ข่าว

สวยหล่อได้...ไม่เสียรู้

สวยหล่อได้...ไม่เสียรู้

17 มี.ค. 2555

สวยหล่อได้...ไม่เสียรู้

          การแต่งเสริมเติมสวยหล่อ... หรือเรียกตามภาษาที่เข้าใจง่ายๆ ว่า "ศัลยกรรม" ไม่ใช่เรื่องใหม่ในสังคมไทย และนับวันจะมีวิทยาการใหม่ๆ วิ่งเข้าใส่ผู้ที่อยากดูดีอยู่ตลอดเวลา ที่กำลังได้รับความนิยมอยู่ขณะนี้นอกจากการ "พึ่งมีดหมอ" นั่นคือการเสริมความงามผ่านปลายเข็ม ไม่ว่าจะเป็น "ฟิลเลอร์ (Filler)", "โบท็อกซ์ (Botox)" และ "กลูต้า ไธโอน (Glutathione) ใครเข้ารับบริการอย่างถูกต้อง น่าเชื่อถือ ก็ได้สวยสมใจอย่างปลอดภัย ตรงข้ามกับบริการ "ฉีด" ตามที่ลับอย่างห้องพัก รถตู้ หรือมุมตึก ผลลัพธ์ที่ได้อาจ "ดูดี" ชั่วครู่ แต่ "ดูน่าอนาถ" แบบถาวร...

          สวยหล่ออย่างไร ถึงจะเรียกว่า "ปลอดภัย และได้ (อย่าง) คุ้มเสีย" คุณแม่ยังสวย "ติ๊ก" วิลาสิณี พรประเสริฐถาวร มองการทำศัลยกรรมเพื่อความงามว่า คนที่ตัดสินใจทำต้องลงทุนเพื่อความดูดี แต่ศัลยกรรมเถื่อนอาจไม่ทำให้ดูดีขึ้น เพราะเครื่องมือแพทย์และอุปกรณ์ต่างๆ อาจจะไม่ได้มาตรฐาน จึงเป็นการลงทุนที่ได้ไม่คุ้มเสีย สำหรับตัวเองนั้นเคยคิดที่จะทำศัลยกรรมเหมือนกัน แต่ขอให้อายุมากกว่านี้ประมาณเลข 4 เพราะถึงตอนนั้นอาจจะมีปัญหาหนังตาตก ซึ่งเป็นกรรมพันธุ์ที่มาจากคุณแม่ ตอนนี้ขอใช้วิธีรักษาสิ่งที่มีอยู่ให้ดีที่สุดก่อน 

          "ถ้าติ๊กคิดทำศัลยกรรม สิ่งแรกเลยต้องศึกษาหาข้อมูลเรื่องเหล่านี้ให้มากที่สุด ตั้งแต่สถานที่ อุปกรณ์เครื่องมือแพทย์ปลอดภัยแค่ไหน บุคลากรมีความเชี่ยวชาญหรือเปล่า ตรงนี้อาจจะทำให้เราต้องจ่ายแพงสักหน่อย แต่สร้างความมั่นใจหลังการทำได้มากขึ้น เดี๋ยวนี้เด็กๆ เริ่มหันมาทำศัลยกรรมกันมากขึ้น จริงอยู่เป็นสิทธิส่วนบุคคล แต่ก็ต้องปรึกษาผู้ใหญ่โดยเฉพาะพ่อแม่ผู้ปกครองเพื่อขอคำแนะนำ ถึงอย่างไรติ๊กเชื่อว่าพ่อแม่ทุกคนย่อมอยากจะให้ลูกดูดีสวยแบบปลอดภัยอยู่แล้ว" ติ๊ก แจกแจง 

