ข่าว

ศรรักสาวป.6เมืองดอกลำดวนปักอกนักธุรกิจ

ศรรักสาวป.6เมืองดอกลำดวนปักอกนักธุรกิจ

16 มี.ค. 2555

ศรรักสาว ป.6 เมืองดอกลำดวน ปักอกนักธุรกิจเศรษฐีนอร์เวย์ : คอลัมน์ เขยฝรั่ง สะใภ้อินเตอร์ : โดย...เสาวลักษ์ คงภัคพูน // พงษ์พัฒน์ ไตรพิพัฒน์

                 "ความรู้แค่ ป.6 เอง จะไปทำอะไรกิน" คำพูดของแม่ที่ดังก้องอยู่ในหัวของ "มณีรัตน์ วิเศษหมื่น"  ตั้งแต่เรียนจบชั้นประถมปีที่ 6 โรงเรียนบ้านหนองตะเคียน-ฮ่องขาด ต.จาน อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ จนปีนี้อายุ 35 ปีแล้ว คำพูดของแม่เมียง วิเศษหมื่น ที่วันนี้อายุ 73 ปียังดังก้องอยู่ในจิตใต้สำนึก นึกถึงทีไรก็เจ็บจี๊ดไปถึงหัวใจ

                  ชีวิตวัยเด็กของ "มณีรัตน์" เกิดในครอบครัวยากจน ไม่มีแม้เงินส่งให้ลูกเรียน เมื่อขาดโอกาสทางการศึกษาก็เท่ากับตัดขาดอนาคต "ทำนา" เป็นทางเลือกเดียวที่เหลืออยู่ แล้วก็แต่งงานมีสามีมาช่วยกันทำนา มีลูกด้วยกัน 1 คน จากนั้นจำเป็นต้องเดินทางเข้าเมืองใหญ่เพื่อไปทำงานรับจ้าง ชีวิตในเมืองใหญ่ต่างคนต่างไปสุดท้ายครอบครัวแตกร้าว ต้องเลิกกัน "รัตน์" ต้องเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวตั้งแต่บัดนั้น

                  "รัตน์" ทำงานที่โรงงานแห่งหนึ่งใน จ.สมุทรสาคร หวังให้มีรายได้พอส่งแม่ เลี้ยงลูกบ้าง ส่วนตัวจะเหนื่อยสายตัวแทบขาดเพียงใด แม้จะท้อแต่รัตน์ไม่เคยบ่น

                    การทำอาหารถือเป็นงานอดิเรกที่ "รัตน์" โปรดปรานมากที่สุด รับหน้าที่เป็นแม่ครัวใหญ่ในการทำอาหารกินกันในหมู่เพื่อนฝูง ทั้งในงานเลี้ยงงานสังสรรค์หรือแม้กระทั่งการไปท่องเที่ยวที่ต่างๆ "รัตน์" จะทำหน้าที่แม่ครัว ที่ทุกคนต่างติดใจในฝีมือปลายจวักของสาวเมืองดอกลำดวนนางนี้

                    วันหนึ่งเธอได้เดินทางไปเที่ยวทะเลที่พัทยากับเพื่อนๆ ในวันหยุด เตรียมข้าวของไปนั่งปิ้งย่าง ตำส้มตำกินกันเองที่ริมทะเล ขณะสังสรรค์กัน เมื่อมีคนเดินผ่านมาก็จะชวนเขากินด้วย ตามวิถีของคนอีสานที่มักเรียกผู้คนมาร่วมรับประทานอาหารเสมอ "กินข้าวอยู่นอกชาน ใครเดินทางผ่านมาก็จะเรียกกินข้าว กระทั่งมีชาวต่างชาติ 3 คนเดินผ่านมานั่งกินข้าวข้างฟุตบาท ก็เรียกกินข้าวด้วยกัน แต่คุยกันไม่รู้เรื่อง มีเพียงภาษามือ ต่างคนต่างก็ขำ สร้างบรรยากาศให้สนุกสนานมากขึ้น สุดท้ายก็ย้ายมานั่งกินด้วยกัน แต่ก็ยังคุยกันไม่รู้เรื่อง จนเวลาค่ำมืด ต่างก็จะแยกย้ายกลับ

