
'ทักษิณ'เข้าเขมรกมธ.สภาแห่เยือน
กมธ.ต่างประเทศสภาฯ เยือนเขมรช่วง "ทักษิณ" เข้าเขมร พบ "ฮุน เซน" "สุนัย" ปัดพาไปพบอ้างอยากเยี่ยม "วีระ" "สุรพงษ์" เผยอดีต ปธน.มอนเตฯเยือนไทยหารือพัฒนาธุรกิจท่องเที่ยว "วรวัจน์" เชื่อแก้รธน.ไม่เสร็จสมัยนี้
14มี.ค.2555 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะกรรมาธิการต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายสุนัย จุลพงศธร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เป็นประธาน มีกำหนดการเดินทางไปประเทศกัมพูชา ระหว่างวันที่ 16-18 มี.ค. ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่า กำหนดการเยือนประเทศกัมพูชานั้นถูกเปลี่ยนอย่างกะทันหัน ภายหลังจากที่มีกระแสข่าวว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะเดินทางมาเยือนประเทศกัมพูชา ทั้งๆ ที่ในการประชุมสัปดาห์ที่แล้วยังมีการพูดคุยกันถึงกำหนดการเดินทางไปเยือนประเทศพม่า
สำหรับกำหนดการศึกษาดูงานของคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ ที่ประเทศกัมพูชา ระหว่างวันที่ 16-18 มี.ค.นั้น วันศุกร์ที่ 16 มี.ค. คณะนัดหมายเวลา 07.55 น. ออกเดินทางสู่กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา ด้วยสายการบินไทยเที่ยวบินที่ TG580 9.00 น. ถึงสนามบินโปเซนตง กรุงพนมเปญ เวลา 10.00 น. เข้าเยี่ยมคารวะสมเด็จฮุน เซน นายกฯประเทศกัมพูชา เวลา 14.00 น. เยี่ยมชมและรับฟังปัญหาคนไทยที่ต้องโทษในกัมพูชา กรณีนายวีระ สมความคิด และน.ส.ราตรี พิพัฒนาไพบูรณ์ ที่เรือนจำเปรย์เซอร์ กรุงพนมเปญ เวลา 18.00 น. พบปะสนทนาและรับฟังบรรยายสรุปจากเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงพนมเปญ เวลา 19.00 น. รับประทานอาหารค่ำและเข้าโรงแรมที่พัก
วันเสาร์ที่ 17 มี.ค. เวลา 08.00 น .รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม เวลา 10.00 น. เยี่ยมชมสถานที่สำคัญศิลปวัฒนธรรมของกัมพูชา เวลา 12.00 น. พบปะสนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและเลี้ยงรับรองกับประธานกรรมาธิการต่างประเทศและคณะ เวลา 18.00 น. รับประทานอาหารค่ำและเข้าโรงแรมที่พัก
วันอาทิตย์ที่ 18 มี.ค. เวลา 08.00 น. รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม เวลา 10.00 น. เยี่ยมชมสถานที่สำคัญและวัฒนธรรมของกัมพูชา เวลา 12.00 น. พบปะสนทนาและเปลี่ยนความคิดเห็นและเลี้ยงรับรองกับรมว.พาณิชย์ เวลา 14.00 น. พบปะและรับฟังข้อร้องเรียนจากคนไทยในกัมพูชา เวลา 17.00 น. รับประทานอาหารเย็น เวลา 18.00 น. ออกเดินทางไปยังท่าอากาศยานกรุงพนมเปญ เวลา 20.40 น. เดินทางออกจากกรุงพนมเปญ โดยสายการบินไทยเที่ยวบินที่TG585 เวลา 21.45 น. เดินทางถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
