ข่าว

'สันติ'แจงเด้ง'พนิตา'ไม่เกี่ยวตึกพม.

'สันติ'แจงเด้ง'พนิตา'ไม่เกี่ยวตึกพม.

15 มี.ค. 2555

"สันติ" แจงยิบ เด้ง "พนิตา" ไม่เกี่ยว สร้างตึก พม. แต่ต้องทำเพราะ สตง. สั่งสอบวินัย ยันไม่มีพรรคพวกมารับประมูล พ้อเป็นกลางแต่กลับตกเป็นจำเลย อ้างดองเรื่องนี้ไว้หกเดือนจนสตง.จะเล่นงานฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่เเล้ว

             ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา16.15น. วันที่ 15 มี.ค. นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ให้สัมภาษณ์หลังจากที่นางพนิตา กำภู ณ อยุธยา ปลัดกระทรวงพัฒนาสังคมฯ เปิดแถลงข่าวตอบโต้นั้นว่า การที่ระบุว่าตนสั่งย้ายนางพนิตาเพราะงบประมาณก่อสร้างอาคารที่ทำการกระทรวงพัฒนาสังคมฯนั้น นางพนิตาขอนำโครงการนี้เข้าครม.เพื่ออนุมัติงบ 1,290 ล้านบาท เพิ่มขึ้นสี่ร้อยล้านบาทกว่า จากเดิมที่ของบไว้ 930 ล้านบาท เพราะตามระเบียบพัสดุสำนักนายกฯเละมติครม.นั้นหากจะขอเพิ่มงบประมาณนั้น สามารถขอเพิ่มได้เพราะโครงการนี้แต่ต้องเสนอให้ครม.อนุมติแล้วไปประมูลใหม่

              นายสันติกล่าวต่อว่าแต่กรณีนี้ไม่มีการดำเนินการ นางพนิตาอ้างเพียงว่ากระทรวงเห็นว่าเหมาะสมแล้วจึงดำเนินการเปิดประมูล แต่เมื่อขยายกรอบวงเงินโดยพลการแล้วเปิดประมูลและมีผู้รับเหมามาแล้วก็ส่งเรื่องให้ตนว่า การขยายวงเงินครั้งที่หนึ่ง จากนั้นกระทรวงขยายเพิ่มแล้วขอให้ตนส่งเรื่องขออนุมัติ ครม. การเพิ่มวงเงินแบบนี้ต้องให้ครม.อนุมัติกรอบวงเงินก่อน ไม่ใช่ได้ผู้รับเหมาแล้วค่อยมาขอแบบนี้ ตนมองแล้วไม่ถูกต้อง ขอให้แก้ไขและชี้แจง แต่นางพนิตาชี้แจงหลายครั้งและยืนยันว่าเรื่องนี้ถูกต้องและมีอำนาจ

              นายสันติกล่าวต่อว่า ตนสอบถามกรมบัญชีกลางในเรื่องนี้และได้รับคำตอบว่าผิดปกติ แต่นางพนิตายังเร่งรัด ตนจึงนำเรื่องมาศึกษาประมาณหนึ่งเดือน ตนจึงเสนอให้ครม.พิจารณา หากครม.เห็นว่าถูกต้องก็ดำเนินการ หากผิดขั้นตอนครม.จะตีกลับ

              นายสันติกล่าวว่า แต่เมื่อตนส่งเรื่องไปแล้วก็ไม่เป็นไปตามนั้นเพราะเรื่องนี้ต้องผ่านเลขาธิการครม. นายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการครม.ไม่ได้นำเรื่องนี้เข้าที่ประชุมครม. และมีข้อสังเกตแนบมาว่าการเพิ่มกรอบวงเงินและไม่ขออนุมัติครม.เสียก่อนเป็นขั้นตอนไม่ถูกต้อง ควรดำเนินการใหม่ให้ถูกต้อง จากนั้นตนจึงส่งหนังสือไปให้นางพนิตาว่า นายอำพนระบุว่าไม่ถูกต้องตามขั้นตอน และควรทำใหม่ให้ถูกต้อง เรื่องนี้มีแค่นี้ ไม่มีอะไรขัดแย้ง หากนางพนิตานำไปแก้ไข แต่นางพนิตายืนยันว่าถูกต้อง ตนก็ไม่สามารถนำเข้าครม.ได้