                   นายจาร์ล เจนเซน นักธุรกิจชาวนอร์เวย์ ได้ขอเบอร์โทรศัพท์จากรัตน์ ก่อนแยกย้ายไป

                   เช้าวันรุ่งขึ้นรัตน์ต้องสะดุ้งตื่นเพราะเสียงโทรศัพท์ ตกใจมาก เพราะยังอยู่ในช่วงลาพักผ่อน สำนึกแรกที่คิดหากไม่ใช่แม่โทรมาขอเงินเป็นประจำทุกเดือน ลูกก็โทรมาขอเงินไปเสียค่าเทอม หรือเจ้านายที่บริษัทโทรตาม หรือที่บ้านมีเหตุร้าย กลัวๆ กล้าๆ ที่จะดูโทรศัพท์ สุดท้ายตัดสินใจไปดูหมายเลขเรียกเข้า "ไม่รู้จัก" เป็นความคิดแวบแรกก่อนตัดสินใจรับสาย

                   เสียงปลายทางทักทายเป็นภาษาอังกฤษปนไทยแบบฝรั่งๆ

                   "สวัสดีครับ ตื่นนอนหรือยัง ทานข้าวหรือยัง ผมอยากทานข้าวด้วย" อะไรประมาณนี้

                   แต่สำเนียงฝรั่งฟังยากมาก พยายามที่จะเข้าใจว่ามีคนอยากกินข้าวกับเรา แต่ใครกันล่ะ จนสุดท้ายก็เข้าใจว่าเป็นนักธุรกิจชาวนอร์เวย์ที่พบกันเมื่อคืน จึงตอบรับจะลงไปรับประทานอาหารด้วยที่ห้องอาหารในโรงแรมที่พัก

                    ระหว่างรับกินข้าวก็พยายามที่จะพูดคุยกันให้รู้เรื่อง ซึ่งลำบากมาก เพราะรัตน์จบ ป.6 ไม่เคยคุยกับชาวต่างชาติ ส่วนตัวจาร์ลก็พยายามที่จะพูดไทย จึงเป็นการพูดคุยที่เป็นการเรียนรู้ ทั้งคู่สนุกมาก ที่สำคัญทั้งคู่คุยสนุกแม้จะสื่อสารกันกระท่อนกระแท่น ก่อนจากกันตอนเช้า เขาชวนไปเที่ยวอีกในคืนนี้ ไปทานข้าว ซึ่งรัตน์ขอเอาเพื่อนไปด้วย เขาก็ไม่ขัดข้อง

                    ตลอดช่วงที่ลาพักร้อน 5 วันในพัทยา เขามาดูแล รับไปเที่ยวพาไปรับประทานอาหาร พาไปพบเพื่อน ซึ่งแน่นอนรัตน์ทำหน้าที่แม่ครัวใหญ่ตามถนัด ไปไหนก็จะเอาอุปกรณ์ทำกับข้าวไปทำให้ทุกคนได้อิ่มอร่อย ประหยัดกันทุกมื้อ ลงเรือไปเที่ยวเกาะก็เอาสัมภาระไปทำกับข้าวกินกันเอง

                     "จาร์ล" บอกว่า เขาประทับใจรัตน์มาก ขอแต่งงานด้วย เมื่อฝ่ายหญิงตอบตกลง เธอก็ไปลาออกจากงานท่ามกลางความเสียดายของเจ้านายที่ลูกน้องคนดีทำงานร่วมกันมากว่า 6 ปีจะลาออก

                      เมื่อตกลงที่จะมีอนาคตและความทรงจำไปด้วยกัน รัตน์พาหนุ่มตาน้ำข้าวเดินทางกลับบ้านเกิดที่บ้านหนองตะเคียน ใน จ.ศรีสะเกษ พาเขามาเจอกับครอบครัว มาพบกับบ้านหลังเล็กๆ เก่าๆ ซึ่งต่อออกมาจากยุ้งฉางข้าว เพียงพอที่จะซุกหัวนอนได้ 5 คน พ่อ แม่ ลูก หลาน

                       "จาร์ล" ไม่ได้แสดงอาการรังเกียจความยากจนกับที่อยู่อันแสนอัตคัด แต่กลับบอกว่าขอสร้างบ้านให้เอาพออยู่ได้ สร้างตามใจรัตน์ อยากได้แบบไหนจะสร้างให้

                        "รัตน์" เริ่มหาหนังสือเกี่ยวกับแบบบ้านมาดู บอกช่างว่า เอาอย่างที่เห็นในภาพ ประมาณการใช้จ่ายตกไป 5 ล้าน รัตน์ตัดสินใจถอยทันที เป็นเงินจำนวนมหาศาลเกินไป แต่สามีกลับบอกพร้อมจะสร้างให้ เพราะความรักและความดีของรัตน์ เท่านั้นเองบ้านหลังใหญ่ที่สุดในหมู่บ้านหนองตะเคียนก็เกิดขึ้นมาจนถึงทุกวันนี้

