ข่าว

มาร์คจี้รัฐเร่งแก้ปัญหาปากท้อง

มาร์คจี้รัฐเร่งแก้ปัญหาปากท้อง

15 มี.ค. 2555

"อภิสิทธิ์" จี้ รัฐเร่งแก้ปัญหาปากท้อง ค่าครองชีพ ข้องใจรัฐอยากให้เป็นเรื่องตอบโต้ทางการเมือง ไม่แปลกใจ พท.ต่อสายรายงาน แม้ว เด้ง "พนิตา" พ้น ปลัดพม. แนะ "เหลิม" ลองอยู่เงียบๆ บ้านเมืองจะสงบขึ้น หนุนรัฐออกโฉดนชุมชนแก้ปัญหาที่ทำกิน

��������� วันที่ 15 มี.ค.55� นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ในรายการฟ้าวันใหม่ ทาง Blue Sky Channel ถึงเรื่องราคาสินค้า ที่เหมือนมีการบิดเบือนโครงสร้างราคา ทั้งที่ต้นทุนวัตถุดิบไม่ได้แพงจริงว่า ตนไม่ค่อยแน่ใจว่ารัฐบาลต้องการสื่อสารอะไร� แต่เรื่องโครงสร้างต้นทุนเป็นหน้าที่โดยตรงของรัฐบาลที่จะต้องเข้าไปดูแล ส่วนที่ระบุว่าสินค้าไม่ได้มีราคาแพงจริงนั้น ต้องไปถามประชาชน เพราะตอนนี้ทุกคนทราบดี
�
��������� “ผมไม่ค่อยแน่ใจว่าเขาต้องการจะสื่อสารอะไรแน่� แต่ถ้าบอกว่าต้นทุนถูกกว่าสมัยรัฐบาลที่แล้วแต่มีการบิดเบือน อันนี้แสดงให้เห็นว่ามันเป็นหน้าที่ของรัฐบาลโดยตรงว่าทำไมไม่เข้าไปดูว่าโครงสร้างราคาสินค้าต้นทุนเป็นอย่างไร แต่ถ้าบอกว่ามันไม่ได้แพงจริง ก็ต้องไปถามประชาชน เพราะทุกคนก็ทราบดี และที่ไม่ต้องคิดกันมาก วิเคราะห์กันมากก็คือราคาพลังงาน ที่ขณะนี้กำลังทยอยขึ้น ทั้งแก๊ส ไฟ บริษัทขนส่ง แท็กซี่ ขอขึ้นราคากันหมด มันก็ชัดเจนอยู่แล้ว ซึ่งเรื่องโครงสร้างต้นทุนเราเป็นฝ่ายพูดมาตลอด รัฐบาลเสียอีกพยายามปฏิเสธแล้วก็บอกว่าไม่มีอะไร หรือทำอะไรไม่ได้” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
�
��������� นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า หากรัฐบาลยังยืนยันว่าต้นทุนสินค้าไม่สูง ก็ยิ่งเป็นปัญหาของรัฐบาลว่าเหตุใดจึงปล่อยให้ราคาสินค้าแพง แต่แปลกใจว่ารัฐบาลกลับพยายามให้เรื่องนี้กลายเป็นการตอบโต้ทางการเมือง ในขณะที่ประชาชนต้องการให้รัฐบาลแก้ปัญหาเรื่องค่าครองชีพ
�
��������� “ถ้ายืนยันว่าตัวต้นทุนไม่สูง ยิ่งเป็นปัญหาของรัฐบาลใหญ่ว่าทำไมปล่อยให้ราคาแพง ก็ต้องไปจัดการ และเป็นหน้าที่รัฐบาล ที่ผมแปลกใจก็คือ รัฐบาลพยายามที่จะให้เป็นเรื่องของการตอบโต้ทางการเมือง ประชาชนไม่ได้สนใจหรอกครับ อะไรจะมาทะเลาะกันระหว่างประชาธิปัตย์หรืออะไร ประชาชนต้องการว่าทำยังไงค่าครองชีพของเขาไม่สูงขึ้น ไปแก้ปัญหาเถอะครับ” นายอภิสิทธิ์ กล่าว




