ข่าว

'พลังมวลชน'เปลี่ยน...เมืองพัทยา

'พลังมวลชน'เปลี่ยน...เมืองพัทยา

18 มี.ค. 2555

'พลังมวลชน'เปลี่ยน...เมืองพัทยา : สัมภาษณ์พิเศษ พล.ต.ท.ปัญญา มาเม่น ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 โดย พัฐอร พิจารณ์โสภณ : เรื่อง ธนาชัย ประมาณพาณิชย์ : ภาพ

              "สุจริตชนต้องอยู่เย็นเป็นสุข โจรผู้ร้ายต้องอยู่ร้อนนอนทุกข์"  คำประกาศของ พล.ต.ท.ปัญญา มาเม่น ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 หลังจากมารับภารกิจดูแลพื้นที่ภาคตะวันออก โดยเฉพาะเมืองพัทยาแหล่งท่องเที่ยวระดับโลก กำลังชุกชุมไปด้วยภัยหลายรูปแบบ โดยเฉพาะกลุ่มแก๊งอาชญากรรมข้ามชาติ แม่ทัพตำรวจแห่งภาคตะวันออกจะจัดการโจรร้ายเหล่านี้...ให้นอนทุกข์อย่างไร?
 
- หัวใจของการปราบปรามอาชญากรรมในที่พื้นที่
 
             ผมให้ความสำคัญกับ "มวลชน" นะ เนื่องจากปัญหาอาชญากรรมในพื้นที่ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องยาเสพติด สถานบริการ และแก๊งคนร้ายข้ามชาติ ผมได้เร่งรัดให้มีการขยายงานตำรวจชุมชนมวลชนสัมพันธ์ มีการนำ "อาสาสมัคร" ในพื้นที่มาเข้าร่วม โดยเริ่มที่เมืองพัทยาก่อน แต่เดิมเมืองพัทยาจะแบ่งเขตตรวจ 10 เขต ในพื้นที่ 33 ตารางกิโลเมตร มีตำรวจ 400 นาย แต่ละเขตตรวจมีมอเตอร์ไซค์สายตรวจ 1 คัน ตรวจตราตลอด 24 ชั่วโมง แต่ก็ไม่ทั่วถึงจึงต้องมีการแบ่งเขตตรวจในเมืองพัทยาใหม่เป็น 21 เขตย่อย เพราะเมืองพัทยาเป็นเหมือนไข่แดง เมื่อคนร้ายทำผิดก็จะหลบหนีไปยังพื้นที่โรงพักรอบข้าง อย่าง ต.นาจอมเทียน, ห้วยใหญ่ และ ต.บางละมุง เป็นต้น
 
             ยกตัวอย่าง เขต 1 มีประชากรประมาณ 2 พันคน ก็ให้เลือกมา 15 คน มาเป็นคณะกรรมการบริหารความสงบเรียบร้อยของเขต ดูแลทั้งเรื่องจราจร ลดอุบัติเหตุ และลดปัญหายาเสพติด เป็นต้น โดยจะบริหารงานในรูปคณะกรรมการ และมีตำรวจสนับสนุน 3 คนต่อเขต นอกจากนี้มีอาสาสมัครในแต่ละเขตแล้ว อาสาสมัครต้องมาช่วยฝึกเป็นแนวร่วมด้วยเป็นหูเป็นตาให้ตำรวจได้ ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนหาแนวร่วมในแต่ละพื้นที่อยู่
 
- ในสายตานักท่องเที่ยวมองเมืองพัทยาอย่างไร
 
             นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่คิดว่าเมืองพัทยาไม่ปลอดภัย ทั้งร้านอาหารบาร์เบียร์ ตั้งกันระเกะระกะไม่เป็นระเบียบเรียบร้อย บางบาร์มีการหลอกฝรั่งแล้วก็มอมยา ทำร้ายนักท่องเที่ยว ส่วนตามชายหาดก็ยังมีแก๊งสาวประเภทสองเข้ามาตีสนิทมอมยา ทำร้ายนักท่องเที่ยวอีก ขณะเดียวกัน ในพัทยามีคนต่างชาติมาอยู่แบบไม่ใช่เป็นนักท่องเที่ยวก็มากขึ้น ต้องดูว่าเขาอยู่กันถูกต้องไหม เกินวีซ่าไหม โดยจะอาศัย "มวลชน" ช่วยสอดส่องดูแลแทนเราได้
 
