ข่าว

พท.ยื่นกกต.ยุบปชป.เหตุขึ้นป้ายโฆษณาต้านแก้รธน.

พท.ยื่นกกต.ยุบปชป.เหตุขึ้นป้ายโฆษณาต้านแก้รธน.

15 มี.ค. 2555

"เพื่อไทย" ยื่น "กกต." ยุบ "ปชป." เหตุขึ้นป้ายโฆษณาต้านแก้รธน. เข้าข่ายปลุกระดมประชาชน มีลักษณะเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองฯ ด้านเด็กปชป. หน้าแตก"เด็จพี่"ไม่รับหน.ทบทวนการยื่นยุบพรรค ระบุ เป็นการชิงปาดหน้าไร้สปิริต

          วันที่ 15 มี.ค.55  นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยนายพิชา วิจิตรศิลป์ ประธานชมรมกฎหมายภิวัฒน์แห่งประเทศไทย และร.ท.หญิงสุนิสา เลิศภควัต เดินทางมายื่นหนังสือถึงประธาน กกต. เพื่อขอให้ตรวจสอบการกระทำของพรรคประธิปปัตย์  ซึ่งน่าจะเข้าข่ายเป็นการฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญมาตรา 65. วรรค2  และ พ.ร.บ.ประกอบว่าด้วยพรรคการเมือง  มาตรา 94 (3) (4) และ (5) และมาตรา 66
 
          นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่าเนื่องจากตนได้รับการร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ ว่า มี ส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์ ร่วมกันจัดทำป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ตามพื้นที่ต่างๆในภาคใต้ เพื่อต่อต้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญมีข้อความ เช่น ต่อต้านการล้มสถาบัน ต่อต้านการแก้ไขรธน.เพื่อระบอบทักษิณ โดยมีภาพนายถาวร เสนเนียม ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ อยู่ในแผ่นผ้ายโฆษณาดังกล่าวด้วย ลักษณะเช่นนี้ตนมองว่าอาจเป็นปฎิปักษ์ต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตย  หรืออาจเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยในบ้านเมือง ปลุกกระแสให้ประชาชนเกิดความเข้าใจผิดความสับสนกับรัฐบาลได้  อีกทั้งการกระทำดังกล่าวพรรคประชาธิปัตย์ กรรมการบริหารพรรค คนอื่นๆก็ไม่ได้มีการยับยั้งการกระทำดังกล่าว แต่กลับรู้เห็นเป็นใจ ยินยอมในการกระทำนั้นด้วย กรณีดังกล่าวอาจถือได้ว่าพรรคประชาธิปัตย์ ดังนั้นตนจึงขอให้ กกต.ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าการกระทำดังกล่าวของพรรคประชาธิปัตย์ และกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ เข้าข่ายเป็นการฝ่ายฝืนรัฐธรรมนูญหรือไม่ ซึ่งหากทาง กกต.ตรวสอบแล้วพบว่า เป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนมีเหตุให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์ ก็ขอให้แจ้งต่ออัยการสูงสุด เพื่อยื่นศาลรัฐธรรมนูญให้ดำเนินการยุบพรรคประชาธิปัตย์และเพิกถอนสิทธิ์การเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรคต่อไปด้วย
          
          นายพร้อมพงศ์กล่าวว่า ส่วนกรณีที่นายราเมศ รัตนะเชวง สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์และทีมที่ปรึกษากฏหมายพรรค ขอให้ตนทบทวนการยืนยุบพรรคประชาธิปัตย์ในครั้งนี้ ตนไม่ขอรับหนังสือดังกล่าว เนื่องจากไม่มีการนัดหมายล่วงหน้า และมองว่าเป็นการชิงปาดหน้าไม่มีสปิริต ทั้งๆที่พวกตนทำหน้าที่ด้วยความสุจริต การเดินทางมายื่นให้ตนทบทวนครั้งนี้ ถือว่าเป็นการกินปูนร้านท้องมากกว่า
        
