ข่าว

ไออาร์พีซีผนึกพีทีทีพีเอ็มเสริมเขี้ยวรับมือแข่งดุตลาดค้าเม็ดพลาสติก

ไออาร์พีซีผนึกพีทีทีพีเอ็มเสริมเขี้ยวรับมือแข่งดุตลาดค้าเม็ดพลาสติก

12 พ.ค. 2552

ไออาร์พีซีจับมือพีทีที พีเอ็มค้าเม็ดพลาสติก เพิ่มศักยภาพการแข่งขันในตลาด เชื่อสร้างจุดแข็งหนุนพีทีที พีเอ็มเป็นผู้ค้าเม็ดพลาสติกรายใหญ่ในภูมิภาค "ประเสริฐ" ชี้เปลี่ยนประธานบอร์ดไออาร์พีซีเป็นเรื่องความเหมาะสม ไม่ใช่การเมือง

 นายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานลงนามสัญญาร่วมระหว่างบริษัทไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) และบริษัทพีทีที โพลีเมอร์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (พีทีที พีเอ็ม) ว่า วิกฤติเศรษฐกิจส่งผลให้กำลังซื้อทั่วโลกลดต่ำลง ขณะที่กำลังการผลิตใหม่ก็เกิดขึ้นมาก การแข่งขันในตลาดค้าเม็ดพลาสติกปัจจุบันจึงรุนแรงมาก ดังนั้น ทั้งสองบริษัทจึงได้ร่วมมือเป็นผู้ค้าเม็ดพลาสติกระหว่างกัน เพื่อสร้างศักยภาพในการแข่งขัน เนื่องจากกลุ่ม ปตท.มีสัดส่วนการส่งออกผลิตภัณฑ์พลาสติกกว่า 60%

 นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร กรรมการผู้จัดการบริษัท ไออาร์พีซี และกรรมการผู้จัดการบริษัทพีทีที โพลีเมอร์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด กล่าวว่า ทั้งสองบริษัทจะร่วมเป็นผู้ค้าเม็ดพลาสติกระหว่างกันทุกผลิตภัณฑ์ เพื่อจำหน่ายสู่ลูกค้ากว่า 100 ประเทศ ซึ่งจะส่งผลให้พีทีที พีเอ็ม เป็นผู้ค้าเม็ดพลาสติกรายใหญ่ในภูมิภาคเอเชีย ซึ่งการขายผลิตภัณฑ์ร่วมกันเป็นจุดแข็งด้านบวก เพราะปริมาณเม็ดพลาสติกที่ขายรวมกันจะอยู่ที่ระดับ 1 ล้านตันต่อปี ทำให้มีความยืดหยุ่นในการเจรจาต่อรองกับลูกค้าเพิ่มขึ้น ทั้งจากความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ และสามารถลดต้นทุนทั้งการบริหารจัดการและด้านการขนส่ง โดยพีทีที พีเอ็มจะใช้ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการส่งออกเป็นหน่วยงานในการดูแลงานขายทั้งหมด 

 นายประเสริฐกล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงประธานคณะกรรมการบริษัทไออาร์พีซี จาก พล.อ.มงคล อัมพรพิสิฏฐ์ เป็นนายณอคุณ สิทธิพงศ์ รองปลัดกระทรวงพลังงาน ว่า ต้องรอผลประชุมคณะกรรมการบริษัท ที่จะได้ข้อสรุปในวันที่ 12 พฤษภาคมนี้ ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสมมากกว่ามาจากเหตุผลของกลุ่มผู้ถือหุ้นเก่าหรือการเมือง เพราะแต่ละปีต้องมีการเปลี่ยนแปลงกรรมการ 1 ใน 3 ส่วนเรื่องอายุก็ไม่ใช่ปัจจัยหลัก เนื่องจากข้อกำหนดของบริษัทไออาร์พีซีไม่ได้กำหนดไว้ชัดเจน
 "ยืนยันว่าผลประกอบการของไออาร์พีซีเริ่มดีขึ้น เพียงแต่ที่ขาดทุนในช่วงที่ผ่านมา เป็นการขาดทุนจากสต็อกน้ำมันเมื่อปี 2551 ซึ่งทุกโรงกลั่นก็ได้รับผลกระทบเหมือนกันหมด ไม่ใช่เฉพาะไออาร์พีซีเท่านั้น" นายประเสริฐกล่าว