                         หลังแต่งงาน สามีให้รัตน์ทำหน้าที่แม่บ้านเต็มตัว และไปเที่ยวกับเขาในทุกที่ เขาบอกว่า เงินเขามากพอที่จะดูแลรัตน์ไปตลอดชาตินี้ ขอเพียงรัตน์ดูแลเขาทำอาหารอร่อยๆ ให้กิน และทุกมื้อเขาจะพบกับอาหารแบบใหม่ๆ ขึ้นบนโต๊ะอาหาร นอกนั้นเขายังบังคับให้รัตน์เรียนภาษาอังกฤษกับครูที่จ้างมาสอนที่บ้านวันละ 2 ชั่วโมง และต้องออกกำลังกายวันละ 1 ชั่วโมง

                        "ไม่เคยเลยสักวันที่เขาจะทำให้รัตน์เสียใจ เขาขี้เล่น สนุกสนาน เพื่อนๆ เขาชอบมาคอนโดที่พัทยา ซึ่งซื้อไว้เพื่ออยู่ด้วยกัน มาชิมอาหารไทยๆ ที่รัตน์ทำ แม้กระทั่งเวลาเดินทางไปบ้านเขาที่ต่างประเทศ เขาจะเรียกเพื่อนๆ สนิทเขา 5-6 คนมาที่บ้าน เพื่ออวดรัตน์ว่าเป็นภรรยาเขา ทำอาหารอร่อยมาก เขาให้ที่บ้านรัตน์มาก จากครอบครัวยากจนมาเป็นครอบครัวพอมีพอกินเพราะเขา เราก็ต้องแลกเปลี่ยนความดีของเขาด้วยความดีเช่นกัน" รัตน์กล่าว

                           ปีนี้ นายจาร์ล เจนเซน นักธุรกิจชาวนอร์เวย์ วัย 66 ปี มีสุขภาพแข็งแรงเพราะกินอาหารดีๆ ที่รัตน์จัดทำให้ทุกวัน ใหม่ สด มีคุณภาพและดีสำหรับสุขภาพ

                          เขาบอกว่าตั้งแต่มาพบกับรัตน์ นับเป็นโชคดีอย่างมาก จากเดิมที่เคยเดินทางไปทั่วโลกกับธุรกิจของเขา ทั้งเรือท่องเที่ยว ทั้งธุรกิจรองเท้าที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก มีบริษัทรับแลกเปลี่ยนซื้อขายเงินตราต่างประเทศ พบปะผู้คนมากมาย พอมาพบกับรัตน์ ชาวไทยผู้ซื่อสัตย์ ขยัน เก่ง แม้จะอายุมากแล้ว แต่สวยด้วยใจ งามด้วยเมตตา กตัญญูกับครอบครัวและกับคนในหมู่บ้านหนองตะเคียน พาตนมาบริจาครถจักรยานให้เด็กๆ ในหมู่บ้าน มาดูแลโรงเรียนเก่าที่เคยเรียนสมัยเด็กๆ จากเดิมที่เคยชอบนิสัยคนไทยที่เป็นลูกจ้างในโรงงาน พอมาพบรัตน์ ยิ่งรักคนไทยมากเป็นสองเท่า

                        นอกจากเป็นเขยฝรั่งแล้ว วันนี้เขาอยากจะมาช่วยพี่น้องชาวศรีสะเกษ หาผลิตภัณฑ์ เพื่อไปเชื่อมโยงการขายกับรองเท้าของเขาที่ขายทั้งในสหรัฐและยุโรป ซึ่งกำลังคิดพัฒนาต่อยอดอยู่แต่ก็ไม่เร่งรัด

                       "อนาคตหากตกงานจะมาสมัครเป็นผู้ใหญ่บ้านน้อยในหมู่บ้านหนองตะเคียน" จาร์ล กล่าวติดตลก

......................
(หมายเหตุ : ศรรักสาว ป.6 เมืองดอกลำดวน ปักอกนักธุรกิจเศรษฐีนอร์เวย์ : คอลัมน์ เขยฝรั่ง สะใภ้อินเตอร์ : โดย...เสาวลักษ์ คงภัคพูน // พงษ์พัฒน์ ไตรพิพัฒน์)