              “หากมันไม่ถูกต้องก็ยกเลิกและประมูลใหม่ การสร้างที่ตั้งของกระทรวงช้าไปหกเดือนคงไม่เป็นอะไร แต่มันต้องทำให้ถูกต้องก่อนเพราะตอนนี้องค์กรอิสระตรวจสอบเข้มมาก หากทำแบบนี้คือขยายงบสี่ร้อยกว่าล้านบาทโดยไม่ขออนุมัติครม.นั้น หากอนุมัติไปแบบผิดวิธีการงบประมาณแล้ว ผมเกรงว่าครม.จะเข้าปิ้งกันหมด ผมผิดตรงไหน หากผมไปขอนายอำพนว่านำเข้าครม.ให้ได้ เดี๋ยวจะเดือดร้อนทั้งครม.”นายสันติระบุ

              นายสันติกล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่นายอิสสระ สมชัย อดีตรมว.พัฒนาสังคมฯระบุว่า ตนต้องการล้มประมูลเพื่อนำคนของตัวเองเข้าประมูลนั้นไม่เป็นความจริง ตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับงานก่อสร้าง การประมูลยุคนี้ต้องประมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ หากพูดแบบนี้เหมือนกับว่าตนใช้วิธีพิเศษนำคนของตนเข้ามาได้นั้น ยืนยันว่ามันไม่ใช่เพราะมีการประมูลโดยทั่วไปและตนไม่เคยทำแบบนี้

              "การย้ายนางพนิตาไม่เกี่ยวกับการก่อสร้างอาคารของกระทรวง แต่เหตุที่ต้องทำตามสิ่งที่ สตง.เสนอมาว่า ขอให้ปลัดกระทรวงและอธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ คืนเงินสามสิบสองล้านบาทเพราะใช้ผิดประเภทในการเดินทางไปต่างประเทศ และตั้งกรรมการสอบวินัยปลัดกระทรวงและอธิบดี และส่งหนังสือมาตั้งแต่วันที่ 25 ส.ค.2554 อย่างนี้ผมช่วยได้เท่าที่ช่วยและเคยสอบถามเรื่องนี้กับนางพนิตาแล้ว นางพนิตายืนยันว่าไม่ผิด แล้วจะทำอย่างไร และผมจึงเรียน นายกฯให้แต่งตั้งนายธงทอง จันทรางศุ ปลัดสำนักนายกฯ เป็นประธานสอบสวนวินัยเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว" นายสันติกล่าวและว่า 

              ไม่ใช่ตนตั้งกรรมการสอบว่า ผิดเรื่องนี้เรื่องนั้น ตนไม่ได้ถือว่านางพนิตาผิด หากผิดจริงตนคงจะสั่งพักราชการเหมือนนายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคมไปแล้ว แต่มันไม่ใช่ เพราะเป็นการสลับกับนายวิเชียร ซึ่งเป็นข้าราชการระดับ11ด้วยกัน

