
'โอบามา'แสดงนำหนังหาเสียงชิงปธน.
"บารัค โอบามา" ผู้นำสหรัฐแสดงเป็นพระเอกหนังหาเสียงขเตรียมสู้ศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีอีกสมัย บรรยายโดย "ทอม แฮงค์" ไม่พลาดฉากตอนติดตามสังหาร "บิน ลาเดน" กำกับโดยผู้กำกับเจ้าของรางวัลออสการ์ "เดวิส กุกเก้นไฮม์"
16มีนาคม2555 นายบารัค โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐ เตรียมสู้ศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีอย่างเข้มข้นด้วยการผันตัวเองเข้าสู่วงการภาพยนตร์ที่สร้างขึ้นเพื่อยกย่องเขา ในฐานะประธานาธิบดีผู้มีการตัดสินใจที่เด็ดเดี่ยว ในการฉุดประเทศชาติที่กำลังบอบช้ำออกจากวิกฤติ
ภาพยนตร์ซึ่งมีความยาว 17 นาที ให้เสียงบรรยายโดย "ทอม แฮงค์" เต็มไปด้วยภาพแสดงสีหน้าครุ่นคิดของประธานาธิบดีโอบามา และหลักฐานที่แสดงให้เห็นถึงความอดทนของเขาที่มาจากผู้สนับสนุนที่สำคัญอย่าง อดีตประธานาธิบดีบิล คลินตัน , รองประธานาธิบดีโจไบเดน และเหล่าที่ปรึกษาระดับสูง
ภาพยนตร์เรื่องนี้ ที่มีชื่อว่า "เดอะ โร้ด วี'ฟ แทรเวิล" (The Road We've Traveled) เปิดฉากแรกด้วยภาพฉลองชัยอันน่าปลาบปลื้ม ที่นครชิคาโก เมื่อปี 2551 เพื่อจะฟื้นความหลังของความหวังและความคาดหวังขึ้นมาอีกครั้ง โดยมีเสียง "ทอม แฮงค์" บรรยายว่า ถึงเวลาอีกครั้งที่เราจะเห็นรางวัลที่เกิดจากการตัดสินใจที่เด็ดเดี่ยวของเขา ที่ไม่ได้หวังผลทางการเมืองอันรวดเร็ว แต่เพื่อความเปลี่ยนแปลงในระยะยาวและยั่งยืน เมื่อเรารำลึกถึงช่วงเวลานี้ และพิจารณาประธานาธิบดีคนนี้ ทั้งในอดีตและปัจจุบัน จงจดจำไว้ว่า เราได้มาและมองไปข้างหน้าเพื่องานที่ยังต้องทำให้สำเร็จ
ภาพยนตร์เรื่องนี้ กำกับโดยผู้กำกับเจ้าของรางวัลออสการ์ เดวิส กุกเก้นไฮม์ ผู้สร้างชื่อมาแล้วจากสารคดีด้านสิ่งแวดล้อมชื่อดังอย่าง " แอน อินคอนวีเนียนท์ ทรู้ธ " (An Inconvenient Truth)ซึ่งเนื้อหาของ เดอะ โร้ด วี'ฟ แทรเวิล มีจุดประสงค์เพื่อดึงคะแนนเสียงให้กับประธานาธิบดีโอบามา ที่บางทีอาจจะรู้สึกผิดหวังในตัวประธานาธิบดีไปบ้าง ให้หันมาต่อสู้ร่วมกับเขาอีกครั้งการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในเดือนพฤศจิกายน
