ข่าว

เปิดโลกวันอาทิตย์:'โคนี'สื่อใหม่-ลวงโลก

เปิดโลกวันอาทิตย์:'โคนี'สื่อใหม่-ลวงโลก

18 มี.ค. 2555

เปิดโลกวันอาทิตย์ : 'โคนี 2012' : พลังสื่อใหม่หรือการลวงโลกผ่านยูทูบ โดย...บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์

                  สำหรับสาวกทวิตภพตัวจริง น้อยรายนักที่จะตกขบวนยังไม่ได้คลิกเข้าไปชมวิดิโอคลิป KONY 2012 คลิปดังที่สุดในรอบเดือนที่มีคนคลิกเข้าไปดูมากเป็นประวัติการณ์ หลังจากโพสต์ลงยูทูบครั้งแรกเมื่อวันที่ 6 มีนาคมที่ผ่านมา ปรากฏว่าแค่ช่วง 3 วันแรกมียอดคนคลิกเข้าไปชมแล้วกว่า 26 ล้านครั้ง เพิ่มเป็นกว่า 43 ล้านครั้งภายในเวลา 4 วัน จนถึงขณะนี้คาดว่ามีคนคลิกเข้าไปชมมากกว่า 80 ล้านครั้งแล้ว

                 ที่น่าจะบันทึกไว้เป็นประวัติศาสตร์หน้าหนึ่งของสังคมทวิตภพก็คือคนที่คลิกเข้าไปชมส่วนใหญ่เป็นเยาวชนหนุ่มสาวในแดนดินถิ่นอินทรีอเมริกา ซึ่งปกติจะมีโลกส่วนตัวของตัวเอง แต่ครั้งนี้กลับยอมออกจากกระดองเต่าเข้าไปติดตามคลิป โคนี 2012 จนมีความรอบรู้มากขึ้นในเรื่องที่ตัวเองหรือประชากรส่วนใหญ่ในโลกแทบไม่ให้ความสนใจมาก่อน

                  จากข้อมูลของยูทูบระบุว่า วิดีโอชุดนี้ป๊อปปูลาร์มากในกลุ่มเยาวชนทั้งหญิง-ชายอายุระหว่าง 13-24 ปี ส่วนหนึ่งอาจเป็นผลจากการช่วยกระพือผ่านทวิตเตอร์และผ่านคนดังที่ร่วมกันบอกต่อ ไม่ว่าจะเป็นโอปราห์ วินฟรีย์, จัสติน บีเบอร์, ริฮานนา หรือ มีอา ฟาร์โรว์


โคนี 2012 เปิดเวทีสื่อสังคมร่วมไล่ล่าฆาตกรโหด

                  วิดีโอคลิปที่มีความยาว 30 นาทีนี้ เป็นฝีมือการถ่ายทำของกลุ่มผู้ผลิตภาพยนตร์หลายคน ซึ่งทำงานอยู่ที่อูกันดาที่เรียกตัวเองว่า Invisible Children หรือ "กลุ่มเด็กที่หายไป" ตั้งขึ้นเมื่อปี 2547 มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองซานดิเอโก รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐ 

                  กลุ่มนี้ได้ใช้โซเชียลเน็ตเวิร์ก เป็นเครื่องมือบอกเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริง ไม่อิงนิยาย หรือไม่ใช่การโฆษณาชวนเชื่อ เพื่อ “ระดมคนทั้งโลกเข้าด้วยกัน” ให้ร่วมกันไล่ล่าและจับกุมฆาตกรโหดที่ลักพาเด็กไปเป็นทหารเด็กและทาสบำเรอกาม โดยไม่ปล่อยให้ลอยนวลหรือเสวยสุขเหมือนผู้นำทรราชส่วนใหญ่ หรือทำตัวเฉยราวกับธุระไม่ใช่ เหมือนคราวที่โลกได้ปล่อยให้อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ผู้นำนาซีเยอรมันสังหารโหดชาวยิวถึง 6 ล้านคนในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 หรือให้รัฐบาลเขมรแดงเข่นฆ่าสังหารพี่น้องร่วมชาตินับล้านคน เพียงเพราะมีผลประโยชน์ทางการเมืองอุดปากอยู่