              ส่วนกรณีที่นางพนิตาระบุว่าโดนแก๊งออฟโฟร์รอบตัวนายสันติโดยเฉพาะที่ปรึกษารัฐมนตรีและอดีตข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ในกระทรวงนี้เลื่อยขาเก้าอี้ นายสันติกล่าวว่า ตนไม่มีที่ปรึกษารัฐมนตรี แต่มีคนมากลั่นกรองงานให้ตามปกติ ที่ปรึกษารัฐมนตรีจะเลื่อนขาเก้าอี้เพื่ออะไร หากมีรองปลัดกระทรวงมาช่วยงานตนแล้วเลื่อนขาเก้าอี้เพื่อจะได้เป็นปลัดกระทรวงนั้น อย่างนี้น่าฟังกว่า ยืนยันว่า ไม่มี เพราะตนไม่รู้จักใคร และตนไม่มีคนของตัวเองเป็นตัวเต็งในกระทรวงนี้ที่จะให้ขึ้นเป็นปลัดกระทรวงเลย ตนไม่ต้องการได้เงินในการก่อสร้าง แต่ตนเห็นว่าไม่ถูกต้องและตนไม่มีผลประโยชน์ หากล้มประมูลแล้วนำบริษัทของตนมารับงานก่อสร้าง ก็ต้องติตามต่อไปในอนาคตว่า เกี่ยวพันกับตนหรือไม่


โต้ข่าวขัดแย้ง"ประวัฒน์" ไม่มีชี้หน้า


              ส่วนความขัดแย้งกับนายประวัฒน์ อุตตะโมท ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยในเรื่องนี้เพราะนายประวัฒน์เป็นพี่น้องกับนางพนิตานั้น นายสันติกล่าวว่า ไม่มี ใครไปเขียนข่าวแบบนั้น ตนไม่รู้เลย นายประวัฒน์เข้าห้องประชุมส.ส.พรรคเพื่อไทยเเต่ตนไม่ได้เข้าประชุม ยืนยันไม่มีการชี้หน้าเพราะไม่ได้เจอกัน ยืนยันตนทำตามกฎและหน้าที่ ฉะนั้นคงไม่ต้องเคลียร์กับนายประวัฒน์ และสักพักนายประวัฒน์คงเข้าใจว่า ตนไม่ได้กลั่นแกล้ง ส่วนความสัมพันธ์ของนางพนิตากับนายประวัฒน์ซึ่งเป็นพี่น้องกันนั้น จริงๆแล้วตนไม่ทราบว่าเป็นพี่น้องกันอย่างไร แต่เพิ่งทราบเมื่อไม่กี่วัน แม้แต่นายกฯยังไม่รู้เลย และนายกฯยังสอบถามตนว่าสองคนนี้เป็นพี่น้องกันจริงหรือไม่

              นายสันติกล่าวด้วยว่า ส่วนที่นายกฯพบนางพนิตาแล้วที่รัฐสภานั้น ตนเรียนนายกฯไปว่าหนังสือสตง.นั้นตนชะลอมานานและขยายเวลากับสตง.ไปจนกระทั่งสตง.จะแจ้งหนังสือถึงตนว่าช่วยเหลือ ปกปิด และละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ตนไปขอความกรุณานายกฯว่า ต้องดำเนินการ และกระทรวงมีข้าราชการระดับ11คนเดียว จึงต้องขอนายธงทองมาเป็นประธานกรรมการสอบสวนวินัยเพื่อให้เกิดความเป็นธรรม กรณีสตง.นั้นตนขอเอกสารนี้จากเจ้าหน้าที่ในกระทรวงกรณีเงินสามสิบกว่าล้านบาทในการไปต่างประเทศไม่ได้เลย ฉะนั้นจึงเรียนนายกฯว่าขอสลับตัวได้หรือไม่


ชี้ที่ผ่านมาช่วยเต็มที่


              อย่างไรก็ตามเมื่อถามว่าเหตุใดจึงดึงเรื่องของสตง.ไว้ถึงหกเดือนเศษ นายสันติกล่าวว่า "โธ่!ก็เป็นปลัดกระทรวงของเรา เราต้องดูแลให้ถึงที่สุด ดึงเรื่องแล้วผมได้อะไร ผมส่งหนังสือไปว่าให้นางพนิตาเพื่อให้ส่งหนังสือชี้แจงกรณีสตง.กลับมา แต่ระบบราชการด้วยนั้น มันต้องรอระยะหนึ่ง ผมตั้งใจและพยายามช่วยนั้น มันเป็นความผิดด้วยหรือ เพราะนางพนิตาเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของผม”

