
อุตุฯลำพูนเตือน'พายุฤดูร้อน'ช่วงเม.ย.
อุตุฯลำพูนเตือน 'พายุฤดูร้อน' ชี้ให้ระวังในช่วงเดือน เม.ย.นี้ ขณะที่ 4 อำเภอ ใน จ.กำแพงเพชร เจอพายุฤดูร้อนแล้ว บ้านพังกว่า 112 หลังคาเรือน
15 มี.ค.55 นายวิชัย ตินโนเวศ ผู้อำนวยการสถานีอุตุนิยมวิทยาจังหวัดลำพูน เปิดเผยว่า พายุฟ้าคะนองที่เกิดขึ้นในฤดูร้อน หรือ เรียกว่าพายุฤดูร้อน จะเกิดขึ้นในช่วงเดือนเมษายน หรือ ในช่วงก่อนเริ่มต้นฤดูฝน ขณะที่อุณหภูมิในภาคต่างๆ เริ่มสูงขึ้น เนื่องจากแกนของโลกเริ่มเอียงเข้าหาดวงอาทิตย์ และดวงอาทิตย์จะเคลื่อนมาอยู่ที่บริเวณเส้นศูนย์สูตร ทําให้อากาศร้อนอบอ้าว และชื้นในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และตอนบนของภาคกลาง อากาศที่อยู่ใกล้ผิวพื้นจะมีอุณหภูมิสูง ประกอบกับลมที่พัดเข้าสู่ประเทศไทย เป็นลมใต้ และลมตะวันออกเฉียงใต้ที่พัดมาจากอ่าวไทย และทะเลจีนใต้
ในระยะนี้ถ้ามีลมเหนือ (อากาศเย็น) พัดลงมาจากประเทศจีนเมื่อไหร่แล้ว แน่นอนว่าอาจจะทําให้อากาศสองกระแสกระทบกัน ทําให้การหมุนเวียนของอากาศแปรปรวนขึ้นอย่างรวดเร็ว และฉับพลัน เป็นเหตุให้เกิดพายุฝนฟ้าคะนองอย่างแรง และรวดเร็ว มีฟ้าแลบ (Lightning) ฟ้าร้อง (Thunder) และฟ้าผ่า รวมอยู่ด้วย
นอกจากนี้ มักจะมีลมกระโชกแรงและฝนตกหนักเกิดขึ้น บางครั้งยังมีลูกเห็บตกลงมาด้วย พายุฟ้าคะนองนี้ เป็นพายุที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาอันสั้น มีน้อยครั้งที่เกิดขึ้นนานกว่า 2 ชั่วโมง โดยทั่วไป พายุฤดูร้อนนี้มักเกิดขึ้นในภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เนื่องจากการแผ่ลิ่มของความกดอากาศสูงจากประเทศจีนลงมาบริเวณภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ดังนั้นในขณะที่ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนและชื้น มีการยกตัวของมวลอากาศอยู่บ้างแล้ว แต่เมื่อมีอากาศเย็นจากบริเวณความกดอากาศสูง ซึ่งมีลักษณะจมตัวลงและมีอุณหภูมิต่ำกว่า ทําให้มวลอากาศร้อนยกตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว และเมฆคิวมูโลนิมบัส (Cumulonimbus) ที่ก่อตัวขึ้นก็จะเจริญขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งอุณหภูมิยอดเมฆต่ำกว่า 60-80 องศาเซลเซียส จึงทําให้เกิดลูกเห็บตกได้ เนื่องจากระยะนี้อากาศแห้ง ซึ่งจะทำให้น้ำระเหยได้มาก
ขณะนี้พบว่าหลายพื้นที่ของประเทศไทยเริ่มเกิดฝนฟ้าคะนอง ซึ่งเป็นอิทธิพลของพายุฤดูร้อนดังกล่าว จะทำให้เกิดฝนตกในเกณฑ์ปานกลางคือระหว่าง 10.1 - 35 มิลลิเมตร หรือที่เรียกว่าฝนเทกระหน่ำลงมาซึ่งถือว่าเป็นผลดีที่จะช่วยลดปัญหาหมอกควันได้ แตที่น่าห่วงคือพายุฤดูร้อนที่จะเกิดขึ้นนี้จะหอบเอา ลมหลวงซึ่งเป็นลมกรรโชกแรงก่อนการเปลี่ยนผ่านฤดูหนาวเข้าสู่ฤดูร้อนอย่างเต็มตัว