                  ผู้ที่ตกเป็นเป้าไล่ล่าและจับตัวไปขึ้นศาลอาญาระหว่างประเทศ ก็คือ โจเซฟ โคนี จอมอาชญากรสงครามชาวอูกันดาหลังศาลอาญาระหว่างประเทศได้ออกหมายจับนายโคนีและลูกน้องคนสนิทตั้งแต่ปี 2548 ในข้อหาก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ จากความโหดเหี้ยมวิปริตผิดมนุษย์มนาทั่วไป จนถูกตราหน้าว่าเป็นหนึ่งในขุนศึกหรือผู้ก่อการร้ายที่เลวร้ายที่สุดในโลก ยิ่งกว่า อีดี้ อามิน ผู้เป็นต้นแบบสุดยอดผู้นำหฤโหดแห่งอูกันดาเมื่อร่วมครึ่งศตวรรษที่แล้วเสียอีก

                   วิดีโอคลิป “โคนี 2012” เปิดโปงเรื่องที่โจเซฟ โคนี ขุนศึกใหญ่ผู้เป็นผู้นำกลุ่ม “กองทัพต่อต้านของพระเจ้า” (แอลอาร์เอ) ที่เปิดฉากทำสงครามกลางเมืองกับรัฐบาลในพื้นที่ตอนเหนือของประเทศมานานกว่า 20 ปี โดยเรียกร้องให้นำบัญญัติ 10 ประการในพระคัมภีร์ไบเบิล และสิทธิของกลุ่มชาติพันธุ์ อาโชลี เป็นเสาหลักในการบริหารประเทศ

                   คลิปนี้เผยว่า ระหว่างที่สงครามกลางเมืองเป็นไปอย่างดุเดือด โคนีและกองกำลังแอลอาร์เอได้ลักพาตัวเด็กกว่า 3 หมื่นคน บังคับให้เด็กชายเป็นทหารเด็ก ส่วนเด็กหญิงที่ถูกลักพาตัวกลายเป็นทาสบำเรอกาม

                   ที่น่าเศร้าสลดใจก็คือ เด็กไร้เดียงสาเหล่านั้นถูกบังคับให้กลายเป็นหุ่นยนต์ที่ไร้จิตใจ ไร้วิญญาณ ถูกบังคับให้ฆ่าแม้กระทั่งพ่อแม่ของตัวเอง ต้องฆ่าคนอื่นเพื่อไม่ให้ตัวเองถูกฆ่าหรือถูกทรมานจนพิกลพิการ

                   นอกเหนือจากเผยแพร่เรื่องจริงผ่านสื่อออนไลน์แล้ว กลุ่มอินวิสิเบิล ชิลเดรน ยังได้เข้าไปฟื้นฟูเหยื่อและสถานที่ต่างๆ ที่โคนีเคยฝากฝีมือไว้โดยอาศัยเงินบริจาคจากบรรดาสาวกทวิตภพ เช่น สร้างเครือข่ายวิทยุคอยติดตามตรวจสอบการเคลื่อนไหวของแอลอาร์เอ การช่วยเหลือเด็กและครอบครัวที่ไร้ที่อยู่อาศัย สร้างโรงเรียน หรือจัดกิจกรรมให้กำลังใจเหยื่อเหล่านั้น เป็นต้น

                   กลุ่มนี้อ้างด้วยว่า ผลจากการล็อบบี้ส.ส.ในรัฐสภา ทำให้ประธานาธิบดีบารัก โอบามา ตัดสินใจเมื่อเดือนตุลาคม ปีที่แล้ว ส่งที่ปรึกษาทหารราว 100 คน ไปช่วยรัฐบาลอูกันดาไล่ล่านายโคนี แต่จนแล้วจนรอดอาชญากรโหดผู้นี้ก็ยังลอยนวลหลังหลบหนีออกนอกประเทศมานาน 6 ปีแล้ว


ดาบสองคม-จุดอ่อนและจุดแข็งของสื่อใหม่

                  แม้ว่าคลิปวิดีโอนี้จะเป็นคลิปดังมีคนคลิกเข้าไปชมมากเป็นประวัติการณ์ แต่ปรากฏว่ามีทั้งคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยมากพอๆ กัน นายลูอิส โมเรโน โอคัมโป อัยการสูงสุดของศาลอาญาระหว่างประเทศ (ไอซีซี) ได้กล่าวสนับสนุนโครงการรณรงค์ผ่านโซเชียลมีเดียของกลุ่มนี้ โดยเฉพาะการสามารถกระตุ้นบรรดาเด็กและเยาวชนให้ตระหนักถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในโลกที่ตัวเองไม่เคยรับรู้มาก่อน