              ส่วนกรณีที่นางพนิตาระบุว่าจะยื่นเรื่องนี้ต่อกพค.นั้น นายสันติกล่าวว่า เป็นสิทธิ ยื่นได้หมดทุกเรื่อง ตนไม่ได้ทำเรื่องนี้และบอกว่านางพนิตาผิด แต่การที่ตนดำเนินการนั้นเป็นเพราะสตง.ชี้มูลมาและสั่งให้กระทรวงดำเนินการสอบสวน หากตนบอกว่านางพนิตาทุจริตเรื่องนั้นเรื่องนี้และอาจวินิจฉัยกลั่นแกล้งได้ แต่จริงๆแล้วเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับตน ส่วนในอนาคตหากกพค.วินิจฉัยให้คืนตำแหน่งให้นางพนิตานั้น มันเป็นเรื่องในอนาคตที่ต้องรอพิจารณาอีกครั้ง อย่าพูดล่วงหน้า ยืนยันเรื่องนี้มีความเป็นธรรมและไม่มีปัญหา


              “ผมมีแต่เอกสารของงสตง.ที่แนบเรื่องส่งให้นายกฯเท่านั้นในการตั้งกรรมการสอบวินัยและเพื่อความเป็นธรรมก็ขอสลับตัวชั่วคราว หากนางพนิตาไม่ผิดหรือหนังสือสตง.ปลอม ก็ต้องมาพิจารณากัน”นายสันติระบุ
 

"แจง"แทนใช้"วิเชียร"เพราะ"พม."รากเหง้ามาจากมหาดไทย

              ส่วนการเลือกนายวิเชียร ชวลิต มาเป็นปลัดกระทรวงแทนนางพนิตานั้น นายสันติกล่าวว่า ตนเสนอเอง เหตุผลคือกระทรวงนี้รากเหง้ามามากระทรวงมหาดไทย หากนำบุคคลมาจากกระทรวงอื่น จะทำงานไม่ได้ จึงเลือกนายวิเชียร ส่วนข้อกล่าวหาว่านายวิเชียรเป็นคนของนายเนวิน ชิดชอบนั้น ขอความกรุณาว่าให้ความเป็นธรรมกับข้าราชการด้วย สงสารข้าราชการด้วยตนอยู่กระทรวงนี้ นางพนิตาก็เป็นคนของตน อย่าอคติกับข้าราชการ


ลั่น"ผมเกลียดมันจะตาย"หลังถูกถามนักการเมืองภท.ขอมา


              ผู้สื่อข่าวถามว่า การเลือกนายวิเชียรครั้งนี้ไม่ใช่เป็นเพราะนักการเมืองของพรรคภูมิใจไทยขอมา  “ผมเกลียดมันจะตายชัก  โธ่! หากจะคืนดีกับนายใหญ่ก็ไม่เกี่ยวกับกรณีนี้ ช่วงที่กลุ่มนี้อยู่กับพวกเรานั้น(พรรคพลังประชาชน)เคยเจอกันบ่อย แต่เมื่อเกิดตุการณ์ครั้งนั้น หน้ายังไม่เคยเจอกันเลย เจอกันแต่ในทีวี ไม่เกี่ยวอะไรกับการเป็นเด็กของเนวินเลย นายวิเชียรเป็นข้าราชการ นายคนใดมาก็ทำงานเต็มความสามารถ ตรงนี้คือการไม่รังแกข้าราชการ กรณีนางพนิตาก็เช่นกัน ผมไม่ได้รังแก แต่โดนแบบนี้  ก็ต้องทน ผมไม่มีข้อต้อสู้ มีแต่เอกสารของสตง.ที่สั่งมาเท่านั้น ผมไม่มีอะไรกับนางพนิตา ผมเป็นกลางกลับกลายเป็นจำเลย"