จึงอยากฝากประชาชนให้ระมัดระวังการเกิดเหตุการณ์ลมกรรโชกพัดผ่านซึ่งอาจส่งผลต่อบ้านและทรัพย์สิน รวมถึงพืชผลทางการเกษตรด้วย ขณะที่พายุฤดูร้อนได้พัดผ่านตอนบนของประเทศไทย จนเป็นเหตุให้ในหลายพื้นที่ของจังหวัดลำพูนมีฝนตกลงมาอย่างหนัก และเกิดลมกรรโชกแรง ต้นไม้ในหลายสายหักโค่นล้มทับบ้านเรือนราษฎร และตามถนนหนทางต่างๆได้รับความเสียหายเหมือนเช่นวานนี้ที่ผ่านมา ที่อำเภอทุ่งหัวช้างได้รับผลกระทบโชคดีไม่มีผู้เสียชีวิต ขณะที่อำเภอป่าซางมีแต่เพียงไฟดับเท่านั้น
ดังนั้นเกษตรกรที่ปลูกพืชไร่และพืชผักต่างๆควรดูแลให้น้ำแก่พืชเพิ่มเติม รวมทั้งคลุมโคนต้นพืชด้วยวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรเพื่อสงวนความชื้นในดิน จึงควรระวังและป้องกันการระบาดของศัตรูพืชจำพวกปากดูด เช่น เพลี้ยและไรชนิดต่างๆ ซึ่งจะดูดกินน้ำเลี้ยง ทำให้ต้นทรุดโทรม ผลผลิตเสียหาย ในช่วงระหว่างกลางเดือนมีนาคม จะมีฝนบ้างบางแห่งกับลมกระโชกแรงและลูกเห็บตกได้บางพื้นที่ เกษตรกรควรระวังและป้องกันความเสียหายที่จะเกิดกับพืชผลทางการเกษตร รวมทั้งอาคารบ้านเรือนสิ่งปลูกสร้างที่ไม่แข็งแรง
กำแพงเพชรอ่วมเจอพายุกระหน่ำ 4 อำเภอ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้เกิดเหตุวาตภัยขึ้นในเขตจังหวัดกำแพงเพชร รวม 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองกำแพงเพชร อำเภอไทรงาม อำเภอคลองลานและอำเภอโกสัมพีนคร โดยนายวันชัย สุทิน ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร ได้สั่งการให้ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกำแพงเพชร และอำเภอที่เกิดเหตุวาตภัย เร่งตรวจสอบและสำรวจความเสียหาย ปรากฏว่า ประชาชนได้รับความเดือดร้อน และบ้านเรือนได้รับความเสียหาย รวม 122 หลังคาเรือน
ประกอบด้วย อำเภอเมืองกำแพงเพชร ต.ทรงธรรม หมูที่ 3-5,7,11 จำนวน 19 หลัง ต.นครชุม หมูที่ 11 จำนวน 4 หลัง ต.นิคมทุ่งโพธิ์ทะเล หมู่ที่ 6, 13 จำนวน 5 หลัง ต.ไตรตรึงษ์ หมู่ที่ 2, 7, 8 จำนวน 63 หลัง อำเภอไทรงาม ต.หนองคล้า หมู่ที่ 4 จำนวน 2 หลัง อำเภอคลองลาน ต.คลองน้ำไหล หมู่ที่ 4, 24 จำนวน 7 หลัง ต.สักงาม หมู่ที่ 3 จำนวน 1 หลัง ต.โป่งน้ำร้อน หมู่ที่ 4 จำนวน 2 หลัง อำเภอโกสัมพีนคร ต.โกสัมพี หมูที่ 23, 25 จำนวน 12 หลัง ต.เพชรชมภู หมู่ที่ 1,3,4 จำนวน 7 หลัง แต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ หรือเสียชีวิตแต่อย่างใด
ทั้งนี้ จังหวัดกำแพงเพชร โดยนายวันชัย สุทิน ผู้ว่าราชการจังหวัด ได้ดำเนินการประกาศให้เป็นพื้นที่ประสบภัยเรียบร้อยแล้ว และคาดว่าจะสามารถเบิกเงินทดลองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย และจ่ายเงินให้กับผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนดังกล่าวได้ ภายใน 7 วัน