                  “โลกเริ่มเคลื่อนไหว เมื่ออดอล์ฟ ฮิตเลอร์ หรือกัดดาฟี ก่ออาช

                   ญากรรมร้ายแรง แต่ไม่มีใครรู้จัก โจเซฟ โคนี เพราะเขาไม่ได้ฆ่าคนในปารีส หรือลอนดอน เยอรมนี หรือนิวยอร์ก ...แต่อินวิสิเบิล ชิลเดรน กลับสนใจและกำลังส่งต่อถึงคนทั้งโลก...กลวิธีที่ทำให้โคนีเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกนี้จะช่วยยกระดับความยุติธรรมระหว่างประเทศได้”

                   อย่างไรก็ตาม ทั้งสื่อ นักวิชาการและนักวิจารณ์จำนวนไม่น้อยไม่ได้มองคลิปนี้ในแง่ดีไปทั้งหมด หลังจากสามารถจับผิดและพบพิรุธหลายอย่าง จนมีการตั้งคำถามถึงเนื้อหาในคลิปว่าไม่ได้สะท้อนภาพความจริงทั้งหมดที่เกิดขึ้น มีการปกปิดและบิดเบือนความจริงบางประการ อาทิ ตัวตนแท้จริงของโคนีและแอลอาร์เอ ซึ่งก็คือกลุ่มคริสเตียนสุดโต่ง ความโหดร้ายของทหารรัฐบาลอูกันดาผู้สนับสนุนโครงการจัดทำวิดีโอคลิปชุดนี้

                   ดังนั้น คลิปนี้จึงเป็นการบิดเบือนสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในประเทศนี้โดยเฉพาะการจงใจให้ข้อมูลที่เกินเลยความจริงไปมากเกี่ยวกับจำนวนเด็กที่ถูกลักพาตัวและถูกฆ่า โดยมุ่งเน้นแต่ภาพชีวิตซึ่งสามารถเรียกอารมณ์ร่วมจากผู้ชมได้ทันที เช่นการฝึกเด็กไปเป็นทหาร ภาพการทรมานเด็กอย่างโหดร้ายทารุณ

                   การบอกความจริงไม่หมด ทำให้คนดูเข้าใจไขว้เขวหรือเข้าใจผิดได้ เพราะจริงๆ แล้วโคนีไม่ใช่คนแรกและคงไม่ใช่คนสุดท้ายที่ตั้งกองทัพเด็กขึ้นมาในพื้นที่ที่มีความขัดแย้งทั่วโลก แม้กระทั่งชนกลุ่มน้อยพม่า อดีตกบฏพยัคฑ์ทมิฬในศรีลังกา อดีตกบฏเหมาอิสต์ในเนปาล รวมไปถึงรัฐบาลอูกันดาเองก็มีรายงานว่าใช้ทหารเด็กเช่นกัน

                   หลายคนยังตั้งคำถามไกลไปถึงเบื้องหน้าเบื้องหลังการทำคลิปวิดีโอชุดนี้ว่าลับลมคมในอะไรหรือไม่ ในเมื่อกองทัพพระเจ้าของโคนีถูกผลักออกจากอูกันดามาหลายปีแล้ว จนต้องหลบไปปฏิบัติการอยู่ตามแนวตะเข็บสาธารณรัฐคองโก ซูดานใต้ และสาธารณรัฐแอฟริกากลาง ในส่วนของโคนีนั้นเชื่อว่ายังคงกบดานอยู่ที่คองโกและยังไม่เลิกนิสัยโหดเหี้ยม โดยได้เข่นฆ่าสังหารผู้บริสุทธิ์ 620 คน ลักพาตัวอีก 120 คน ระหว่างเดือนธันวาคม 2552-มกราคม 2553