          เช่นเดียวกับเวิร์กกิ้งวูแมน "หนึ่ง" วาชินี ไกรฤกษ์ เล่าว่า เคยมีเพื่อนทำศัลยกรรมราคาถูกและชักชวนตัวเองด้วย แต่เมื่อพิจารณาถึงความปลอดภัยและความสะอาดแล้ว รู้สึกว่าไม่คุ้มที่จะพาตัวเองเข้าไปเสี่ยงกับศัลยกรรมราคาถูก แม้จะได้รับการยืนยันจากผู้ที่เคยทำมาก่อนแล้วว่า ปลอดภัยและดูดีเหมือนกับการทำศัลยกรรมราคาแพง จึงอยากเตือนผู้ที่อยากสวยแบบทันใจว่าการเสพติดศัลยกรรมไม่ใช่เรื่องผิด แต่หากทุกครั้งที่มองกระจกแล้วรู้สึกไม่พอใจในสิ่งที่ตัวเองมี ต้องไปทำตรงนั้นนิดตรงนี้หน่อยจนหน้าหลอกจากความเป็นจริงก็คงไม่น่าพิสมัย บางรายกลายเป็นว่าก่อนทำดูดีกว่าหลังทำเสียอีก 

          แต่สำหรับผู้ที่มีประสบการณ์ตรง คงมีเหตุและผลในการตัดสินใจ "แจน" ศิรนุช โรจนเสถียร พิธีกรและสาวสังคม ยอมรับว่า เพิ่งจะไปร้อยหน้าด้วยไหมเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แต่ก่อนจะทำได้ศึกษาพอสมควรเกี่ยวกับตัวยาที่จะใช้ แพทย์ที่จะทำให้ รวมถึงคลินิกที่เลือกใช้บริการ แล้วก็ต้องตรวจสอบหลายครั้งเพื่อความมั่นใจ   

          "เคยร้อยไหมมาครั้งหนึ่งที่เกาหลี แต่ครั้งนั้นพอทำเสร็จแล้วรู้สึกเหมือนหน้าโดนตบมาเลย ครั้งนี้หลังจากศึกษาและปรึกษากับคุณหมอหลายครั้งก็มั่นใจ ซึ่งทุกครั้งที่แจนเสริมความงามต้องถามก่อนเลยว่าใช้ยาอะไร ผ่าน อย.หรือเปล่า คุณหมอมีใบรับรองถูกต้องหรือไม่ และที่สำคัญคลินิกที่เปิดนั้นถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ จากกรณีที่เป็นข่าวมีการจับกุมผู้ที่รับฉีดสารเสริมความงามให้ตามที่ต่างๆ แจนบอกได้เลยว่าไม่สมควรที่จะไปทำอย่างยิ่งและผิดกฎหมายด้วย ที่สำคัญไม่ปลอดภัยเลยสำหรับผู้ทำ น่ากลัวมาก" สาวสังคมผู้รักความงาม แบ่งปันประสบการณ์

          ขณะที่สจ๊วตหนุ่มสายการบินต่างประเทศแห่งหนึ่ง "ซัน" ภัทรพล มีสุข ให้เหตุผลในการเลือกฉีกโบท็อกซ์บนใบหน้าว่า ทำเพื่อต้องการเสริมบุคลิกภาพที่ดีในหน้าที่การงานเป็นหลักสำคัญ แต่ก่อนตัดสินใจทำได้ศึกษาวิธีการ ข้อดีและข้อเสียจากอินเทอร์เน็ตก่อน จากนั้นจึงปรึกษาแพทย์ที่น่าเชื่อถือ สอบถามถึงตัวยาที่ใช้ฉีดเข้าไปบนใบหน้าว่าจะมีผลอย่างไร มีใบรับรองหรือไม่ แม้การเลือกใช้บริการของคลินิกหรือโรงพยาบาลที่มีคุณภาพจะจ่ายแพงกว่าแต่ก็ทำให้สบายใจ ไม่ต้องเสี่ยงหน้าพังเหมือนการพึ่งหมอเถื่อน 

