ข่าว

ชัดขึ้นได้ด้วยอาบน้ำร้องเพลง

ชัดขึ้นได้ด้วยอาบน้ำร้องเพลง

16 มี.ค. 2555

ชัดขึ้นได้ด้วยอาบน้ำร้องเพลง

                   คงเคยได้ยินเสียงร้องเพลงอย่างมีความสุขดังลอดมาจากห้องน้ำแข่งกับเสียงซู่ซู่ของฝักบัวกันบ้าง 40 เปอร์เซ็นต์ของชาย และหญิงเอเชียชอบร้องเพลงขณะอาบน้ำ แต่เชื่อหรือไม่ว่าการร้องเพลงในห้องน้ำ นอกจากทำให้มีความสุข ช่วยลดเครียดได้เป็นอย่างดีแล้ว ยังมีส่วนช่วยให้พูดภาษาไทยได้ชัดขึ้นด้วย

                   นิรุทติ์ อมรคณารัตน์ นักกิจกรรมบำบัด โรงพยาบาลกล้วยน้ำไท (แผนกผู้สูงอายุ) เผยว่า การพูดภาษาไทยให้ถูกต้องเป็นเรื่องสำคัญ พิธีกร, นักร้อง, นักแสดง, คุณครู, ประชาสัมพันธ์ ฯลฯ เป็นอาชีพที่จำเป็นต้องพูดภาษาไทยให้ถูกต้อง การร้องเพลงในห้องน้ำมีส่วนช่วยให้พูดภาษาไทยได้ชัดขึ้น รวมถึงมีส่วนช่วยในการบำบัดผู้ป่วยกลุ่มที่มีปัญหาปลายประสาทอักเสบ รวมถึงผู้ป่วยอัมพาต อัมพฤกษ์

                   “คนส่วนใหญ่ชอบร้องเพลงในห้องน้ำ เพราะรู้สึกว่าเสียงเพราะกังวาน แถมช่วยให้พูดได้ชัดขึ้นด้วยเพราะคอหอย ลิ้น ริมฝีปาก กล่องเสียง ฯลฯ ได้ทำงานขณะที่หูได้ฟังไปด้วย ทำให้เกิดการออกกำลังกายเสียง และควบคุมส่วนต่างๆ ที่ใช้ในการพูดและช่วยให้เคยชินกับการควบคุม ทั้งการควบคุมลม การหายใจ การเว้นวรรค และจังหวะ  ซึ่งวิธีที่ดีในการร้องนั้นคือ การร้องเพลงตามแบบนักร้องที่ออกเสียงภาษาไทยได้ชัดเจน เช่น "เท่ห์" อุเทน พรหมมินทร์ "ปาน" ธนพร แวกประยูร  ฝน ธนสุนทร "เบิร์ด" ธงชัย แมคอินไตย์ บี้ เดอะสตาร์ เพลงจังหวะหัวใจ แก้ม เดอะสตาร์ เพลงแค่คำคำเดียว กัน เดอะสตาร์ เพลงหวังดีประสงค์รัก เป็นต้น

                   โดยปกติแล้วการฝึกพูดจะต้องมีครูฝึก หรือผู้บำบัด การร้องเพลงในห้องน้ำจึงเป็นการใช้เสียงสะท้อนกลับจากผนัง และหูของเราทำหน้าที่แทน ข้อดีของวิธีนี้คือผู้ที่พูดไม่ชัดปกติแล้วจะอาย และกลัวที่จะถูกล้อ หรือถูกทัก ทำให้ไม่กล้าพูดเต็มเสียง แต่ถ้าร้องเพลง หรือฝึกพูดในห้องน้ำก็จะช่วยแก้ไขเรื่องดังกล่าวได้" นิรุทติ์ กล่าว

                   ส่วนเวลาที่ใช้ในการฝึกก็มีความสำคัญ นักกิจกรรมบำบัดแนะว่า ถ้าเป็นช่วงเช้าร่างกายจะมีความพร้อม เพราะทุกส่วนของร่างกายก็สดชื่น แข็งแรงพร้อมสำหรับการฝึก คุณภาพเสียงน่าจะดีกว่า จะทำให้มีกำลังใจในการฝึกร้องออกเสียงมากกว่า แต่ถ้าเป็นการพูดไม่ชัดจากความเจ็บป่วย เช่น มีปัญหาเรื่องการควบคุมลิ้น กระพุ้งแก้ม ริมฝีปาก ลิ้นไก่ ฯลฯ ควรพบแพทย์ด้านอายุรกรรมสมองเพื่อค้นหาสาเหตุ หรือพบนักกิจกรรมบำบัดเพื่อทำการบำบัด