- การข่มขู่ หรือบังคับนักท่องเที่ยวให้ซื้อสินค้า มีแนวทางแก้ปัญหาอย่างไร
 
             ที่ผ่านมา มีการทำความเข้าใจกับผู้ประกอบการไม่ให้ไปยัดเยียดสินค้า ขายของราคาแพง รวมถึงมีประเภทที่ให้เช่าเจ็ตสกี แล้วจะมีคนแกล้งไปชนเมื่อเจ็ตสกีที่เช่ามีรอย ผู้ให้เช่าก็มาเรียกร้องกับนักท่องเที่ยวเป็นหมื่นเป็นพัน ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่สมควร อย่างล่าสุดเกิดขึ้นกับนักท่องเที่ยวกรุ๊ปทัวร์ชาวจีนที่เกาะล้านนั้นที่มีการข่มขู่จนนักท่องเที่ยว มีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง แต่ทุกวันนี้ การหลอกลวงพวกที่มาเป็นกรุ๊ปทัวร์นั้นค่อนข้างยาก เพราะเขาจะมีไกด์มาด้วย และถ้าเขาถูกเอารัดเอาเปรียบก็อาจจะเกิดการทะเลาะวิวาทกันได้
 
             ในวันนี้ชุมชนเริ่มเข้ามาช่วยแก้ปัญหาแล้ว พวกเขาเริ่มคุยกันแล้วว่า ถ้าไม่ช่วยแก้ไขปัญหาเสียตอนนี้ จะสายเกินไป เพราะพัทยากำลังมีคู่แข่ง อย่างเมืองดานัง ประเทศเวียดนาม เพียงแต่เราได้เปรียบกว่า เพราะพัทยามีชื่อเสียงระดับโลก ผมว่าถ้าเราปรับปรุงเสียหน่อยก็น่าจะเรียกนักท่องเที่ยวกลับมาได้ อย่างกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ไม่ชอบแสงสี ควรมีวอล์กกิ้งสตรีทที่เดินช็อปปิ้งได้ทั้งคืนและปลอดภัย นักท่องเที่ยวดีๆ เขาจะได้มีทางเลือก ตอนนี้หลายฝ่ายกำลังหารือกันอยู่
 
- กรณีปัญหายาเสพติด อาจมีตำรวจบางนายเข้าไปยุ่งเกี่ยว
 
             สิ่งที่เน้นย้ำตำรวจว่าห้ามไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดห้ามเกี่ยวข้องกับการรับผลประโยชน์หรือไปเป็นเบื้องหลังเด็ดขาด และเราจะเน้นย้ำกับตำรวจที่จะเลื่อนยศจากดาบเป็นนายร้อยว่า เหลืออีกไม่กี่ปีที่จะได้ทำงานตรงนี้หลายคนก็จะเกษียณ ถ้าวันนี้เรายังมีโอกาสเร่งรัดจับกุมควรจะรีบทำ ถ้าไม่แก้ปัญหาตรงนี้แล้วลูกหลานเราในอนาคตคงไม่รอดพ้นยาเสพติดและวันที่เราเกษียณแล้วเราจะเสียดายว่าตอนที่มีโอกาสนั้นไม่ช่วยกำจัดสิ่งเหล่านี้ให้หมดไป ตอนนี้เราทำอะไรได้ก็ขอให้ทำ ใครมีความสามารถด้านการสอนให้ความรู้นักเรียนก็ไปอบรมเป็นครูตำรวจ D.A.R.E. ใครเก่งด้านการหาข่าวชี้เป้าก็มาช่วยกัน
 
- อยากเห็นสิ่งใดเกิดขึ้นมากที่สุด
 
              ขณะนี้ปัญหายาเสพติดเริ่มจะเบาบางลง เพราะเมื่อยาเสพติดเบาลงปัญหาอื่นๆ ก็จะลดลงด้วย สิ่งที่อยากให้เห็นมากที่สุด คือ ความรู้สึกปลอดภัยของนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวภาคตะวันออก จากที่เคยรู้สึกว่าเป็นแหล่งที่เต็มไปด้วยอิทธิพล มีการทำร้ายข่มขู่ วิ่งราวทรัพย์นักท่องเที่ยวหรือเป็นแหล่งรวมกันของแก๊งคนร้ายข้ามชาติ ตำรวจจะเรียกความเชื่อมั่นตรงนั้นกลับมาให้ได้อีกครั้ง ตอนนี้แก๊งอาชญากรรมข้ามชาติต่างๆ เริ่มรู้แล้วว่า ประชาชนและตำรวจในพื้นที่จับตามองพวกเขาอยู่ ก็จะเริ่มเปลี่ยนเป้าหมายการกระทำผิด และเชื่อว่าแหล่งท่องเที่ยวอย่างพัทยาจะต้องดีขึ้น

