ข่าว

แค้นผัวภารโรงเจ้าชู้สั่งฆ่า-แลกกับรถกระบะ

แค้นผัวภารโรงเจ้าชู้สั่งฆ่า-แลกกับรถกระบะ

12 พ.ค. 2552

แม้จะแต่งงานอยู่กินฉันสามีภรรยามานานนับสิบปี และถึงแม้จะอาศัยอยู่ด้วยกันแต่ก็แยกแตกกันนอนตั้งแต่ปี 2541 กระนั้นภรรยาสาวใหญ่ก็ไม่อาจทนความเจ้าชู้ของสามีได้ จึงคิดวางแผนอุ้มฆ่า โดยให้คนร้ายลงมือแลกกับค่าจ้างเป็นรถกระบะ 1 คัน

 ก่อนรุ่งเช้าวันที่ 10 พฤษภาคม 2552 พ.ต.ท.ธงชัย เส้งรอด พงส.(สบ 2) สภ.เมืองกระบี่ มีเหตุต้องเดินทางไปตรวจสอบอุบัติเหตุรถกระบะโตโยต้า ไทเกอร์ สีบรอนซ์ทอง ทะเบียน บจ 3097 กระบี่ เสียหลักชนต้นไม้เกาะกลางถนนอุตรกิจ ต.กระบี่ใหญ่ อ.เมือง จ.กระบี่

 ทว่าเมื่อตรวจสอบภายในรถก็พบว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ใช่แค่อุบัติเหตุธรรมดาๆ เสียแล้ว เมื่อพบศพ "นิคม หรือไข่ สินเจริญ" อายุ 54 ปี นักการภารโรง ร.ร.อำมาตย์พานิชนุกูล อยู่ในสภาพนอนหงาย สวมเสื้อโปโลแขนสั้นสีน้ำเงินแถบขาว กางเกงยีนสีน้ำเงิน ใบหน้าถูกมัดปิดด้วยปลอกหมอนสีฟ้าลายการ์ตูน ลำคอถูกรัดด้วยเชือกไนลอน ข้อมือและเท้าทั้งสองข้างถูกมัดด้วยเชือกปลอกหมอนสีฟ้า  
 
 ไม่นานนัก พ.ต.อ.ธีรพล ทิพย์เจริญ ผกก.สภ.เมืองกระบี่ ก็ได้รับรายงานและสั่งการให้ พ.ต.ต.ชัชวาลย์ นิลจันทร์ สว.สส.เร่งรัดการสืบสวน โดยเริ่มจากการเชิญตัว "บุญถัด สินเจริญ" อายุ 54 ปี ภรรยาของผู้ตายมาสอบปากคำ

 สิ่งที่ทำให้ชุดสืบสวนรู้สึกแปลกใจ ไม่ใช่คำให้การ แต่เป็นลักษณะท่าทางของบุญถัด แม้ว่าเธอจะให้การถึงชีวิตคู่ที่กระท่อนกระแท่น ไม่ค่อยมีความสุขเหมือนผัวเมียคู่อื่นๆ เนื่องจากนิสัยเจ้าชู้ของฝ่ายชาย แต่กระนั้นก็ดูเหมือนว่าเธอไม่รู้สึกตกใจ แปลกใจ หรือเสียใจกับการตายของสามีเท่าใดนัก

 "เขาไม่ค่อยชอบอยู่บ้าน ตอนบ่ายเขาขี่รถจักรยานยนต์ออกจากบ้านไปเพียงลำพัง ส่วนรถกระบะจอดอยู่ที่บ้าน กระทั่ง 3 ทุ่มก็ยังไม่กลับจึงเข้านอน ส่วนใหญ่เมื่อกลับมาก็จะเปิดประตูเอง เพราะมีกุญแจบ้านคนละดอก เขาอาจจะเข้ามาเปลี่ยนรถก็ได้ มาทราบจากตำรวจอีกครั้งตอนถูกฆาตกรรมแล้ว"
 
 ชุดสืบสวนเก็บความรู้สึกแปลกใจเอาไว้ ขณะเดียวกันก็เริ่มงานในขั้นตอนต่อไป คือ การหาพยานแวดล้อมมาสอบสวนว่า เกิดอะไรขึ้นกันแน่ ในที่สุดชุดสืบสวนก็พบเข้ากับพยานหลายปากให้การสอดคล้องกัน นอกจากจะเป็นประโยชน์ต่อการสืบสวนไปหาตัวคนร้ายแล้ว ยังช่วยให้คำตอบเกี่ยวกับความรู้สึกผิดปกติที่เกิดกับ "บุญถัด" ด้วย !?!