ภาพยนตร์เรื่องนี้ พยายามเน้นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในการเป็นประธานาธิบดีของโอบามา เพื่อให้เกิดผลในทางบวกเกี่ยวกับนโยบายของเขา ทั้งในประเทศ เศรษฐกิจและความมั่นคงแห่งชาติ และมองข้ามปัญหาความขัดแย้งที่โหมกระหน่ำใส่เขาไปยั้ง นับตั้งแต่เป็นประธานาธิบดี ซึ่งแน่นอนว่า ฝ่ายรีพับลีกันจะเย้ยหยันว่า เป็นความพยายามอย่างยิ่งใหญ่ที่จะปิดบังความล้มเหลวอย่างน่าอนาถของฝ่ายบริหารของประธานาธิบดีโอบามา ที่ตัวเลขการว่างงานยังพุ่งกว่า 8.3 เปอร์เซ็นต์ และชาวอเมริกันจำนวนมากยังไม่ได้รู้สึกว่ามีการฟื้นตัวแต่อย่างใด
ในส่วนที่ถือว่ากระชากอารมณ์คนดูที่สุดของภาพยนตร์เรื่องนี้ ก็คือการตัดสินใจส่งกองกำลังชุดปฏิบัติการพิเศษหน่วยเนวี ซีล ล่วงล้ำเข้าไปในดินแดนปากีสถาน และสังหารโอซาม่า บินลาเดน ผู้นำเครือข่ายก่อการร้ายอัล ไกดา เมื่อเดือนพฤษภาคม ตอนที่ภาพยนตร์ตัดไปเป็นภาพขาวดำ แสดงให้เห็นประธานาธิบดีโอบามา ยืนอยู่ลำพังที่หน้าต่างในทำเนียบขาว ก็มีภาพของรองประธานาธิบดีโจ ไบเดน กำลังพูดประกอบว่า ถ้าเขาตัดสินใจผิด ตำแหน่งประธานาธิบดีของเขาก็มีอันจบเห่
มีเสียงของ"ทอม แฮงค์" บรรยายต่อไปว่า ความสำเร็จในการใช้ปฏิบัติการโจมตี เป็นบททดสอบสูงสุดของการเป็นผู้นำ เป็นชัยชนะของชาติและยังจะเป็นของคนอีกจำนวนมากด้วย มีเสียงของอดีตประธานาธิบดีคลินตัน ที่กล่าวว่า เขาเองก็หวังว่าจะตัดสินใจได้เฉียบขาดเช่นนี้เหมือนกันในฐานะของประธานาธิบดี
บรรดาที่ปรึกษาระดับสูงอีกหลายคน ต่างพากันพูดถึงประธานาธิบดีโอบามาว่า ต้องมารับมรดกจากเศรษฐกิจที่กำลังหัวใจวาย และจวนเจียนจะพังครืน หลังเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยครั้งเลวร้ายที่สุด นับจากทศวรรษที่ 1930 เป็นต้นมา จากนั้น เป็นเสียงของแฮงค์ ที่บรรยายว่าเมื่อเขาเผชิญหน้ากับประเทศชาติ ที่กำลังรอคำตอบจากเขา เขาจะไม่คำนึงถึงเสียงตำหนิติเตียน หรือแนวคิดเพ้อฝัน แต่จะตัดสินใจอย่างเด็ดขาด ซึ่งไม่ใช่แค่ทำเพื่อชาติ แต่มันได้เผยให้เห็นตัวตนของผู้ชายคนนี้ด้วย
ภาพยนตร์รณรงค์หาเสียงของประธานาธิบดีโอบามา ถูกเปิดตัวในช่วงที่เขาและรองประธานาธิบดีโจ ไบเดน ก้าวไปอีกระดับหนึ่ง ในช่วงที่ฝ่ายรีพับลีกันมั่ววุ่นวายอยู่กับการสรรหาตัวผู้ที่จะมาชิงชัยกับเขาในอีกหลายเดือนข้างหน้า โดยรองประธานาธิบดีไบเดน ได้ยกย่องเขา ที่กอบกู้บริษัทผลิตรถยนต์ ด้วยแพคเกจช่วยเหลือ 8 หมื่นล้านดอลล่าร์ ที่ถูกฝ่ายรีพับลีกันคัดค้านอย่างหนัก แต่ก็ช่วยให้อุตสาหกรรมรถยนต์ที่เป็นหน้าเป็นตาของสหรัฐ สามารถยืนขึ้นได้อีกครั้ง
(หมายเหตุ : ที่มา : http://www.youtube.com/watch?v=NXtJhLUOFXE)