ไม่แปลกใจ พท.ต่อสายรายงาน แม้ว เด้ง "พนิตา" พ้น ปลัดพม.�
�

��������� นายอภิสิทธิ์ ถึงกรณีครม.มีมติโยกนางพนิตา กำภู ณ อยุธยา จากปลัดกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ไปเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ว่า เรื่องนี้ตนได้สอบถามนายอิสระ สมชัย ดีตรมว. พม. แล้วทราบว่ามีประเด็นความขัดแย้งจากเรื่องการก่อสร้างตึกใหม่ของกระทรวง โดยเฉพาะเรื่องการจัดซื้อจัดจ้าง ที่รัฐมนตรีต้องการอย่างหนึ่ง และทางปลัดบอกว่าทำไม่ได้ ซึ่งเป็นประเด็นที่คงจะมีความชัดเจนออกมาในขณะนี้ ก็เห็นสื่อเริ่มรายงานถึงปัญหาในเรื่องนี้ ว่าจะให้มีการประมูลใหม่หรือไม่ ทั้งนี้เรื่องการประมูลก่อสร้างลักษณะดังกล่าว หากไม่มีเรื่องผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้องก็สามารถหาข้อยุติได้
�
��������� “ผมยังไม่ได้ดูรายละเอียดในเรื่องของผลการประมูล ทราบแต่ว่ามีความขัดแย้งกันอยู่จากเรื่องนี้ทำนองว่าอยากจะให้มีการประมูลใหม่หรือไม่ ซึ่งความจริงประเด็นแบบนี้ ถ้าไม่มีเรื่องผลประโยชน์ ก็จะไปหาข้อยุติได้ เช่นถ้ารัฐมนตรีบอกว่า อันนี้เป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ที่จะเดินหน้าในการประมูลอย่างนี้ ด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม ก็ยกเลิก แต่ถ้าไปยกเลิกแล้วมีผลทำให้เกิดการฟ้องร้องเพราะไม่สามารถยกเลิกได้ ก็เป็นสิ่งที่ต้องพิจารณา ความจริงแล้วกรณีแบบนี้ไม่น่าจะถึงขั้นที่จะต้องมีการโยกย้ายปลัดกระทรวงอะไรกัน เพราะแทบจะไม่ใช่เรื่องนโยบาย เป็นเรื่องการบริหารว่าการจัดซื้อจัดจ้างถูกต้องเหมาะสมหรือยัง ก็ว่ากันไป" นายอภิสิทธิ์ กล่าว
�
��������� เมื่อถามว่า การย้ายปลัด พม. ทำท่าจะบานปลาย เพราะนางพนิตาเป็นพี่สาวของนายประวัฒน์ อุตโมท อดีตรมว.เกษตรฯ และหลังจากเกิดเหตุการณ์มีการต่อสายถึง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งขณะนี้อยู่ในกัมพูชา นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ไม่รู้สึกแปลกใจ แต่ใครที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้หากพบว่ามีหลักฐานชัดเจนก็ต้องระมัดระวัง และเรื่องลักษณะนี้มีกระบวนจริยธรรมระบุชัดด้วยว่า รัฐมนตรี ส.ส. หรือผู้บริหาร ต้องไม่ให้คนมาครอบงำ และการไปคบหาคนที่มีคดีติดตัวนั้น ก็เป็นสิ่งที่ไม่พึงกระทำ
�
��������� “ไม่แปลกใจนะครับ ก็ต้องยอมรับว่า ขณะนี้ก็วิ่งกันไป ดูไบ ไปเขมร ไปกัมพูชา ไปพม่าหรือเปล่าไม่ทราบ ซึ่งไม่มีใครปฏิเสธว่าขณะนี้มันเป็นอย่างนี้ คุณทักษิณก็เป็นคนที่สามารถที่จะมีอิทธิพล สั่งการ บอกได้จะเอาอะไรอย่างไรในเรื่องต่างๆ ซึ่งผมคิดว่า หากมีหลักฐานชัดเจน ใครที่เกี่ยวข้องก็ต้องระมัดระวัง แต่เรื่องจริยธรรม ก็ไม่ใช่เรื่องที่คนในรัฐบาลหรือพรรคเพื่อไทยสนใจอ่านในรายละเอียด ความจริงการทำหน้าที่ในฐานะรัฐมนตรี ส.ส. ผู้บริหาร ประมวลจริยธรรม ก็พูดชัดเจนว่าต้องไม่ให้คนมาครอบงำ และการไปคบหาคนที่มีคดีติดตัวนั้น ก็ไม่พึงกระทำ” นายอภิสิทธิ์ กล่าวและว่า เมื่อมีการพูดถึงเรื่องจริยธรรม ก็จะเป็นปัญหาทะเลาะกันระหว่างผู้ตรวจการฯ กับพรรคเพื่อไทย นี่คือปัญหาว่าสังคมเราจะยอมให้สิ่งเหล่านี้ผ่านไปอย่างนี้หรือไม่ เรื่องจริยธรรม ต้องพูดกันตรงๆ