 ...ก่อนเกิดเหตุฆาตกรรมมีพยานหลายปากยืนยันว่า ตลอดทั้งวันวันที่ 9 พฤษภาคมที่ผ่านมา นิคมไม่ได้ออกไปไหนเลย รถจักรยานยนต์กับรถกระบะก็จอดอยู่ภายในบ้านตั้งแต่แรก จนตกเย็นก็ยังไม่ได้ออกไปไหน ประกอบกับวันนั้นลูกสาวของนิคมกับบุญถัด ซึ่งเป็นนางพยาบาลพร้อมด้วยสามี พยายามติดต่อขอยืมเงินจากคนใกล้ชิด 3 แสนบาท โดยให้เหตุผลว่าจะนำไปให้พ่อเพื่อแลกกับการหย่าร้างกับบุญถัดมารดา

 ชุดสืบสวนจึงเริ่มหาข้อมูลเกี่ยวกับชีวิตสมรสของทั้งสอง จนได้ความว่านิคมกับบุญถัดแต่งงานอยู่กินกันมาหลายสิบปีแล้ว มีลูกสาว 1 คนเป็นพยาบาลวิชาชีพ ซึ่งก็แต่งงานมีลูกแล้วเช่นกัน นิคมเป็นผู้ชายเจ้าชู้จนมีปากเสียงทะเลาะกับภรรยาอยู่บ่อยครั้ง สุดท้ายบุญถัดทนไม่ไหวแยกเตียงกันนอนมาตั้งแต่ปี 2541
 
 ดังนั้น ชุดสืบสวนจึงเชิญบุญถัดมาให้ปากคำอีกรอบ โดยมุ่งไปที่ปัญหาภายในครอบครัว และคำให้การของพยานที่ยืนยันว่า เห็นนิคมอยู่กับบ้านตลอดทั้งวันก่อนเกิดเหตุฆาตกรรม ไม่นานนักบุญถัดก็หลุดปากยอมรับออกมา

 "เป็นคนสั่งฆ่าสามีเอง ไม่ได้เสียเงินจ้าง แต่ให้รถกระบะโตโยต้า ไทเกอร์ ไปแทน"

 แม้จะให้การรับสารภาพ ชุดสืบสวนก็ยังต้องหาพยานหลักฐานต่างๆ มาสนับสนุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนร้ายที่ลงมือฆาตกรรมคือใคร จึงขอดูโทรศัพท์มือถือ แต่บุญถัดยืนยันว่าได้หักซิมการ์ดทิ้ง และเผาทำลายทั้งเครื่องทั้งซิมไปเรียบร้อยแล้ว

 เมื่อเป็นเช่นนี้ชุดสืบสวนจึงประสานพนักงานสอบสวน รวบรวมสำนวนการสอบสวนเสนอผู้พิพากษาศาลจังหวัดกระบี่ขออนุมัติหมายจับ "บุญถัด สินเจริญ" ในข้อหาจ้างวานฆ่า เมื่อพนักงานสอบสวนแสดงหมายจับและแจ้งข้อหา บุญถัดกลับให้การปฏิเสธและไม่ขอให้การใดๆ อีก

 "คดีนี้ตำรวจมีพยานหลักฐานยืนยันชัดเจน สามารถเอาผิดกับภรรยานายนิคมได้ แม้ศาลจะอนุมัติหมายจับแล้วนางบุญถัดให้การปฏิเสธก็ตาม" พ.ต.อ.ธีรพล ทิพย์เจริญ ผกก.สภ.เมืองกระบี่ กล่าวยืนยันกับ "คม ชัด ลึก"

 ขณะนี้ ตำรวจกำลังรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อมัดตัวคนร้าย ซึ่งคาดว่ามีไม่ต่ำกว่า 2 คนนอกจากบุญถัดแล้ว โดยพุ่งเป้าไปที่คนใกล้ตัวหรือญาติใกล้ชิด ส่วนจุดฆาตกรรมนั้น ยังไม่มีความชัดเจนว่าเกิดขึ้นที่ใด โดยเฉพาะในรถยนต์ ชุดสืบสวนวิเคราะห์ว่ามีความเป็นไปได้ ที่จะเกิดขึ้นภายในรถ ประกอบกับคนร้ายไม่ชำนาญทาง จนทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้น