          ผู้สื่อข่าวถามว่า ส่วนกรณีที่มีการกล่าวหาว่า ส.ส.พรรคเพื่อไทย เดินทางไปยื่นพิมพ์เขียวร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี  ที่ฮ่องกง  นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า อาจจะมีการยื่นฟ้องร้องข้อหาหมิ่นประมาท โดยการโฆษณาเนื่องจากเป็นการกล่าวหาที่ลอยๆ ซึ่งตนก็พร้อมที่จะพิสูจน์หลักฐาน ว่า ไม่เป็นความจริง
 
          ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ในระหว่างที่นายพร้อมพงศ์เดินเพื่อมายื่นหนังสือร้องให้มีการยุบพรรค  นายราเมศ รัตนะเชวง สมาชิกรรพคประชาธิปัตย์พร้อมคณะ ก็ได้มาดักรอ  และเมื่อเห็นนายพร้อมพงศ์ก็ได้เดินเข้าไปหาเพื่อจะยื่นหนังสือให้นายพร้อมพงศ์ทบทวนการยื่นยุบพรรค แต่นายพร้อมพงศ์ ปฎิเสธที่จะรับหนังสือ โดยระบุว่าไม่ได้มีการนัดหมายล่วงหน้า และมองว่าการกระทำครั้งนี้ เป็นการแย่งซีนกัน และไม่เหมาะสม เพราะการจะยื่นในลักษณะเช่นนี้ควรมีการนัดหมายล่วงหน้า ซึ่งสถานที่ควรจะเป็นที่พรรคหรือรัฐสภา ไม่ใช่รู้ว่าตนจะมายื่นแล้วมาดักรอ  ขณะที่นายราเมศ ได้รอหลังนายพร้อมพงศ์แถลงข่าวและยื่นหนังสือให้กับสื่อมวลชนแทน
 
          นายราเมศ กล่าวว่า  ตนเดินทางมาในครั้งนี้เนื่องจากเห็นว่าการที่นายพร้อมพงศ์ได้ยื่นฟ้องพรรคประชาธิปัตย์นั้นเป็นประเด็นทางการเมือง เพราะการขึ้นป้ายของพรรคประชาธิปัตย์นั้น ไม่มีเหตุนำไปสู่การยุบพรรคได้ เป็นการตีความเพื่อให้ประชาธิปัตย์เสียหาย จึงอยากให้พรรคเพื่อไทยทบทวนการยื่นคำร้องยุบพรรคในครั้งนี้  อีกทั้งนายพร้อมพงศ์ก็เป็นกรรมการบริหารพรรคซึ่งพรรคเพื่อไทยจะปฏิเสธไม่ได้ว่าพรรคไม่มีส่วนรู้เห็น นอกจากนี้ยังอยากเรียกร้องให้พรรคเพื่อไทยแสดงความรับผิดชอบในกรณีการยกคำร้องของศาลรัฐธรรมนูญในคดียุบพรรคประชาธิปัตย์เมื่อพ.ศ.2553 ซึ่งทางพรรคเพื่อไทยเป็นผู้ร้องให้มีการยุบพรรค และเมื่อศาลรัฐธรรมนูญยกคำร้องกลับไม่มีการแสดงความรับผิดชอบใดๆออกมา จึงอยากให้พรรคเพื่อไทยแสดงความรับผิดชอบด้วย
 
          “การมายื่นครั้งนี้ เราไมได้มาปาดหน้าใคร หรือแย่งซีนใคร ผมมาเพื่อรักษาสิทธิ์ของพรรคที่มีผู้จะมายื่นยุบพรรคโดยไม่มีเหตุเท่านั้น และกระบวนการหลังจากนี้ ผมและพรรคประชาธิปัตย์ก็จะดำเนินการต่อสู้ในเรื่องนี้ต่อไป ส่วนการที่มายื่นหนังสือกับนายพร้อมพงศ์ ที่สำนักงานกกต.นั้นก็เนื่องจากเห็นว่า นายพร้อมพงศ์มายื่นที่นี้ และเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับกกต.โดยตรง ”นายราเมศกล่าว