"สุนัย"ปัดพาไปพบทักษิณอ้างอยากเยี่ยม"วีระ"
นายสุนัย กล่าวว่าเรื่องนี้กรรมาธิการได้หารือกันไว้นานแล้ว แต่จังหวะเวลาและเรื่องงบประมาณไม่มี ส่วนที่ปรับเปลี่ยนจากกำหนดการจากไปพม่า มากัมพูชาแบบกระทันหันนั้นก็เพราะเห็นว่าช่วงนี้มีความจำเป็นเร่งด่วน หากไปพม่าจะใช้งบประมาณมากกว่าเลยเปลี่ยนมาเป็นประเทศกัมพูชา ประกอบกับข่าวว่านายวีระกำลังป่วยเลยอยากไปเยี่ยมเยียนด้วย
ผู้สื่อข่าวถามว่า จะให้ความช่วยเหลือได้มากน้อยเพียงใด นายสุนัยกล่าวว่า คงเจาะจงไม่ได้เพราะเป็นกฎหมายของประเทศกัมพูชา แต่ที่ไปก็เพื่อไปหารือดูในเรื่องของความร่วมมือว่าเราพอจะช่วยเหลือในเรื่องใดได้บ้าง รวมทั้งดูเรื่องสาธารณสุขชายแดน คงไม่มีอะไรชนะใจได้เท่ากับไปดูแลเรื่องสุขภาพให้เขา
เมื่อถามว่าส่วนช่วงที่คณะกรรมาธิการต่างประเทศไปนั้นอาจเป็นช่วงที่พ.ต.ท.ทักษิณ อยู่ที่ประเทศกัมพูชาด้วย อาจทำให้ได้พบกันหรือไม่ นายสุนัยกล่าวว่า คงไม่มี เป็นแค่ข่าวลือว่า พ.ต.ท.ทักษิณจะมาเฉยๆ จริงๆคงไม่มีอะไร
"สุรพงษ์"เผยอดีตปธน.มอนเตฯเยือนไทย
นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รมว.ต่างประเทศ เปิดเผยว่า วันที่ 13 มี.ค.ได้ต้อนรับอดีตประธานาธิบดีของประเทศมอนเตเนโกร ซึ่งเป็นคนที่ให้หนังสือเดินทางและสิทธิความเป็นพลเมืองของประเทศมอนเตเนโกรแก่พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งการเดินทางมาประเทศไทยครั้งนี้ มาจากการแนะนำของพ.ต.ท.ทักษิณ เนื่องจากทั้งสองคนมีความสนิทสนมกันมานาน ตั้งแต่พ.ต.ท.ทักษิณ ยังดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
การมาครั้งนี้ก็เพื่อดูแนวทางการพัฒนาด้านการท่องเที่ยวเนื่องจากมอนเตรเนโกร มีทรัพยากรและแหล่งท่องเที่ยวที่เหมาะสมแก่การพัฒนาอย่างมาก ซึ่งการท่องเที่ยวในประเทศไทยก็มีความโดดเด่นในเรื่องของการทำสปาและอาหารคงจะได้มีการพัฒนาต่อไป และในโอกาสนี้อดีตประธานาธิบดีของมอนเตเนโกรน่าจะได้พบปะหารือกับนักธุรกิจของไทยด้วย
“อดีตประธานนาธิบดีมอนเตเนโกรได้บอกกับผมว่า ท่านเป็นเพื่อนกับพ.ต.ท.ทักษิณมานาน ดีใจที่มีโอกาสได้ต้อนรับได้ช่วยเหลือพ.ต.ท.ทักษิณเมื่อตกอยู่ในความลำบาก ผมยังได้ขอบคุณท่านและบอกด้วยว่า ที่เมืองไทยก็มีคนรักท่านเหมือนกันกว่า 15 ล้านคน ซึ่งคนที่รักพ.ต.ท.ทักษิณก็จะช่วยเหลือท่านเหมือนกัน” นายสุรพงษ์กล่าวและว่า
ขณะนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ อยู่รอบๆเมืองไทย แต่ไม่ทราบว่าอยู่ที่ประเทศไหน และไม่ทราบว่ามีใครไปพบบ้าง
