ข่าว

'ยุทธศักดิ์'ลุยดับไฟใต้ขีดเส้น3เดือน

'ยุทธศักดิ์'ลุยดับไฟใต้ขีดเส้น3เดือน

15 มี.ค. 2555

'ยุทธศักดิ์' ประกาศลุยดับไฟใต้ สั่งระดมทุกกระทรวงลงพื้นที่ ขีดเส้น 3-6 เดือน เห็นผลงาน ด้าน คกก.อิสลามใต้ เล็งจี้ 'แม่ทัพภาค4' แจง 'คดีหนองจิก'

                   15 มี.ค.55 นายดือราแม มะมิงจิ ประธานกรรมการอิสลามประจำจังหวัดปัตตานี นำคณะกรรมการอิสลาม 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เข้าพบ พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยพล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.)

                   โดยนายดือราแม กล่าวภายหลังเข้าพบว่า มาแสดงความยินดีในโอกาสที่อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง สำหรับพวกตนแล้วอยากเห็นประเทศชาติสงบสุข มีความสันติสุขเกิดขึ้น ยินดีให้ความร่วมมือกับรองนายกฯในการทำงาน ทั้งด้านสังคม การศึกษา และความเป็นธรรม เนื่องจากเรื่องเหล่านี้ยังเป็นปัญหา เชื่อว่ารองนายกฯทราบดี โดยเฉพาะปัญหายาเสพติดที่แพร่ระบาดขณะนี้จึงต้องการให้แก้ไข โดยมีความร่วมมือในพื้นที่จากเครือข่ายต่างๆ มาก็เพื่อต้องการรับทราบนโยบายของรองนายกฯ

                   ด้านพล.อ.ยุทธศักดิ์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการเข้าพบดังกล่าวว่า จากการที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ตนดูแลปัญหาภาคใต้ และผลการจากการประชุมกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ครั้งแรก ได้กำหนดยุทธศาสตร์ 6 ประการ รวมทั้งยึดตามแนวทางพระราชดำรัส เข้าถึง เข้าใจ พัฒนา ในการแก้ไขปัญหา รวมอยู่ในแนวทางและนโยบายที่เราจะผลักดันในการแก้ไขปัญหา โดยจะเน้นทำงานในภาคของศูนย์อำนวยบริหารชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ให้มากกว่า กอ.รมน. โดยจะผลักดันเรื่องการพัฒนาต่างๆ ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ 4 อำเภอในจังหวัดสงขลา เน้นการพัฒนามากกว่าใช้กำลังทางทหาร และตามแนวนโยบายใหม่จะผลักดันแต่ละกระทรวงลงไปทำงานในพื้นที่ และภายใน 3-6 เดือนนี้ หากทำได้จะเห็นผล และการเปลี่ยนแปลง หากอะไรที่ยังทำไม่ได้ก็จะลงไปดูและแก้ไข

                   พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า ยุทธศาสตร์แต่ละกระทรวงจะมีแนวปฏิบัติที่ชัดเจน เพื่อให้เห็นผลงาน และตนเมื่อได้รับมอบหมายหน้าที่จะทำการขับเคลื่อนและผลักดันให้เป็นไปตามนโยบาย โดยตนจะลงไปดูทุกๆ เดือน เช่น ที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรให้งบประมาณ 200 ล้านบาท ในการสร้างโรงเรียนใน 3 จังหวัด ซึ่งจะทำในรูปแบบของโรงเรียนตชด.โดยให้กระทรวงศึกษาธิการไปดูในเรื่องของจุดที่จะก่อสร้าง และตนจะเชิญนายกฯลงพื้นที่ ด้วย ส่วนการดูแลความเรียบร้อยในพื้นที่ก็ไม่ได้หยุด พยายามทำให้อยู่ดีกินดี ขยายการศึกษา และเรื่องความยุติธรรม ความเป็นธรรมในพื้นที่ ปัญหาการเกษตร และสินค้าราคาแพง

                   พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวอีกว่า จากการลงพื้นที่ทำให้เห็นว่า คนในพื้นที่ยังเป็นคนของเราอยู่ มีการจัดการระวังป้องกัน ต่อการศึกษา ความเป็นอยู่ดีขึ้น ความรู้สึกดีขึ้น ปัญหายาเสพติดลดน้อยลง มันไม่ต้องการสร้างเด็กที่จะไปคุ้มครองเขา เพราะเราจับจริงๆ ซึ่งแนวทางบูรณาการโดยให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในการแก้ไขปัญหาลงไปพร้อมกันหมด และมีกำหนดระยะเวลาในการแก้ไขปัญหาว่าจะต้องแล้วเสร็จเมื่อไร พร้อมทั้งจะมีการประเมินการทำงาน โดยกำหนดว่า หากภายใน 3 เดือนหน่วยงานนั้นๆ ไม่มีความคืบหน้าในการทำงานก็จะรายงานไปที่ผอ.กอ.รมน. ซึ่งก็คือนายกรัฐมนตรี เพื่อให้นายกฯบัญชาการโดยตรง ให้เกิดการกระตุ้นในการทำงาน