                   และทั้งๆ ที่โคนีหนีออกจากอูกันดาไปคองโกตั้ง 6 ปีแล้ว เหตุใดกลุ่มอินวิสิเบิล ชิลเดรน จึงเพิ่งจัดทำสารคดีชุดนี้และเหตุใดนายโอบามาจึงเพิ่งจะตัดสินใจส่งหน่วยปฏิบัติการพิเศษไปไล่ล่าอาชญากรสงครามผู้นี้ เป็นความสำเร็จของกลุ่มนี้ที่สามารถล็อบบี้ให้รัฐบาลรับปากจะไปช่วยปลดปล่อยอูกันดาจริงหรือ

                   หรือเบื้องหลังเป็นเพราะเห็นขุมทรัพย์มหาศาลลอยอยู่ตรงหน้า หลังจากมีการขุดพบน้ำมันดิบปริมาณ 1.2 พันล้านบาร์เรล ที่อูกันดา เมื่อปี 2549 และเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา เพิ่งมีการยืนยันว่าพบเพิ่มอีก 2.5 พันล้านบาร์เรล นี่ใช่เป็นสาเหตุแท้จริงที่สหรัฐขยับตัวหรือไม่

                   นอกจากนี้ ยังมีคนตั้งข้อสังเกตว่าโลกนี้เต็มไปด้วยสุดยอดคนชั่วร้ายอีกมากมาย โคนีเป็นเพียงแค่หนึ่งในจำนวนนั้น แต่กลุ่มนี้กลับละเลยไม่พูดถึง โดยเฉพาะคนชั่วในรัฐสภาในหลายประเทศๆที่สั่งฆ่าคนจำนวนมากอย่างเลือดเย็น อย่างเช่นส่งทหารไปบุกยึดอัฟกานิสถานและอิรัก ทำให้เด็กอิรักราว 5 ล้านคนกลายเป็นเด็กกำพร้า แต่ความจริงของพวกฆาตกรสวมสูทที่แพร่อยู่ในยูทูบกลับมีคนดูอย่างเก่งแค่ 5,000 คนเท่านั้น

                  ที่สำคัญก็คือ หลายคนได้ตั้งคำถามเกี่ยวกับความน่าเชื่อถือในเรื่องการใช้เงินบริจาคคนละ 30 ดอลลาร์ (ราว 900 บาท) ของอินวิสิเบิล ชิลเดรน ซึ่งปีที่แล้วกลุ่มนี้ได้ใช้เงินไป 8,676,614 ดอลลาร์ (หรือกว่า 26 ล้านบาท) ในจำนวนนี้เจียดเป็นค่าใช้จ่ายในการไล่ล่าโคนีตามที่ประกาศไว้แค่ 32 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ที่เหลืออีกราว 70 เปอร์เซ็นต์เป็นเงินเดือนของเจ้าหน้าที่ ค่าเดินทางและค่าถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้

                  หลายคนอดสงสัยไม่ได้ว่า วิดีโอคลิปนี้จะสามารถเปลี่ยนโลกได้หรือไม่ หลังจากสามารถสร้างปรากฏการณ์ที่สื่อกระแสหลักอย่างหนังสือพิมพ์ไม่สามารถทำได้ โดยอาศัยจุดแข็งของสื่อใหม่ที่สามารถแพร่กระจายข่าวได้รวดเร็วยิ่งกว่าไฟลามทุ่ง โดยเฉพาะการดึงเด็กวัยรุ่นที่ไม่เคยสนใจอะไรมาก่อนนอกจากตัวเอง ให้รู้จักสนใจเรื่องราวภายนอกบ้าง พร้อมๆ ไปกับสะท้อนถึงจุดอ่อนของสื่อใหม่ที่ยังต้องตรวจสอบข้อมูลอยู่อีกมาก

                 นักวิชาการและนักการเมืองอูกันดาหลายคนให้ความเห็นตบท้ายว่าคลิปนี้อาจจะช่วยได้มากกว่านี้ถ้าหากทำเร็วกว่านี้สัก 6 ปี นักวิชาการคนหนึ่งถึงกับตั้งคำถามว่า “พวกเขาต้องการทำให้โคนีดัง แล้วใครกันแน่ที่กำลังดังอยู่ในตอนนี้... ไม่เข้าใจว่าการทำให้โคนีดังจะมีประโยชน์อะไรต่อชาวบ้านที่เดือดร้อนมาตลอด”


.....................................
(เปิดโลกวันอาทิตย์ : 'โคนี 2012' : พลังสื่อใหม่หรือการลวงโลกผ่านยูทูบ โดย...บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์)