไขด้วยความยากลำบาก
ส่วนผลกระทบที่ได้รับส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องของแสงสว่างและในส่วนของปลั๊กไฟ แต่ยังโชคดีที่ปลั๊กไฟในส่วนของห้องไอซียู หรือห้องผู้ป่วยหนักยังใช้งานได้ดีจึงไม่กระทบกับคนไข้หนัก ซึ่งเรามีเตียงคนไข้หนักอยู่ทั้งหมด 20 เตียง มีคนไข้ 15 คน เรื่องของเครื่องช่วยหายใจก็ยังทำงานได้ตามปกติ และเครื่องติดตามการเต้นของหัวใจก็ยังทำงานได้ตามปกติเช่นกัน แต่เพื่อความไม่ประมาทได้เตรียมเครื่องช่วยหายใจที่ไม่ต้องใช้ไฟฟ้าไปประจำจุดต่างๆทั้ง 15 เตียง และได้ระดมเจ้าหน้าที่มาช่วยดูแลในนอกเวลาราชการด้วยก็เบาใจขึ้นแต่ก็ไม่ได้ประมาท
"ส่วนคนไข้ที่ต้องผ่าตัดด่วนได้ประสานไปยังโรงพยาบาลมะการักษ์ให้ช่วยรับคนไข้ที่จะส่งไปจากโรงพยาบาลพหลฯ เนื่องจากว่าขาดเรื่องของแสงสว่างที่จะผ่าตัด พร้อมได้ส่งทีมแพทย์จากโรงพยาบาลพหลฯไปช่วยผ่าตัดที่โรงพยาบาลมะการักษ์ด้วย เบื้องต้นได้ส่งคนไข้หนักที่ต้องผ่าตัดไปแล้ว 1 รายและคนไข้ที่กำลังคลอดอีก 2 ราย ซึ่งต้องขอโทษผู้ป่วยและญาติของผู้ป่วยด้วยที่ทำให้ทุกคนไม่ได้รับความสะดวกหรือตกใจ"นพ.สมเจต กล่าว
รายงานข่าวว่า นอกจากเจ้าหน้าที่ไฟฟ้าภายในโรงพยาบาลพหลฯ ที่ช่วยกันแก้ไขแล้ว ยังมีเจ้าหน้าที่ไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดกาญจนบุรี ได้เดินทางมาช่วยแก้ไขปัญหาไฟดับในครั้งนี้ด้วย และยังมีเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.เมืองกาญจนบุรีได้มาดูแลความปลอดภัยเกี่ยวกับทรัพย์สินด้วย จนสามารถแก้ไขให้ใช้การได้ตามปกติแล้ว โดยดับนานประมาณ 3 ชม.