นายสุรพงษ์ระบุถึงการช่วยเหลือนายวีระ และน.ส.ราตรีแกนนำเครือข่ายคนไทยรักชาติ ที่ถูกจำคุกอยู่ในประเทศกัมพูชานั้น ขณะนี้ทางกระทรวงการต่างประเทศได้ประสานกับสถานฑูตไทยในกรุงพนมเปญเพื่อหาทางช่วยเหลือคือ ช่องทางการแลกเปลี่ยนตัวนักโทษ การขออภัยโทษ และการให้ความช่วยเหลือด้านการรักษาพยาบาล เพราะทราบจากข่าวว่านายวีระป่วยหนัก ซึ่งตอนนี้กำลังเร่งตรวจสอบอยู่ว่าเป็นจริงหรือไม่ เพราะที่ผ่านมาทางญาติที่ไปเยี่ยมก็ยังไม่ได้แจ้งเข้ามาเพื่อขอความช่วยเหลือในเรื่องนี้ ทั้งนี้ช่องทางการแลกเปลี่ยนตัวนักโทษนั้น ขณะนี้ได้ให้ท่านทูตประสานกับทางกัมพูชาว่ามีความเป็นไปได้แค่ไหน การแลกเปลี่ยนตัวนักโทษควรมีหลักเกณฑ์อย่างไร ความรุนแรงหรือโทษของคดีจะสัมพันธ์กับจำนวนนักโทษอย่างไร ควรเป็นหนึ่งคนต่อหนึ่งคน หรือเท่าไหร่ และจะทำได้หรือไม่ ส่วนเรื่องการขออภัยโทษนั้นก็ให้มีการประสานว่าจะเป็นไปได้อย่างไร เพราะทางกัมพูชามีกฎอยู่ว่าผู้ที่จะได้รับการอภัยโทษนั้นต้องได้รับโทษก่อน 2 ใน 3
"วรวัจน์" เชื่อแก้รธน.ไม่เสร็จสมัยนี้
นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกรรมาธิการพิจารณาร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับที่...) พ.ศ.... กล่าวยอมรับภายหลังการประชุมว่า จนถึงขณะนี้การทำงานของกรรมาธิการยังเป็นไปอย่างล่าช้า แม้ที่ประชุมจะสามารถลงมติผ่านวาระที่ 2 และเข้าสู่วาระที่ 3 ได้ก็ตาม แต่จะเห็นได้ว่า แม้เนื้อหาในมาตรา 2 ที่ระบุว่า ให้รัฐธรรมนูญมีผลบังคับใช้นับแต่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ที่ใช้อยู่แล้วในกฎหมายแทบทุกฉบับ แต่ฝ่ายพรรคประชาธิปัตย์ก็ยังหยิบยกขึ้นมาถกเถียงในที่ประชุม จึงเชื่อว่าเป็นความพยายามเล่นเกมที่ต้องการยื้อให้การพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญล่าช้าออกไปให้ถึงที่สุด อีกทั้งกรรมาธิการยังต้องรอให้สมาชิกแปรญัตติตามที่ที่ประชุมกำหนดภายใน 30 วัน กว่าจะสิ้นสุดก็ช่วงปลายเดือนมีนาคมนี้ และยังมีขั้นตอนในการเชิญผู้ขอแปรญัตติเข้าชี้แจงในที่ประชุมอีก ส่วนตัวจึงมองว่าคงไม่ทันในสมัยประชุมสมัยนิติบัญญัติที่จะปิดในวันที่ 18 เมษายนนี้ ส่วนการจะขอเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญนั้น ขณะนี้ยังไม่สามารถตอบได้ ต้องรอดูสถานการณ์เป็นระยะๆ
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากมีการเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญจริงอาจเปิดช่องให้ฝ่ายค้านสามารถยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ โดยเฉพาะเรื่องจริยธรรมที่ถูกหยิบยกขึ้นมาโจมตีรัฐบาลโดยตลอด นายวรวัจน์ กล่าวว่า ไม่ได้กังวลในส่วนนั้น เพราะตลอดเวลาที่รัฐบาลทำงานยังไม่มีเหตุผลที่ควรถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยเฉพาะเรื่องการทุจริตคอรัปชั่น แต่หากพรรคประชาธิปัตย์จะนำเรื่องจริยธรรมมาขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ เชื่อว่าฝ่ายพรรคประชาธิปัตย์จะเป็นฝ่ายเสียหายเอง