                   ทั้งนี้ยอมรับว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ใช่ปัญหาใหม่ แต่ปัญหาเก่ายังไม่ได้รับการแก้ไข ครั้งนี้ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีที่ประชาชนกล้ามาคุย มาบอก และเราก็ลงไปหาเขาจริงๆ ส่วนปัญหายาเสพติดจะแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวทหาร ตำรวจ ร่วมกันทำงานอย่างจริงจัง โดยเฉพาะต้องเคลียร์ผู้มีอิทธิพลให้ได้ ไม่สร้างอาณาจักรของตัวเอง แล้วไปเลี้ยงผู้ก่อการร้ายมาสร้างปัญหาให้กับประชาชน พวกนี้เราจะไม่ให้เกิดขึ้นอีกแล้วคอยดู

                   รองนายกฯ กล่าวว่า ทั้งนี้ตนจะประสานกับ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ อีกครั้งหนึ่ง ในการส่งสัญญาณปราบปราบยาเสพติดในพื้นที่ภาคใต้ ที่ถึงแม้จะน้อยกว่าภาคเหนือ แต่เราจะดูแลไม่ยอมให้มี เพราะเป็นภัยแทรกซ้อนของการก่อความไม่สงบ

                   นายแวตือราแม กล่าวภายหลังเข้าพบ พล.อ.ยุทธศักดิ์ ว่า การที่คณะกรรมการอิสลาม 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เข้าพบรองนายกฯวันนี้ ก็เพื่อเข้าคาราวะแสดงความยินดีที่พล.อ.ยุทธศักดิ์ได้รับตำแหน่งรองนายกฯที่ดูแลงานด้านความมั่นคง และถือโอกาสรับฟังนโยบายยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคงที่จะไปดูแลความสงบในพื้นที่3จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งพล.อ.ยุทธศักดิ์ได้ให้โอกาสกับคณะตัวแทนผู้นำศาสนา3จังหวัดชายแดนภาคใต้มาปรึกษาหารือแก้ปัญหา โดยได้มีการมอบนโยบายความมั่นคงเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ ที่ตนดูแล้วนโยบายได้สอดคล้องกับความต้องการของคนในพื้นที่ โดยรองนายกฯจะลงพื้นที่ดูแลนโยบายด้วยตนเอง อีกรัฐมนตรีทุกกระทรวงร่วมลงพื้นที่เพื่อขับเคลื่อนนโยบายให้ประสบผลสำเร็จตามเป้าหมายที่กำหนดไว้

                   “สถานการณ์ความรุนแรงจะเกิดขึ้นบางช่วง บางช่วงก็จะลดอยู่ที่สถานการณ์ ผมอยากให้หน่วยงานข้าราชการในพื้นที่สร้างกำลังใจให้มากกว่า สิ่งที่ตั้งข้อสังเกตคือ ตราบใดที่สร้างเงื่อนไขกันมากเกินสมควร ทันก็ทำให้ความรุนแรง การตอบโต้นั้นสูงขึ้น เหมือนกรณีที่เกิดขึ้นที่ อ.หนองจิก ที่ตอนนี้ก็กำลังการสอบสวนหาข้อเท็จจริงกันอยู่ ที่อาจจะเสนอให้แม่ทัพภาคที่4แถลงข่าวในเรื่องนี้ ซึ่งอันนี้เป็นเรื่องหนึ่งที่เรานำเสนอ“ ประธานคณะกรรมการอิสลาม จ.ปัตตานี กล่าว

                   ด้านนายสะมะแอ ฮารี ประธานคณะกรรมการกลางยะลา กล่าวว่า ขอให้มีการเร่งจัดหางานให้คนในพื้นได้มีงานทำ ไม่ไปทำงานที่มาเลเซีย เนื่องจากปัจจุบันมีคนในพื้นที่ไปทำงานที่มาเลเซียกว่า 2 แสนคน ทำให้พื้นที่ภาคใต้ขาดแรงงาน และขอให้รัฐบาลเร่งสนับสนุนการศึกษา เนื่องจากไม่มีใครกล้าลงไปสอนในพื้นที่ทำให้เด็กไม่ได้รับการศึกษาที่เป็นมาตรฐาน และอยากให้ตั้งมหาวิทยาลัยอิหม่ามมากขึ้น รวมทั้งจัดตั้งสำนักงานตัวแทนมัสยิดในการประสานงานกับส่วนราชการ และศาสนาด้วย