จับตา...อาชญากรรมข้ามชาติ 6 กลุ่ม
 
             หลังจากศูนย์ประสานงานป้องกันปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติตำรวจภูธร ภาค 2 จัดตั้งขึ้นในเมืองพัทยา จ.ชลบุรี ได้รวบรวมข้อมูลจากหน่วยต่างๆ อาทิ ตำรวจภูธรภาค 1-9, ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง, ตำรวจปราบปรามยาเสพติด, กองบัญชาการสอบสวนกลาง, กองการต่างประเทศ และตำรวจสันติบาล เพื่อเฝ้าระวัง 6 กลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติ ที่มักเข้ามาก่อเหตุในประเทศไทย ดังนี้  
           
              - กลุ่มชาวจีน, ไต้หวัน และเกาหลีใต้ :  มีพฤติการณ์ตั้งแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยจะนิยมเช่าบ้านหรูในประเทศไทย เพื่อตั้งเป็นสำนักงานคอลเซ็นเตอร์ หลอกลวงผู้เสียหายที่อยู่ต่างประเทศ ซึ่งมีคนไทยร่วมกระบวนการคอยหาบ้านเช่า, เช่าระบบสัญญาณอินเทอร์เน็ต และเปิดบัญชีธนาคาร เป็นต้น
           
             - กลุ่มชาวฝรั่งเศส : มีพฤติการณ์ขโมยข้อมูลบัตรอิเล็กทรอนิกส์ทั้งในไทยและต่างประเทศ ตามแหล่งท่องเที่ยวของเมืองไทย อย่าง เมืองพัทยา จ.ชลบุรี, ภูเก็ต, กรุงเทพฯ  เชียงใหม่ และเมืองสมุย จ.สุราษฎร์ธานี โดยจะคัดลอกข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์จากบัตรของผู้เสียหาย แล้วนำมาบันทึกใส่บัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอม แล้วกดเงินสดออกจากตู้บริการเงินด่วน เมื่อได้เงินสดมา จะแลกเป็นเงินสกุลต่างประเทศ ส่งกลับไปยังประเทศที่สามหรือประเทศของตัวเอง โดยจะได้ส่วนแบ่ง 30 เปอร์เซ็นต์
        
             - กลุ่มชาวรัสเซีย และลิทัวเนีย : มีพฤติการณ์ขโมยข้อมูลบัตรอิเล็กทรอนิกส์คล้ายกลุ่มแก๊งชาวฝรั่งเศส แต่มีชั้นเชิงเหนือว่าด้วยการใช้อุบายถ่ายสำเนาพาสปอร์ต เปลี่ยนชื่อในสำเนาพาสปอร์ตให้ตรงกับบัตรปลอม แล้วนำไปรูดซื้อเพชร ทองคำ เงินสด เมื่อได้ของมีค่ามาแล้ว เปลี่ยนเป็นเงินสด ส่งกลับประเทศของตัวเอง
       
             -กลุ่มอเมริกาใต้ :  มีพฤติการณ์เข้ามาประเทศไทยมาเป็นกลุ่มโดยสายการบินเดียวกัน พักอาศัยอยู่ในแถบเมืองท่องเที่ยวของประเทศไทย เช่ารถยนต์ และขับรถตระเวนหาบ้านพักที่ไม่มีคนอยู่ตลอด เพื่อเข้าไปยกเซฟ และขโมยทรัพย์สินมีค่าต่างๆ (กล้อง โน้ตบุ๊ก เสื้อผ้า นาฬิกา รองเท้า) ส่งกลับไปขายประเทศที่สาม โดยใช้วิธีส่งพัสดุข้ามประเทศ
  
             - กลุ่มแอฟริกา (เงินดำ) : มีพฤติการณ์หลอกลวงผู้เสียหายทั้งคนไทย และคนต่างชาติ โดยทำงานกันเป็นทีม แบ่งหน้าที่กันชัดเจน โดยอ้างว่า พวกเขามีธนบัตรเยอะมาก แต่ถูกทำสีดำไว้ ไม่สามารถใช้ได้ ต้องใช้น้ำยาพิเศษในการล้าง ซึ่งค่าน้ำยาแพงมาก โดยผู้เสียหายถูกหลอกให้เชื่อว่าเป็นเงินจริงๆ จนเกิดความโลภและตกเป็นเหยื่อในที่สุด
        
             -กลุ่มเชชเนีย : มีพฤติการณ์อุ้มฆ่า


................

(หมายเหตุ : 'พลังมวลชน'เปลี่ยน...เมืองพัทยา : สัมภาษณ์พิเศษ พล.ต.ท.ปัญญา มาเม่น  ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 โดย พัฐอร พิจารณ์โสภณ : เรื่อง ธนาชัย ประมาณพาณิชย์ : ภาพ)