          "บางครั้งเห็นเด็กๆ อายุประมาณ 15-16 พาผู้ปกครองมาเซ็นใบรับรองให้คุณหมอทำจมูกให้ทั้งวิธีผ่าตัดและฉีดฟิลเลอร์ ซึ่งเราก็ไม่เคยเห็นด้วยเลย เพราะเด็กๆ สรีระร่างกายยังไม่เปลี่ยนแปลงเต็มที่น่าจะรอก่อน ถ้าโตถึงวัยทำงานแล้วยังไม่โอเคก็ค่อยมาทำ ควรใช้เวลาให้คุ้มกับสภาวะตัวเองจะดีกว่า เด็กบางคนที่คุณหมอไม่ยอมทำให้ก็ร้องไห้งอแงจนผู้ปกครองต้องขอโทษหมอ แต่ความจริงเรื่องนี้ผู้ปกครองควรอธิบายให้ลูกๆ เข้าใจถึงเรื่องสรีระและความสมวัยมากกว่า อย่าตามใจลูกในทางนี้เลย" สจ๊วตหนุ่ม ให้ความเห็น      

          บางครั้งแรงขับทางความต้องการอาจอยู่เหนือ "สติ" จนไม่เท่าทัน การระแวดระวังเบื้องต้น จึงน่าจะเป็นวิธีกรองภัยก่อนที่จะเสียหายมากกว่าได้สวย ซึ่งผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงาม "คุณหมอแวนด้า" พญ.ศิริวรรณ ตั้งเจริญชัยชนะ จากเฮลท์ อะเวนิว คลินิก ให้ความเห็นว่า ผู้ให้บริการฉีดสารเพื่อความงามที่ตกเป็นข่าวอาจจะรู้จักหลักในการรักษาเบื้องต้น แต่ยาที่ใช้มาจากไหนตรวจสอบไม่ได้ ดังนั้นเรื่องความปลอดภัยเป็นเรื่องสำคัญที่ผู้ใช้บริการต้องคำนึงถึงเป็นอันดับแรก รวมทั้งการให้บริการฉีดเสริมความงามนอกสถานที่ย่อมมีความเสี่ยงมาก เพราะไม่มีเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่จะสามารถช่วยเหลือได้ทันหากเกิดอาการแพ้ยาขึ้น 

          "หลายคนอาจมองว่าผู้ที่มาฉีดให้เป็นผู้มีวิชาชีพทางการแพทย์ ไม่ว่าจะเป็นพยาบาลหรือหมอ แต่เมื่อเลือกที่จะใช้บริการนอกสถานที่เป็นเรื่องที่ต้องคิดให้มาก เพราะความปลอดภัยของคุณต้องมาก่อน จะมาบอกว่าถูกกว่าไม่ได้ เพราะถ้าเกิดอาการข้างเคียงจะมาโทษใครไม่ได้เลยและแก้ไขลำบากอาจถึงชีวิตก็ได้ ส่วนที่คลินิกเปิดให้บริการอย่างถูกต้องตามกฎหมายและมีผู้เชี่ยวชาญจากกระทรวงสาธารณสุขมาตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งเครื่องมือแพทย์ก็ถูกต้องและปลอดภัย คุณหมอก็เป็นผู้เชี่ยวชาญที่จะให้คำปรึกษาอย่างเต็มที่ และละเอียดรอบคอบ ดังนั้นผู้ทำก็ต้องเลือกอย่างถูกต้องว่าอยากมีความเสี่ยงหรือมีความปลอดภัย จะได้สวยอย่างสมบูรณ์แบบ" ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง ให้คำแนะนำ 

          จริงอยู่ความอยากดูดีเป็นเรื่องส่วนตัว แต่หากไม่ระวัง จากที่คาดว่าจะสวยสมใจก็อาจถึง "ฆาต" ก่อนเวลาอันควรได้....

 

 

----------

(หมายเหตุ : สกู๊ป : สวยหล่อได้...ไม่เสียรู้)

----------