
สภาวะรู้เท่าทันสื่อ
สภาวะรู้เท่าทันสื่อ : ประชาธิปไตยที่รัก โดย พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ ([email protected])
ดังที่ได้อภิปรายไปแล้วเมื่อครั้งก่อนว่า หนึ่งในเงื่อนไขที่จะทำให้เราก้าวพ้นไปจากสภาวะของการเผชิญหน้ากันและสภาวะความรุนแรงทั้งทางกายภาพและทางอุดมการณ์ นั่นก็คือการมีความรู้และรู้เท่าทันสื่อ ที่เรียกรวมๆว่า media literacy
ผมเองออกจะตะขิดตะขวงใจอยู่บ้าง หากจะเรียก media literacy ว่า การรู้เท่าทันสื่อเท่านั้น เพราะดูราวกับจะเป็นเรื่องของการมองสื่อในแง่ลบเกินไป ก็เลยอยากจะแปลว่ารู้และรู้เท่าทันเสียมากกว่า
พูดง่ายๆ ว่า เราก็คงจะต้องมองว่าสื่อนั้นมีชีวิตของเขาเอง มากกว่าหลงงมงายว่าสื่อนั้นเป็นทุกสิ่งทุกอย่างของเรา
ที่พูดแบบนี้ไม่ได้หมายความว่าต้องเชื่อถือสื่อทั้งหมด แต่มิได้หมายความว่าต้องไม่เชื่อถือเอาซะเลย
แต่เรื่องนี้ก็ยากนะครับ เพราะว่าวันนี้สื่อก็เป็นเสมือนสินค้าบางอย่างที่เราต้องซื้อหา หรือใช้เวลากับมัน คือมีต้นทุนค่าเสียโอกาสเช่นกัน อาทิ เมื่อเราเสพสื่อหนึ่ง เราก็จะไม่ได้เสพสื่ออื่นเช่นกัน ภายใต้เงื่อนเวลาที่จำกัด
นอกจากนั้นท่ามกลางกระแสที่ยังมีการยกย่องเชิดชูสื่อในฐานะฐานันดรพิเศษของสังคมเข้าไปด้วย ก็เลยค่อนข้างจะยากเย็นเข้าไปใหญ่ ที่จะปักใจเชื่อว่าเราสามารถรัก และ เชื่อถือสื่ออย่างมีสติได้เช่นกัน
พูดง่ายๆ ก็คือ การรู้-รู้เท่าทันสื่อนั้นหมายถึงความสามารถที่จะวิเคราะห์และฉุกคิดถึงข้อความ/สารที่แจ้งถึงเรา ที่สร้างความบันเทิงให้เรา และที่ขายให้เราตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นข่าว ภาพยนตร์ เว็บไซต์หรือรายการต่างๆ ในสื่อทุกรูปแบบ
นอกจากนั้นยังหมายถึงการตั้งคำถามว่าในสื่อเหล่านั้นมีอะไร และขาดอะไร และถามว่ามีอะไรอยู่เบื้องหลังการผลิตสื่อ
นั่นหมายความว่า สื่อนั้นเป็นสิ่งที่ถูกผลิต และในการผลิตนั้นมีกระบวนการและปัจจัยที่เกี่ยวข้องหลายอย่าง ซึ่งทั้งหมดนี้มีผลต่อเนื้อหาของสื่อเหล่านั้น
ไม่ว่าจะหมายถึงเจตนา เงิน คุณค่า-ค่านิยม-ทัศนคติ และการเป็นเจ้าของ ซึ่งล้วนแต่มีผลต่อเนื้อหาของสื่อ
การรู้และรู้เท่าทันสื่อนั้น เกี่ยวพันกับกระบวนการให้การศึกษาเกี่ยวกับสื่อ (media education) ซึ่งมีคำถามที่น่าสนใจบางอย่างก็คือ
สื่อนั้นต้องการส่งสารถึงใคร
ใครคือผู้ที่ต้องการเข้าถึงผู้รับสาร/ผู้ชม/ฟังเสพ และทำไม?
การเล่าเรื่องเหล่านั้นเป็นการเล่าจากมุมมอง-จุดยืนของใคร
เสียงของใครถูกนับ/ได้ยิน-เล่าต่อ และเสียงของใครหายไปบ้าง?
ผู้เล่าเรื่องใช้ยุทธศาสตร์-ยุทธวิธีใดในการเรียกร้องความสนใจ
ผู้เล่าเรื่องใช้ยุทธศาสตร์-ยุทธวิธีใดในการทำให้ผู้รับสารนั้นรู้สึกว่าเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องเหล่านั้น/เนื้อหา
เชื่อกันว่า ในโลกวันนี้ สภาวะรู้-รู้เท่าทันสื่อ ไม่ได้ทำให้เราได้คำตอบที่ถูกต้อง แต่อาจทำให้เราได้คำถามที่ถูกต้อง ซึ่งทำให้พลเมืองของเรานั้นมีอำนาจมากขึ้นตลอดชีวิต ซึ่งวิธีคิดนี้แตกต่างจากเรื่องที่เรามักคุ้นชินที่ว่า ความสำคัญในเรื่องการรับสารคือการได้ข้อมูลที่ถูกต้อง เพราะว่าเราจะได้ข้อมูลที่ถูกต้องได้เราก็ต้องมีความเข้าใจก่อนว่าเราต้องการอะไร และต้องการแค่ไหน
ว่ากันว่าในวันนี้เรามีข่าวสารท่วมตัวไปหมด แต่สิ่งที่เราควรสนใจก็คือเราจะรับแค่ไหน และจากกี่แหล่ง
ถ้าเทียบกับคำเปรียบเปรย ก็คือ ถ้าสื่อเปรียบเสมือนอาหารหรือสินค้าในซูเปอร์มาร์เก็ต เราก็คงต้องรู้ว่าอย่างไหนเหมาะกับเรา แต่ก็อย่าให้ไปถึงการเป็นเจ้าเข้าเจ้าของเสียจนไม่สามารถรับความแตกต่างได้เอาเสียเลย
(ขอได้รับความขอบคุณจาก media aware network ประเทศแคนาดา)