แนะ "เหลิม" ลองอยู่เงียบๆ บ้านเมืองจะสงบขึ้น

�
��������� หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ เสนอแนวคิดเรื่องการปรองดองว่า ถ้าเราไม่ยุ่งกับเรื่องที่จะต้องทะเลาะกันเลย แล้วก็ปล่อยกระบวนการยุติธรรมทำงานไป ตนถามว่า ใครขัดแย้งกับใคร ก็ไม่มี เวลานี้กลายเป็นว่าเรากำลังจะบอกว่า ถ้ามีใครคนหนึ่งไม่ยอมรับอำนาจของศาล ไม่ยอมรับการตัดสิน ในขณะที่มีการกระทำผิดลงไป แล้วบังเอิญบอกว่า จะไม่ยอม แล้วก็จะทำทุกทางให้มันปั่นป่วน แล้วเราก็บอกว่าต้องมาปรองดองกัน วันข้างหน้าก็แปลว่าใครก็ตามอยากจะทำอะไรตามใจชอบ ก็ขอให้มีอำนาจ ขอให้มีอิทธิพล ขอให้มีความนิยม มีเงินหรืออะไรก็ตาม ก็ใช้วิธีการมาข่มขู่บ้านเมือง แล้วก็บอกว่า เลิกแล้วต่อกันนะ อย่าเอาผิดเพื่อความปรองดอง ตนคิดว่าไม่ใช่ ถ้าเกิดปรองดองกันอย่างนี้ ก็คือปรองดองเพื่อขัดแย้งกันต่อไป
�
��������� "คุณเฉลิมลองอยู่เงียบๆ สิครับ ผมว่าบ้านเมืองก็สงบกว่าเวลาคุณเฉลิมพูด แค่นี้ก็บอกได้แล้วว่าควรจะทำหรือไม่ควรจะทำ คุณเฉลิมพูดมาทีไร ผมก็เห็นมีแต่ปัญหาความตึงเครียด ความขัดแย้งทุกที แล้วมาอ้างว่าสิ่งที่พูด สิ่งที่ทำนั้นเป็นเรื่องความปรองดอง” นายอภิสิทธิ์ กล่าว




หนุนรัฐออกโฉดนชุมชนแก้ปัญหาที่ทำกิน

��������� นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่ากรณีที่นายกรัฐมนตรีประชุมวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์กับผู้ว่าฯ 9 จังหวัดทางภาคเหนือที่ประสบปัญหาไฟป่า และมีการพิจารณาออกโฉนดชุมชนว่า ตนรู้สึกยินดีและขอสนับสนุนให้ทำเรื่องนี้อย่างจริงจัง เพราะโครงการโฉนดชุมชนเป็นแนวคิดที่สามารถแก้ปัญหาได้ เพราะจากการที่ตนได้ลงพื้นที่คลองโยง อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม� ซึ่งเป็นชุมชนแรกที่ได้ทำเรื่องนี้ พบว่ามีประชาชนรอคอยเรื่องของโฉนดชุมชนจำนวนมาก แต่ว่ารัฐบาลในช่วงแรกไปออกมติครม. ว่าจะทบทวนเรื่องเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาที่ดินทั้งหมดในอดีต พูดง่ายๆ ก็คือเหมือนกับจะรื้อนโยบายกันใหม่หมด
���������
��������� “ถ้าวันนี้รัฐบาลตกผลึกแล้วว่าสิ่งที่ทำมาในเรื่องโฉนดชุมชนเป็นแนวคิดที่จะแก้ปัญหาได้ ก็ขอให้เดินต่อ หลักคิดโฉนดชุมชนที่ต่างจากการแก้ปัญหาที่ทำกินในอดีต ก็คือ เวลาที่มีปัญหาเกี่ยวกับข้อโต้แย้ง สิทธิการเป็นเจ้าของในการใช้ที่ดิน ในอดีตนั้นเราจะพูดถึงเอกสารสิทธิ์ที่ให้กับคน แต่บางครั้งก็พบความเป็นจริงว่า ไม่ได้ใช้ที่ดินตามวัตถุประสงค์หรือเอาไปขายกันต่อ ซึ่งเป็นสิทธิ์ที่ทำได้ ดังนั้นพอมาถึงเรื่องโฉนดชุมชนแล้ว ก็เลยเอาแนวคิดว่า ถ้าเอาบางพื้นที่กำหนดแนวทางให้ชัดเจนว่าจะใช้ทำอะไร แล้วชุมชนสามารถที่จะบริหารจัดการกันเพื่อให้เป็นไปตามนั้น ก็เอาเป็นโฉนดของชุมชนไป และควรจะเอามาใช้กับหลายพื้นที่ ในกรณีนี้ถ้าเห็นว่าการดูแลรักษาป่าให้ชุมชนต้องเป็นหน้าที่ ถ้าจะอยู่ในพื้นที่ตรงนั้น ใช้ประโยชน์จากที่ตรงนั้น ต้องดูว่าใช้พื้นที่อย่างไร แล้วป้องกันไม่ให้เกิดปัญหา เช่น การเผา ก็สามารถกำหนดเป็นเงื่อนไขอยู่ในโฉนดชุมชน” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
���������
��������� เมื่อถามว่า จะหวังได้หรือไม่ว่ารัฐบาลจะหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาให้ความสำคัญอย่างจริงจัง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนเชื่อว่าคนที่ทำงานคลุกคลีกับปัญหาจะมองเห็นว่าโฉนดชุมชนเป็นทางออกจริงๆ แต่ไม่อยากให้ล้มโครงการเพียงเพราะมีทัศนคติว่าเป็นผลงานของพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งตนเชื่อว่าคนที่ทำงาน คลุกคลีอยู่กับปัญหาตรงนี้ คงจะมองเห็นว่าเป็นทางออกจริงๆ จึงขอให้เดินหน้าต่อ